
'ปลอด'ยันน้ำบางปะกงไม่เข้ากทม.
'ปลอดประสพ' ยันน้ำบางปะกงไม่เข้ากทม. รับระบายน้ำฝั่งตะวันออกมีปัญหา เหตุน้ำทะเลหนุน คาดระบายหมดเดือนพ.ย. เผยเกณฑ์เยียวยาเหมือนปี 54
15 ต.ค.56 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่า ภาคตะวันออกยังมีน้ำค้างทุ่งท่าแห อยู่ประมาณ 150 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) และทุ่งบางคลวง720 ลบ.ม. รวมทั้งหมด 870 ลบ.ม. ซึ่งการระบายน้ำที่จะสามารถลดปริมาณน้ำทั้งสองทุ่งนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องรอให้ระดับน้ำแม่น้ำปราจีนและแม่น้ำบางปะกงลดลงต่ำกว่าตลิ่งเสียก่อน จึงจะสามารถระบายน้ำออกจากทุ่งได้ ทั้งนี้สองทุ่งดังกล่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเดินทางไปตรวจเยี่ยมด้วยตัวเอง
นายปลอดประสพ กล่าวอีกว่า การระบายน้ำออกจากแม่น้ำบางปะกงประสบกับปัญหา เนื่องจากน้ำทะเลสูงอยู่ อย่างไรก็ตามขณะนี้พยายามทำคือ เมื่อน้ำทะเลลดจะต้องใช้เครื่องดันน้ำจำนวนมาก เพื่อดันน้ำออกจากแม่น้ำบางปะกงไปเพื่อดันน้ำจากปราจีนบุรีมาแทนที่ เพราะถ้าไม่ทำอย่างนี้น้ำในทุ่งก็จะค้างเป็นเวลานาน ส่วนปริมาณฝนไม่เพิ่มปริมาณ เพราะอิทธิพลจากพายุนารีจะเคลื่อนตัวไปทางเหนือจังหวัดหนองคายขึ้นไป ส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ ปราจีนบุรี สระแก้ว และกรุงเทพฯก็ไม่ได้ได้รับอิทธิพลจากพายุดังกล่าว จึงเป็นห่วงการระบายน้ำออกจากทุ่งตะวันออกให้เร็วที่สุด ถ้าทำได้ปัญหาน้ำทุ่งภาคกลางและภาคตะวันออกก็จะหมดไป คาดว่าจะต้องเวลาในการระบายน้ำเดือนตุลาคมและเดือนพฤศจิกายนทั้งเดือน
เมื่อถามว่าปริมาณน้ำที่ท่วมจังหวัดฉะเชิงเทราจะมีโอกาสที่น้ำจะทะลักเข้ากรุงเทพฯบริเวณเขตมีนบุรีและหนองจอกหรือไม่ นายปลอดประสพ กล่าวว่า น้ำจากแม่น้ำบางปะกงจะไม่เลี้ยวขวาเข้ามาที่ทุ่งรังสิตหรือทุ่งทางตะวันออก เพราะประตูน้ำปิดทั้งหมด และได้ใช้เงินงบประมาณ 3 หมื่นล้านบาท จากงบประมาณตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) 3.5 แสนล้านบาท เพื่อยกถนนและคันกั้นน้ำขึ้น เพราะฉะนั้นปริมาณน้ำจะไม่มีทางเข้ามายังกรุงเทพฯได้
ส่วนการเยียวยาผู้ประสบภัย นายปลอดประสพ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงการช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟู โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งกระทรวงมหาดไทยไปแล้วให้ดูแลความเดือนร้อนของประชาชน อาทิ เรื่องการซ่อมแซมบ้าน และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการช่วยเหลือเรื่องความเสียหายทางการเกษตร จึงขึ้นอยู่กับสองกระทรวงนี้ว่าจะสามารถตรวจสอบได้เร็วเท่าไรก็จะสามารถช่วยเหลือเยียวยาได้เร็วเท่านั้น ทั้งนี้หลักเกณฑ์การช่วยเหลือตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อคราวประสบน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 เป็นอย่างต่ำ นอกจากนี้ในส่วนราชการก็ต้องไปดำเนินการซ่อมแซมถนนที่เสียหายจากน้ำท่วม



