
'ปชป.'ปัดหนุน'ม็อบอุรุพงษ์'
'ปชป.' ปัดอยู่เบื้องหลังม็อบแยกอุรุพงษ์ ชี้เป็นสิทธิ์ ส.ส.ร่วมชุมนุม จองถกเเก้รธน.ม.190 กว่า 40 คน ย้ำไม่ลงมติเห็นชอบ จี้ 'นิคม' ทำหน้าที่เป็นกลาง
15 ต.ค. 56 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลออกมาให้ข่าวว่าการชุมนุมบริเวณแยกอุรุพงษ์มีพรรคประชาธิปัตย์อยู่เบื้องหลังว่า ประชาชนที่ออกมาชุมนุมเพราะมีความคิดที่เห็นว่า รัฐบาลนี้บริหารราชการแผ่นดินสร้างปัญหาที่ยาวนานพอสมควรทั้งความล้มเหลวและทุจริต ข้าวของแพงรัฐบาลก็ไม่สนใจ ไปแต่เมืองนอก ไม่แก้ปัญหาประเทศ แก้แต่รัฐธรรมนูญ เร่งผลักดันออกกฎหมายนิรโทษกรรม ดังนั้นไม่จำเป็นที่ ส.ส.ของพรรคจะต้องระดมพลออกมาชุมนุม แต่ก็มี ส.ส.บางคนออกไปให้กำลังใจผู้ชุมนุม และสังเกตการณ์ ก็เป็นเรื่องธรรมดาและเป็นสิทธิ์ เหมือนกับกลุ่มคนเสื้อสีบางสีนายกรัฐมนตรีก็ยังไปร่วมและขึ้นเวที
นายจุรินทร์ กล่าวว่า การประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงว่า มีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน เพราะประกาศแต่ละครั้งใช้เงินมหาศาล เช่น วันที่ 1-10 ส.ค.ที่ผ่านมา ใช้เงินไปทั้งสิ้น 200 ล้านบาท ซึ่งครั้งนี้ยังไม่ทราบว่าใช้ไปอีกกี่ร้อยล้านบาท นอกจากนี้กฎหมายยังระบุไว้ชัดว่า หากมีการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงแล้ว จะต้องรายงานให้ที่ประชุมสภาและวุฒิสภาทราบผลการดำเนินการโดยเร็ว แต่การประกาศวันที่ 1-10 สิงหาคม จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีการรายงานให้สภาทราบแต่อย่างไร เมื่อถามว่า ในส่วนของฝ่ายค้านจะมีการเตรียมข้อมูลในการซักฟอกรัฐบาลในสมัยประชุมนี้หรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีแน่ในสมัยนี้ก่อนปิดสมัยประชุมวันที่ 29 พ.ย.นี้ ส่วนวันที่เท่าไรจะมีการหารือกันอีกครั้งหนึ่ง
เผยฝ่ายค้านจองถกเเก้รธน.ม.190 กว่า 40 คน ย้ำไม่ลงมติเห็นชอบ
นายจุรินทร์ กล่าวถึงการประชุมพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ว่า มีการตกลงกับวิปรัฐบาลเบื้องต้นว่า จะประชุมในเวลา 10.00 น. เลิก 22.00 น. ส่วนจำนวนวันยังไม่ได้กำหนด หากไม่เสร็จจะต้องไปต่อวันอื่น ซึ่งประธานจะเป็นผู้นัด ส่วนผู้สงวนคำแปรญัตติของฝ่ายค้านคงไม่พูดทั้งร้อยกว่าคน ขณะนี้ 40 กว่าคนที่แจ้งความจำนงมาว่าจะใช้สิทธิในการอภิปราย อย่างไรก็ตามเชื่อว่า หากเปิดโอกาสให้ผู้สงวนคำแปรญัตติได้อภิปรายก็ไม่มีปัญหา ที่ผ่านมามีการใช้วิธีปิดอภิปราย จึงทำให้เกิดปัญหา
นายจุรินทร์กล่าวว่า ทั้งนี้การแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ที่มีผู้พยายามทำให้เกิดความเข้าใจไขว้เขวว่า สมัยพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นรัฐบาลก็มีการแก้ไขมาแล้ว ทำไมจึงค้าน ตนขอชี้แจง ประเด็นแตกต่างกัน ขณะนั้นเป็นการบัญญัติให้มีกฎหมายลูก เพื่อกำหนดว่ากรณีใดบ้างที่เข้าข่ายที่จะต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อนในการทำสัญญาระหว่างประเทศ แต่เมื่อรัฐบาลชุดที่แล้วพ้นไป รัฐบาลนี้ก็ไม่ได้มีการดำเนินการต่อในการที่จะออกกฎหมายลูก เพราะแค่ออกกฎหมายลูกทุกอย่างก็สามารถคลี่คลายกันไปได้ แต่รัฐบาลนี้กลับเลือกที่จะแก้รัฐธรรมนูญแทน
นายจุรินทร์ กล่าวว่า หากแก้ไขเพื่อให้เกิดความชัดเจนในกรณีของการที่จะระบุว่ากรณีใดบ้างที่เข้าข่ายจะต้องทำสัญญาแล้วขอความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อนก็จะไม่มีปัญหา แต่กรณีนี้ไม่ใช่เพราะอย่างน้อยก็มีการหมกเม็ดอย่างน้อย 2 เรื่อง คือ การทำสัญญาเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่รวมถึงพลังงาน แก๊สในทะเล ที่ต้องต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน แต่การแก้ไขในครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภา เหมือนการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มธุรกิจพลังงานบางกลุ่ม เช่นเดียวกับการทำสัญญาที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตนอกประเทศไทย เช่น กรณีเขาพระวิหาร ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้แล้วว่า ถ้าเป็นกรณีของการแถลงการณ์ร่วม หรือลงนามในแถลงการณ์ร่วมที่จะทำให้กัมพูชาสามารถไปขึ้นทะเบียนเขาวิหารเป็นมรดกโลกได้ อาจจะเข้าข่ายเปลี่ยนแปลงเขตพื้นที่อำนาจอธิปไตยนอกอาณาเขต ซึ่งกรณีนี้ต้องเข้าสู่ที่ประชุมร่วมรัฐสภาก่อน แต่เมื่อแก้รัฐธรรมนูญกรณีเช่นนี้ก็ไม่ต้องเข้าที่ประชุมสภาอีกต่อไป ตนคิดว่าไม่ถูกต้อง เพราะเป็นกรณีที่ตัวแทนประชาชน หรือรัฐสภาต้องตรวจสอบก่อน ไม่ใช่ให้รัฐบาลทำไปเองฝ่ายเดียวตามอำเภอใจ จึงจำเป็นต้องลงมติไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญ ทั้งกระบวนการพิจารณาก็ไม่ชอบด้วย
'ปชป.' จี้ถาม 'นิคม' จะทำหน้าที่เป็นกลางหรือไม่
ในการประชุมร่วมรัฐสภา ที่พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 190 ว่าด้วยหนังสือสัญญาที่ต้องผ่านความเห็นชอบของที่ประชุมรัฐสภา หลังจากที่กรรมาธิการพิจารณาแล้วเสร็จ โดยก่อนเริ่มการพิจารณา นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ สอบถามนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมว่า ตลอดการทำหน้าที่จะยืนยันถึงความเป็นกลางได้หรือไม่ หลังจากที่เคยมีข้อท้วงติงในประเด็นที่มีการลงชื่อสนับสนุนการยื่นญัตติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา และจะยืนยันหรือไม่ว่าจะไม่ปิดปากสมาชิกรัฐสภา
ทั้งนี้นายนิคม ไม่ได้ชี้แจงในประเด็นกล่าวและระบุว่า การลงชื่อเพื่อสนับสนุนการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถือเป็นสิทธิที่ทำได้



