
'นพดล'เฉ่ง'ธีรยุทธ'อคติกับนายใหญ่
'นพดล' โพสต์เฟซบุ๊ก ตอบโต้ปาฐกถา 'ธีรยุทธ' อคติ ไม่เป็นธรรม ปิดใจผลงาน หมิ่นนโยบาย 'ทักษิณ'อุปมาอุปไมยเหมือนการฟังมุมมองวิชาการขี้หมูไหล
15 ต.ค. 56 นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก ตอบโต้กรณีนายธีรยุทธ บุญมี อดีตแกนนำนักศึกษาและแนวร่วมกลุ่ม 13 ขบถรัฐธรรมนูญ ที่ออกมาตั้งฉายา พ.ต.ท.ทักษิณ นายกฯยิ่งลักษณ์ และกองทัพ ในการกล่าวปาฐกถาครบรอบ 40 ปี 14 ตุลา ว่า น่าเสียดายที่นายธีรยุทธเป็นคน 14 ตุลา ที่ในปี 2516 เป็นนักศึกษาที่มีหัวก้าวหน้า แต่หลัง 40 ปีผ่านไป ความคิดอ่านของนายธีรยุทธได้ถดถอยลงไปมาก แทบจะเทียบกันไม่ได้เลย กับความคิดของเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง นายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล ตนได้อ่านความเห็นนายธีรยุทธแล้วรู้สึกผิดหวังที่เนื้อหาไม่ใช่การวิเคราะห์เชิงวิชาการอย่างรอบด้าน แต่ต้องการเพิ่มเรตติ้งโดยใช้การตั้งฉายาและประดิษฐ์วาทกรรม ซึ่งน่าเสียดายว่า ในบั้นปลายชีวิตของนายธีรยุทธน่าจะคิดอะไรที่สร้างสรรค์ เพื่อประชาธิปไตยมากกว่านี้
ส่วนกรณีที่นายธีรยุทธตั้งฉายาพาดพิง พ.ต.ท.ทักษิณ และนายกฯ ยิ่งลักษณ์ นั้น เป็นการใช้เสรีภาพทางวิชาการโจมตีคนอื่นนั้น อย่างหยาบคายและผิดฟอร์มไปมาก สะท้อนให้เห็นถึงความมีอคติ และความไม่เป็นธรรมในจิตใจนายธีรยุทธ ที่มักจะหลับตาและปิดใจในผลงานของอดีตนายกฯ ทักษิณ การดูหมิ่นดูแคลนนโยบายพรรคฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า เป็นนโยบายประชานิยม ถือว่าเป็นการมองที่ตื้นและฉาบฉวย ถ้าประชานิยมจะทำให้คนจนไม่ตาย เพราะได้ผ่าตัดลิ้นหัวใจจาก 30 บาทรักษาทุกโรค หรือทำให้เด็กในชนบทได้มีโอกาสไปเรียนต่อในต่างประเทศ หรือทำให้คนจนเข้าถึงแหล่งทุนจากโครงการกองทุนหมู่บ้าน ประเทศไทยควรจะมีนโยบายโคตรประชานิยมในทำนองนี้ด้วยซ้ำ นโยบายเหล่านี้ใช้ในการหาเสียงและพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนตั้งรัฐบาลพรรคเดียว และเป็นจุดเริ่มต้นของประชาธิปไตยที่กินได้
ส่วนการโจมตีว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นผู้หญิงที่ชอบแต่งตัวสวยงามและไม่ทำอะไรจริงจัง ฟังแล้วทำให้คิดได้ว่านายธีรยุทธเป็นคนที่ใจร้าย และใจดำมากที่หัวใจไม่รับรู้ถึงความดีงามของคนอื่นบ้างเลย น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ทุ่มเททำงานและได้ริเริ่มนโยบายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ทำให้คนจนลืมตาอ้าปากได้จากนโยบาย 300 บาท หรือทำให้ลูกหลานเยาวชนที่จบปริญญาตรีได้เงินเดือน 15,000 บาท และผลงานด้านต่างประเทศล่าสุดก็เจรจากับผู้นำจีน จนจีนตกลงซื้อข้าวไทยปีละล้านตัน
“ตนไม่เข้าใจว่าห้องทำงานของนายธีระยุทธ ไม่มีอินเตอร์เน็ต หรือทีวีที่จะทำให้นายธีรยุทธรับทราบความเป็นไปของโลกบ้างเลยหรือ ในสังคมประชาธิปไตย นายธีรยุทธมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็น ถ้าคำสอนเรื่องประชาธิปไตยของนายธีรยุทธมีเนื้อหาที่มีคุณค่า มีหลักคิดที่สร้างสรรค์ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อส่วนร่วม แต่น่าเสียดายที่สิ่งเหล่านั้นถูกแทนที่ด้วยวาทกรรม และการตั้งฉายาที่หยาบคาย นายธีรยุทธเลือกที่จะไม่วิจารณ์ฝ่ายตรงข้ามพรรคเพื่อไทย ดังนั้นการฟังมุมมองประชาธิปไตยจากนายธีรยุทธ จึงอุปมาอุปไมยเหมือนการฟังมุมมองวิชาการขี้หมูไหลเท่านั้น” นายนพดล กล่าว



