
จับตา'ปู'เคาะเลิก-ขยาย'พรบ.มั่นคง'หรือไม่
จับตา "ปู" นั่งหัวโต๊ะครม. จะตัดสินใจยกเลิกการ พ.ร.บ.ความมั่นคงก่อนวันที่ 18 ต.ค. หรือจะขยายเวลาพื้นที่ออกไปให้ครอบคลุมถึงแยกอุรุพงษ์หรือไม่
วันที่ 15 ต.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามปกติที่จะมีการประชุมทุกวันอังคาร ซึ่งมีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในการประชุมตามปกติ
ซึ่งบรรยากาศการประชุมครม.ในวันนี้เป็นการประชุมภายใต้การประกาศใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในฯในพื้นที่ 3 เขต กทม.ได้แก่ เขตดุสิต เขตพระนคร และเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ในระหว่างวันที่ 9-18 ต.ค. ซึ่งวันนี้ถือเป็นวันที่ 7 แล้วที่มีการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ดังนั้นในวันนี้วาระการประชุมที่น่าสนใจวาระหนึ่ง คือ การรายงานสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองจากหน่วยงานด้านความมั่นคง ซึ่งจะนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาตัดสินใจยกเลิกการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงก่อนวันที่ 18 ต.ค. หรือจะขยายเวลาออกไป รวมทั้งจำเป็นจะต้องขยายพื้นที่ออกไปให้ครอบคลุมถึงแยกอุรุพงษ์ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ราชเทวี หรือไม่
แต่ทั้งนี้แหล่งข่าวทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่าในการประชุมครม.วันนี้คงเป็นการเข้ามารายงานสถานการณ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ซึ่งครม.คงยังไม่ตัดสินใจอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งออกไป เพราะยังมีเวลาอีก 3 วันในการติดตามและประเมินสถานการณ์ เพราะถ้ามีความจำเป็นต้องต่อเวลาใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงออกไปอีก นายกรัฐมนตรีก็สามารถเรียกประชุมครม.ชุดเล็กได้ ซึ่งใช้เวลาไม่นานในการดำเนินการ ดังนั้นเชื่อว่าในวันนี้ครม.แค่รับฟังแต่ยังไม่ตัดสินใจขยายเวลาหรือพื้นที่ออกไป เพราะการขยายพื้นที่ออกไปอีกรัฐบาลจะโดนโจมตีว่าเป็นกระต่ายตื่นตูมจนเกินเหตุเหมือนที่โดนกระแสต่อว่าเข้ามาอย่างหนักจากการปิดถนนถึง14เส้นทางทั้งๆที่ม็อบไม่ได้อยู่หน้าทำเนียบรัฐบาล
อย่างไรก็ตามบรรยากาศโดยรอบทำเนียบรัฐบาลเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเปิดเส้นทางจราจรทุกเส้นทางแล้ว ทั้งถนนราชดำเนิน ถนนพิษณุโลก ถนนพระราม 5 แต่ก็ยังคงมีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ไว้ตามจุดต่างๆ โดยมีโล่ห์ที่มีความสูงกว่า 180 ซม. ไว้ป้องกันตัว พร้อมกับเตรียมพร้อมแท่นแบริเออร์คอนกรีตและรถยกของกองบัญชาการตำรวจนครบาลเตรียมพร้อมเพื่อทำการปิดถนนหากมีความจำเป็นด้วย
หลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ พร้อมด้วยนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม จะเดินทางไปราชการ จ.ปราจีนบุรี และ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อตรวจสถานการณ์น้ำท่วมและเยี่ยมเยียนประชาชน
โดยในเวลา 14.00 น. จุดแรกที่นายกรัฐมนตรีและคณะจะลงพื้นที่ คือวัดบ้านสร้าง อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี โดยผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีรายงานสถานการณ์พื้นที่ประสบอุทกภัย จากนั้นนายกรัฐมนตรีจะพบปะและลงเรือเพื่อแจกถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย ก่อนที่จะขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปยังอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมบินตรวจภูมิประเทศทางอากาศพื้นที่ตำบลโยธะกา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อดูการสร้างคันกันน้ำระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตรของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และประชาชน. และต่อจากนั้นในเวลา 16.30 น. นายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางถึงโรงเรียนดาราจรัส อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรารายงานสถานการณ์พื้นที่ประสบอุทกภัย จากนั้นนายกรัฐมนตรีจะพบปะและลงเรือเพื่อแจกถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพมหานครในวันเดียวกัน



