
'ม็อบอุรุพงษ์'โตจนรัฐต้องจับตา
'ม็อบอุรุพงษ์'โตจนรัฐต้องจับตา : จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง / อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิรายงาน
การชุมนุมของกลุ่มคนซึ่งต้องย้ายออกจากด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ที่ผ่านมา เนื่องจากมีการประกาศบังคับใช้ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งกลุ่มหนึ่งได้ยินยอมกลับไปชุมนุมที่สวนลุมพินีตามเดิม
แต่บางส่วนแสดงความไม่พอใจ ที่ แกนนำกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ยอมง่ายจนเกินไป ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ได้ตกลงกันว่าจะไม่ยอมย้ายออกไปง่ายๆ จึงตัดสินใจแยกตัวออกจาก กปท. และมาปักหลักชุมนุมที่บริเวณแยกอุรุพงษ์ ซึ่งเป็นขอบชายแดนของพื้นที่ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง
ในวันแรกเป็นการชุมนุมของกลุ่มคนหลักร้อย โดยมีแกนนนำเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง
ทว่า เมื่อในคืนเดียวกันนั้น มีการปาระเบิดเพลิง พร้อมด้วยหมามุ่ยลงมาจากทางด่วน ทำให้ม็อบนี้เริ่มถูกจับตาขึ้นมาทันที จากนั้นคนก็เริ่มทยอยให้ความสนใจและเข้าร่วม มุมหนึ่งอาจเป็นเพราะสถานะที่แยกออกมาจาก กปท. ซึ่งคนชั้นกลางทั่วไปยังไม่มีอารมณ์ร่วมด้วย และถูกมองว่ามีวาระซ่อนเร้นทางการเมือง ดังนั้นเมื่อมีภาพที่ใสกว่า ทำให้คนกรุงสะดวกใจที่จะเข้าร่วมและทำให้ประชาชนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ส่วนแกนนำกลุ่มก็เรียกชื่อกลุ่มว่า เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.)
ถึงนาทีนี้รัฐบาลได้จับตากลุ่มดังกล่าว และมองว่าอาจจะกลายเป็นตัวจุดชนวนล้มรัฐ เพราะแค่มีข่าวว่าจะเคลื่อนก็ถึงกับสั่งปิดถนน 14 เส้นทางในพื้นที่ศูนย์อำนาจทางการเมือง
หน่วยงานความมั่นคงได้สรุปโครงสร้างกลุ่มนี้ว่า กลุ่มแกนนำที่ทำให้เกิดการรวมตัวนั้น ส่วนหลักมาจากองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของพรรคสานแสงทอง ที่มี "อุทัย ยอดมณี" เป็นนายกองค์การนักศึกษา
จากการนำของพรรคสานแสงทองทำให้มีอดีตนักศึกษาที่เคยร่วมกับพรรคสานแสงทองเมื่อสมัยยังเรียนแวะเวียนไปร่วม รวมถึงให้คำปรึกษา เพราะวันนี้มีหลายคนที่อยู่ในแวดวงเอ็นจีโอ นักต่อสู้ทางการเมือง รวมไปถึงสื่อมวลชน
นอกจากนี้ยังมีผู้ที่ร่วมเป็นกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาภาคใต้ และเครือข่ายกลุ่มกรีน ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีภาพทาบทับกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เราจะเห็น "นิติธร ล้ำเหลือ" ทนายความและผู้ประสานงานกลุ่มกรีน เป็นที่ปรึกษา
สำหรับการชุมนุมครั้งนี้เป็นการตั้งเวทีปราศรัย ชุมนุมยืดเยื้อและอาศัยจังหวะ โดยหวังว่าจะมีมวลชนมาเข้าร่วม และประเด็นหลักที่จะถูกหยิบจับมาเป็นจุดของความไม่พอใจร่วมคือ ปัญหาค่าครองชีพสูง ราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ
ถึงนาทีนี้หลายกลุ่มเริ่มที่จะหลั่งไหลเข้าหา "ม็อบอุรุพงษ์" มีทั้งชนชั้นกลาง และกลุ่มที่มีการจัดตั้ง จนเป็นที่มาของความหวาดเกรงของรัฐบาล ที่ไม่ต้องการปล่อยให้บานปลายไปกว่านี้
ขณะที่ กปท. ซึ่งเป็นเหมือนจุดเริ่มต้น ก็เริ่มมีแนวโน้มที่จะเข้าร่วมในอีกไม่ช้า โดยมีการมองว่า การที่ "พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ" แกนนำ กปท.สั่งเลิกในวันนั้น อาจเป็นความต้องการมุมกลับที่หวังให้ประชาชนที่มีอารมณ์ร่วมรู้สึกโกรธแค้น และออกมาสู้ด้วยตัวเอง
...........................
(หมายเหตุ : 'ม็อบอุรุพงษ์'โตจนรัฐต้องจับตา : จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง / อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิรายงาน)



