ข่าว

'ตร.'เชื่อโจรมอมยา'คนไข้'ยังอยู่ในกทม.

'ตร.'เชื่อโจรมอมยา'คนไข้'ยังอยู่ในกทม.

14 ต.ค. 2556

'ตร.'เชื่อโจรคดีมอมยายังอยู่ในกรุงเทพฯ ด้าน'อย.'เรียกกรมปศุสัตว์-สัตวแพทย์หารือ เล็งยกสารไซลาซีนจากยาอันตรายเป็นควบคุมพิเศษ ขายได้เฉพาะรพ.-คลินิกสัตว์เท่านั้น

                14 ต.ค.56 พ.ต.อ.สมาน รอดกำเนิด ผกก.สน.พญาไท เปิดเผยคืบหน้าคดีมอมยาในโรงพยาบาลว่า หลังจากออกหมายจับผู้ต้องหาไปเมื่อวันที่12 ต.ค.นั้น ขณะนี้ตำรวจ สน.พญาไท พร้อมด้วยตำรวจ สส.บก.น.1 และตำรวจ บก.สส.บช.น.ร่วมกำลังกันตามสืบจับคนร้ายมอมยาให้ได้ โดยพยายามหาพยานหลักฐานต่างๆ เพิ่มเติม ซึ่งเป็นไปได้ว่า อาจมีคนร้ายกระทำการเเค่คนเดียว เเละอาจจะไม่ได้มีเป็นเเก๊งเเต่อย่างใด เนื่องจากการเปรียบเทียบกล้องวงจรปิดของสถานที่เกิดเหตุ ทั้ง 3 เเห่ง ทั้ง รพ.สงฆ์ รพ.ราชวิถี เเละรพ.รามาธิบดี พบว่า ผู้ต้องหามีลักษณะใกล้เคียงกันมาก ทั้งนี้ เบื้องต้นยังไม่พบเบาะเเส หรือสถานที่กบดานเเต่อย่าใด เเต่เชื่อว่า คนร้ายน่าจะยังอยู่ในกรุงเทพฯ เนื่องจากเป็นสถานที่ที่มีคนเยอะ มากหน้าหลายตา ซึ่งสามารถทำการหลบซ่อนตัวได้ดีกว่า

                "ถ้าอยู่ในต่างจังหวัด ถ้ามีบุคคลเเปลกหน้าปะปนเข้าไป ชาวบ้านจะรู้ทันที ซึ่งผมว่า มันเสี่ยงเกินไป ส่วนตัวนะผมว่า น่าจะยังอยู่ในกรุงเทพ" พ.ต.อ.สมาน กล่าว

                ด้าน พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.3 บก.สส.บช.น. กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจ บก.สส.บช.น. ได้ลงพื้นที่หาข่าวเกี่ยวกับผู้ต้องหา พร้อมหาหลักฐานพยานต่างๆ ให้ได้มากที่สุด และกำลังดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อจับกุมให้ได้

                

 

อย.เล็งยกสารไซลาซีนควบคุมพิเศษ

               

                นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) กล่าวถึงความคืบหน้าการควบคุมสารไซลาซีน (Xylazine) ที่กลุ่มมิจฉาชีพนำไปใช้ในทางที่ผิดด้วยการผสมน้ำเพื่อทำให้คนไข้หรือญาติคนไข้สลบแล้วปลดทรัพย์ในโรงพยาบาลรัฐ ว่า  ในวันที่ 15 ต.ค.นี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ได้เรียกประชุมหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์ สัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่างๆ เพื่อหารือถึงการควบคุมสารชนิดนี้ เนื่องจากปัจจุบันถูกจัดให้เป็นยาอันตรายที่จำหน่ายได้โดยเภสัชกร แต่เมื่อมีปัญหามิจฉาชีพนำไปใช้ในทางที่ผิด จำเป็นต้องมีการยกระดับยา จากยาอันตรายเป็นควบคุมพิเศษ อย่างไรก็ตาม ต้องสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องก่อน หากดำเนินการได้สารนี้ก็จะจำหน่ายได้เฉพาะในโรงพยาบาลสัตวแพทย์ หรือคลินิกสัตวแพทย์เท่านั้น

                นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า ในการประชุมร่วมผู้บริหารโรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ ได้กำชับให้โรงพยาบาลสังกัดกรมการแพทย์ทุกแห่งมีมาตรการเข้มเฝ้าระวัง และดูแลคนไข้ และญาติคนไข้ที่มาใช้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยขณะนี้มี 3 มาตรการหลัก คือ 1.กำชับคนไข้และญาติคนไข้ทุกคนให้เฝ้าระวังภัย ไม่ดื่มน้ำหรือรับของรับประทานจากคนแปลกหน้า หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ที่อาจปลอมมา โดยต้องการให้ดื่มน้ำก็ต้องระวัง โดยหากสนใจให้ไปสอบถามที่แผนกที่มีเจ้าหน้าที่นั่งประจำอยู่ในแต่ละตึก 2.มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตึกของทุกแผนกคอยตรวจตรา สอดส่องหากพบคนแปลกหน้า หรือมีท่าทีพิรุธให้เฝ้าระวัง หากพบการกระทำผิดให้รีบเข้าช่วยเหลือ และดำเนินการทางคดีทันที และ 3.มอบหมายให้ทุกโรงพยาบาลตรวจตรากล้องวงจรปิดทุกกล้องว่า ที่ผ่านมาพบปัญหาลักษณะนี้หรือไม่ และต้องตรวจกล้องอย่างต่อเนื่อง