
'จาตุรนต์'สั่ง'ศธ.'ระดมคนช่วยน้ำท่วม
'จาตุรนต์' สั่งหน่วยงาน 'ศธ.' ระดมกำลังคนออกช่วยเหลือปชช.ที่ประสบอุทกภัย ด้าน 'สพฐ.' เตรียมดีดร.ร.หนีน้ำท่วม เมิน 'ทปอ.' แนะแยกอุดมศึกษาตั้งกระทรวงใหม่
14 ต.ค.56 นางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวภายหลังประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก โดยมีนายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธาน ว่า รมว.ศธ.ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดศธ. ซึ่งมีกำลังคนออกให้ไปใช้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยเฉพาะศูนย์ Fixit Center รวมถึงหน่วยบริการเคลื่อนที่ของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัทธยาศัย (กศน.) ให้ออกไปช่วยเหลือซ่อมแซมและฟื้นฟูสถานศึกษา ช่วยเหลือครู นักเรียนที่ประสบอุทกภัย รวมถึงประชาชนทั่วไป ทั้งในช่วงน้ำท่วมและหลังน้ำลด เช่น ให้นักเรียนอาชีวะช่วยต่อเรือเพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนเพื่อใช้สัญจร
ปลัดศธ. กล่าวต่อว่า รมว.ยังได้สั่งการให้หน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัดเตรียมแผนดูแลนักเรียนในกรณีที่เปิดภาคเรียนแล้วแต่น้ำยังไม่ลด เพื่อไม่ให้เด็กเสียโอกาสทางการเรียน ให้สถานศึกษาพิจารณาว่าจะเพิ่มโอกาสทางการเรียนโดยการสอนเสริมให้กับนักเรียนได้อย่างไร รวมถึงให้ดูแลเรื่องความปลอดภัยของนักเรียนเป็นสำคัญ
ด้านนายอภิชาติ จิระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ในวันพุธที่ 16 ต.ค.นี้ ตนพร้อมด้วยรมว.ศึกษาธิการ และคณะผู้บริหาร สพฐ. จะเดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนที่ประสบอุทกภัย ในจ.สระแก้ว อย่างไรก็ตามขณะนี้มีโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ถูกน้ำท่วมรวมจำนวน 586 โรง ใน 28 จังหวัด ส่วนโรงเรียนที่ถูกน้ำท่วมหนักที่สุดคือ จ.ศรีสะเกษ และจ.สุรินทร์
สำหรับโรงเรียนที่ถูกน้ำท่วมและทำให้ห้องส้วมไม่สามารถใช้การได้นั้น จึงให้ทางโรงเรียนหยุดการเรียนการสอนออกไปก่อน โดยสพฐ.จะจัดงบฯไปให้เพื่อทำการปรับปรุงยกห้องส้วมให้สูงขึ้น
“ขณะนี้ สพฐ.กำลังแก้ปัญหาโรงเรียนที่ถูกน้ำท่วมโดยใช้วิธีดีด เพื่อยกอาคารเรียนให้สูงขึ้น ป้องกันน้ำท่วม ซึ่งมีประมาณ 100 กว่าโรง ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนชั้นเดียว แทนการสร้างอาคารหลังใหม่” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว
'จาตุรนต์' เมิน 'ทปอ.' แนะแยกอุดมศึกษาตั้งกระทรวงใหม่
นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยถึงกรณีที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) จะมีการศึกษาถึงการแยกอุดมศึกษาออกจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มาเป็นกระทรวงอุดมศึกษาและการวิจัย ซึ่งนายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ก็เห็นด้วย แต่เสนอว่าควรเป็นการตั้งทบวงภายใต้ ศธ. ว่า ในเวลานี้หาก ศธ. จะเน้นเรื่องปรับโครงสร้างของกระทรวงก่อน ก็จะทำให้วงการการศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้องหันมาพูดกันแต่เรื่องเหล่านี้ ซึ่งตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมาก็เห็นชัดแล้วว่า การเน้นแต่เรื่องการปรับโครงสร้าง ถือเป็นจุดบกพร่อง และจุดอ่อนที่สำคัญมากในการปฏิรูปการศึกษา ดังนั้นตนคิดว่าขณะนี้ควรจะมาหารือกันก่อนว่าจะจัดการอุดมศึกษาอย่างไรให้มีคุณภาพ ทั้งในเรื่องการวิจัยและผลิตบัณฑิต จากนั้นจึงไปสู่ประเด็นว่ามีความจำเป็นอย่างไรที่จะต้องปรับโครงสร้าง ซึ่งตนก็ยินดีที่จะรับฟังความคิดเห็นในเรื่องนี้
"เรื่องโครงสร้างกระทรวงทำกันมาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว แน่นอนว่ามีปัญหาหลายอย่างที่ต้องแก้ไข ซึ่งก็ต้องมีสักวันหนึ่งที่จะต้องมาพูดกันว่าจะปรับโครงสร้างให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้นได้อย่างไร แต่คงไม่ใช่เวลานี้ เพราะถ้าเราย้อนมาพูดเรื่องนี้เร็วเกินไปก็จะทำให้ดึงความสนใจจากเรื่องที่ควรจะทำ นั่นก็คือการปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปการเรียนการสอน การเพิ่มคุณภาพทั้งงานวิจัย การจัดการศึกษา และการผลิตบัณฑิตให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ เช่น การผลิตครูให้ตรงกับความต้องการ และมีคุณลักษณะที่ดี ไม่ใช่ผลิตครูจนล้นความต้องการ
นอกจากนี้จะต้องยกระดับมหาวิทยาลัย และผลิตบัณฑิตให้สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้ ดังนั้นผมจึงอยากให้เน้นในเรื่องเหล่านี้ก่อน" นายจาตุรนต์ กล่าว



