ข่าว

'นายกฯ'ห่วง'ม็อบอุรุพงษ์'บานปลาย

'นายกฯ'ห่วง'ม็อบอุรุพงษ์'บานปลาย

14 ต.ค. 2556

'นายกฯ'รับห่วง'ม็อบอุรุพงษ์'บานปลายขอประเมินในสัปดาห์นี้ ก่อนตัดสินขยาย'พ.ร.บ.มั่นคง'หรือไม่ ระบุเยียวยาน้ำท่วมใช้เกณฑ์ปี 54 ไม่ได้ทั้งหมด

                14 ต.ค.56 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย(คปท.) บริเวณแยกอุรุพงษ์ ว่า ตอนนี้ให้ทางศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอรส.) ประเมินสถานการณ์ก่อน เพราะจากเมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่่ผ่านมา อาจจะเป็นวันพิเศษที่มีการรำลึกถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ซึ่งจะขอดูหลังจากนี้อีกที

               ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความจำเป็นที่จะต้องขยายการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ขอดูภาพรวมจากสถานการณ์ในสัปดาห์นี้ดีกว่า เพราะในทางปฏิบัติก็ได้พยายามให้เจ้าหน้าที่ไปพูดคุยกับผู้ชุมนุมในการปรับรูปแบบการชุมนุม ไม่ให้กระทบกับความเดือดร้อนในเรื่องการสัญจรไปมา ซึ่งก็พยายามอย่างเต็มที่ในการใช้ขั้นตอนการเจรจาให้มากที่สุด

               เมื่อถามว่า ขณะนี้ประชาชนเดือดร้อนในเรื่องของการเดินทาง โดยยังเหลืออีกหลายวันจะถึงวันที่ 18 ต.ค. ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง นายกฯ กล่าวว่า “อย่างที่เรียน ขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานก่อนได้ไหมคะ เพราะเราก็ไม่อยากให้ทุกคนเดือดร้อนอยู่แล้ว แต่คงต้องขอว่าความเดือดร้อนนั้นเราเห็นความจำเป็น อย่างไรก็ตาม เราก็ห่วงความปลอดภัยในเรื่องของการดูแลประชาชนด้วย ก็จะขอให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงประเมินดู ซึ่งเราจะพยายามทำอย่างดีที่สุด ละมุนละม่อมที่สุด”

               เมื่อถามว่า บรรดาแกนนำผู้ชุมนุมได้ออกมาระบุว่า จะไม่เคลื่อนที่ตรงนี้รัฐบาลจะมีการเพิ่มพื้นที่ประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง ออกไปหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องดูว่าถ้าไม่กีดขวางการจราจร และอยู่ภายใต้ข้อกฎหมายก็คงจะพึงกระทำได้ ก็ต้องว่าเป็นเฉพาะจุดกันไป

               เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่เพราะจะมีอีกหลายกลุ่มเข้ามาร่วมและอาจจะบานปลาย นายกฯ กล่าวว่า ก็ห่วงอยู่แล้ว เพราะเราเอง ไม่อยากให้เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดความรุนแรงทั้งสิ้น เราก็อยากจะขอร้อง อะไรที่เราพูดคุยกันได้ เราก็ยินดีอยู่แล้ว

 

 

ระบุเยียวยาน้ำท่วมใช้เกณฑ์ปี 54 ไม่ได้ทั้งหมด

                

               น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ว่า ได้สั่งการไปแล้ว เพราะทราบตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาว่าในแต่ละพื้นที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงสู่ขั้นตอนของการเยียวยา ซึ่งได้ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับทางจังหวัด เริ่มสำรวจพื้นที่ของประชาชนแล้ว เราก็จะเร่งในการสำรวจทรัพย์สินและที่นาต่าง ๆ

               น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงหลักเกณฑ์ในการเยียวยาว่า คงไม่สามารถใช้หลักเกณฑ์ทั้งหมดเหมือนในปี 2554 เพราะว่าในปีนั้นเป็นหลักเกณฑ์พิเศษจริง ๆ โดยวันนี้มีเกณฑ์ที่ออกมา ซึ่งเป็นเกณฑ์ปกติอยู่แล้ว คือ การดูแลในเรื่องของชีวิต ทรัพย์สิน ซึ่งในเรื่องของทรัพย์สินได้มีการอนุมัติกรอบวงเงินขึ้นมาโดยรวมนั้นก็ดีกว่าปี 2554 และมีการดูแลในเรื่องของไร่นาที่เสียหาย ซึ่งจะเป็นใน 2 ส่วนนี้

               เมื่อถามว่า มีรายงานว่าจะมีเกณฑ์พิเศษในการเยียวยาเพิ่มเติมออกมา นายกฯ กล่าวว่า ต้องขอเอาเกณฑ์ปกติก่อน สำหรับเกณฑ์พิเศษนั้นต้องไปดูเฉพาะพื้นที่ที่มีปัญหาจริงๆ ในส่วนของการดูแลบ้านเรือน และไร่นาเราก็มีการปรับให้แล้ว ต้องสำรวจเบื้องต้นก่อน พื้นที่ใดที่มีปัญหาหนักก็จะมาดูรายละเอียดเป็นกรณีไป

               เมื่อถามว่า กรอบการเยียวยานั้นสามารถจ่ายได้เมื่อไหร่หรือหลังจากที่น้ำลด นายกฯ กล่าวว่า จากที่ผ่านมาเราก็ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ในการสำรวจ เพราะในช่วง 1-2 เดือน เราจะเร่งดำเนินการ โดยในพื้นที่ซึ่งบ้านเรือนเสียหายก็ต้องรอน้ำลด จึงจะทราบว่า เสียหายอย่างไร แต่ไร่นาที่เรารู้ว่าเสียหายอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องสำรวจ ก็สามารถที่จะไปเร่งในการทำงานกับกรมบัญชีกลางได้เร็วขึ้น

               น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงสถานกาณ์น้ำในพื้นที่ตะวันออก ว่า ช่วงนี้สถานการณ์ก็คลี่คลายลงบ้าง โดยที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี น้ำก็เริ่มลดลง ซึ่งน้ำก็ต้องเคลื่อนย้ายไปตามเส้นทาง ซึ่งในวันนี้ก็จะไปหนักในพื้นที่ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา โดยในวันที่ 15 ต.ค.นี้ ตนจะลงพื้นที่ลงไปให้กำลังใจประชาชน รวมถึงดูความเตรียมพร้อมของจังหวัด ในการเข้าสู่โหมดการเยียวยาว่า ว่าจะทำอย่างไร ขณะเดียวกันก็คงต้องทำงานซ้อนไปในเรื่องของการฟื้นฟู เพราะอาจจะมีถนนและสิ่งต่างๆ ที่เสียหายไป ก็จะมีอีกหน่วยหนึ่งเข้ามา ซึ่งเราก็จะบูรณาการกับกระทรวงคมนาคม กลาโหม และท้องถิ่น ในการซ่อมแซมบูรณะเส้นทางต่างๆ ให้กลับเป็นปกติโดยเร็ว