
'จุรินทร์'จี้'รัฐบาล'เปิดสัญญา'จีทูจี'
'จุรินทร์' จี้ 'รัฐบาล' เปิดสัญญา 'จีทูจี' ขายข้าวไทยให้จีนปีละล้านตัน เล็งโหวตไม่เห็นชอบร่างแก้ม.190 หวั่นไทยเสียดินแดนเพิ่ม-เอื้อ 'นพดล' หลุดคดีชั้นศาล
14 ต.ค.56 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ แถลงเรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เปิดเผยสัญญาระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีน (จีทูจี) ต่อการซื้อขายข้าวในสต็อกของรัฐบาลตามที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้แถลงต่อสาธารณะไปเมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า ไทยจะขายข้าวให้รัฐบาลจีน ปีละ 1 ล้านตัน เป็นระยะเวลา 5 ปีติดต่อกัน เพื่อทำให้สังคมเห็นว่าไม่ได้เป็นการพูดข้างเดียว หรือโฆษณาชวนเชื่อ
'ฝ่ายค้าน' เล็งโหวตไม่เห็นชอบร่างแก้รธน. ม.190
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) แถลงว่าฝ่ายค้านมีมติจะไม่ให้ความเห็นชอบต่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ว่าด้วยหนังสือสัญญาที่ต้องให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบ ซึ่งจะพิจารณาวาระสองในวันที่ 15 ต.ค.นี้ เนื่องจากพบว่ามีกระบวนการที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการกำหนดวันแปรญัตติในวาระแรก นอกจากนั้นในเนื้อหาของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญยังพบว่าเป็นการเพิ่มอำนาจให้รัฐบาล และลดอำนาจการตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติ โดยในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ที่กรรมาธิการฯแก้ไข และมีถ้อยคำที่แก้ไขใหม่ว่า “หนังสือสัญญาใดที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทยหรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศโดยชัดเจน” นั้น อาจมีความเสี่ยงต่อการเสียอธิปไตยบนดินแดนของไทยในอนาคตได้
และหากเกิดกรณีที่คล้ายกับการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกฝ่ายเดียว สมัยที่นายนพดล ปัทมะ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ด้วยการออกแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา เพื่อสนับสนุนให้กัมพูชาจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก จะทำให้รัฐสภาไม่สามารถตรวจสอบเรื่องดังกล่าวได้ต่อไป ภายหลังจากที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 มีผลบังคับใช้ เพราะแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวศาลปกครองมีคำวินิจฉัยและใช้คำว่า อาจจะเป็นการสูญเสียดินแดน เพราะคำว่าอาจจะถือว่าเป็นความที่ปรากฎยังไม่ชัดเจน ตามที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ที่แก้ไขระบุไว้ และหากเกิดกรณีดังกล่าวขึ้นอีก อาจถูกยกเป็นเหตุที่รัฐบาลไม่ต้องนำเรื่องเข้าสู่รัฐสภาเพื่อให้ความเห็นชอบ
ด้านนายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยเพิ่มเติมว่าหากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ผ่านจากรัฐสภา อาจจะส่งผลต่อคดีของนายนพดลที่ถูกศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของนักการเมือง รับไว้พิจารณาต่อประเด็นการใช้อำนาจหน้าที่สมัยที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไม่ชอบกรณีการไปลงนามแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา โดยมีความเป็นไปได้ว่าจะหลุดในคดีดังกล่าว
สำหรับเวลาการอภิปราย ฝ่ายค้านยังไม่ได้รับการประสานอย่างชัดเจนจากทางวิปรัฐบาล เพียงแต่แจ้งว่าจะมีการประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 15 ต.ค. เวลา 09.30 - 22.00 น. และหากไม่จบจะต่อการพิจารณา ในวันที่ 16 ต.ค. ในช่วงเช้า ถึงเที่ยง ส่วนการอภิปรายของฝ่ายค้าน ที่มีผู้เสนอคำแปรญัตติรวม 119 คนไม่ได้มีการจำกัดหรือกำหนดเวลาอภิปรายแต่อย่างใด



