
'มาร์ค'ชี้'14ตุลา'จุดเปลี่ยนการเมืองไทย
'อภิสิทธิ์' ชี้ การต่อสู้ 14 ตุลา จุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองไทย เหน็บรัฐเมินม็อบ 'คปท.' แต่ออกกม.คุม งง 'รบ.' อ้างจีนซื้อข้าวไทย 5 ล.ตัน ชี้ที่จริงซื้อจากเอกชน
14 ต.ค. 56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง บลูสกาย ชาแนล ถึงวันครบรอบ 14 ตุลาฯ 2516 ว่า การต่อสู้ของผู้ที่เสียสละในวันนั้นไม่ใช่เรื่องที่สูญเปล่าอย่างแน่นอน เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองไทย และระบอบประชาธิปไตยของไทย ถ้าถามผู้ที่ต่อสู้วันนั้นก็มั่นใจว่าวันนี้ก็คงยังไม่พึงพอใจกับสภาพการเมืองที่เป็นอยู่ แต่อย่างน้อยตนคิดว่าหลังจาก 14 ตุลาฯ เป็นต้นมา ความเข้มแข็ง การฝังรากของระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนมาก ทั้งนี้ตนยังหวังที่จะเห็นทุกคนได้สานต่อเจตนารมณ์ที่บริสุทธิ์ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ซึ่งจะต้องทำให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่มีความสมบูรณ์ ทั้งรูปแบบ ทั้งเนื้อหา สำคัญที่สุดคือหลักของการเคารพสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของประชาชน
เมื่อถามว่าคิดว่า 40 ปีผ่านมาได้ให้บทเรียนอะไรกับฝ่ายการเมือง นักการเมือง ผู้นำรัฐบาล กับประชาชนบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับนักการเมืองต้องตระหนักอยู่ตลอดเวลาว่า สุดท้ายแล้วนักการเมืองในระบอบนี้ยืนอยู่กับการได้รับฉันทานุมัติจากประชาชน แต่ต้องเป็นการได้รับฉันทานุมัติด้วยวิธีการที่สุจริต ต้องตระหนักว่า เมื่อได้รับฉันทานุมัติมาแล้ว หน้าที่ก็คือมารับใช้ประชาชน ไม่ใช่มองแค่เพียงว่า การได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชน เป็นแค่ พิธีกรรม ที่หยิบอำนาจมาให้กับตัวเอง แล้วนึกจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ
เหน็บรัฐบาลเมินม็อบ 'คปท.' แต่ออกกม.คุม
นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการที่รัฐบาลใช้กับผู้ชุมนุมเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่แยกอุรุพงษ์ ว่าค่อนข้างแปลกใจ เพราะจริงๆ แล้วเหมือนกับฝ่ายรัฐหรือฝ่ายพรรคเพื่อไทยค่อนข้างจะสบประมาทการชุมนุมอยู่หลายครั้งหลายหนว่า ไม่ได้มีพลังอะไรเท่าไหร่ แต่ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ก็ทำเหมือนกับเป็นเรื่องซึ่งใหญ่โตมาก ทำให้หลายคนก็สงสัยว่า มันมีอะไรมากมายขนาดนั้น ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการสัญจรไปมาในพื้นที่ บางทีก็คงต้องแปลกใจเวลาปิดถนนก็อ้างว่า มีการชุมนุมอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ว่าเวลาไปแถวนั้นจริงๆ ไม่เห็นผู้ชุมนุมเท่ากับเห็นตำรวจ เพราะผู้ชุมนุมซึ่งมีจำนวนไม่น้อย แต่เขาก็ปักหลักอยู่บริเวณแยกอุรุพงษ์
เมื่อถามว่าถ้าประเมินจากสถานการณ์การชุมนุมแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตั้งกำแพงสูงท่วมหัวเหมาะสมแค่ไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ต้องไปถามทางผู้ตัดสินใจว่าเขามีข้อมูลอะไรที่บ่งบอกว่าจะเกิดเรื่องรุนแรงขนาดที่ต้องใช้มาตรการแบบนี้ ตนคิดว่าเมื่อตัดสินใจอย่างนี้ก็ต้องรับผิดชอบกับผลที่เกิดขึ้น เพราะประชาชนที่เขามีปัญหาในการสัญจรไปมา เขาก็ตั้งคำถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น"
งง! รัฐบาลอ้างจีนซื้อข้าวไทย 5 ล้านต้น ชี้ที่จริงซื้อจากเอกชน
นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเเถลงข่าวว่า รัฐบาลจีนสั่งซื้อข้าวไทยปีละ 1 ล้านตัน เป็นเวลา 5 ปี และยางพาราอีกปีละ 2 แสนตัน ว่า "ผมก็งงๆ รู้สึกว่ารัฐบาลนี้อยากจะพูดในสิ่งดีๆ แต่ก็แปลกใจตรงที่ว่า ทำไมเรื่องนี้มาเกิดขึ้นทีหลัง แล้วเราเป็นฝ่ายแถลง แต่วันที่มีการพบปะกันอย่างเป็นทางการ วันที่มีการลงนามในข้อตกลงต่างๆ ทำไมไม่อยู่ตรงนั้น ที่สำคัญข้อเท็จจริงคือขณะนี้จีน เขาซื้อข้าวจากเอกชน เขาไม่ได้ซื้อจากรัฐบาล และข้อตกลงลักษณะนี้ก็เคยทำกันมาแล้ว เข้าใจว่าปริมาณมากกว่านี้ด้วย ทั้งนี้ต้องไปดูของจริงมากกว่า อย่างไรก็ตามคิดว่าการขายข้าวให้กับจีนครั้งนี้ น่าจะเป็นการระบายข้าวในราคาที่ต่ำ เหมือนกับขณะนี้เป็นยุคที่ข้าวสารถูกกว่าข้าวเปลือก ซึ่งจริงๆ แล้วถ้ากลไกเป็นไปตามปกติ ก็อยากให้เอกชนขายได้ราคาดีๆ แต่วันนี้กลัวว่า ถ้ารัฐขายไม่ได้เลย เราจะทำอะไรกับข้าวเกือบ 20 ล้านตันที่อยู่ในสต็อค และกำลังจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้นโยบายจำนำข้าว"
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า เราอยากให้เขาเข้ามาซื้อสินค้าเกษตรของเรามากขึ้นแน่นอนอยู่แล้ว แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องมุ่งทำคือการลดอุปสรรคปัญหาในเรื่องของการส่งออกสินค้าเกษตร เพราะเชื่อว่าการขยายตัวการส่งออกสินค้าเกษตร โดยเฉพาะผลไม้ไปประเทศจีนยังทำได้มากขึ้น เป็นที่นิยม เป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉพาะการเชื่อมโยงระบบคมนาคม และนายกรัฐมนตรีจีน มีนโยบายสำคัญ 2 เรื่องที่เราควรเข้าไปดูว่าจะสามารถทำให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทยได้อย่างไร เช่น การเปิดเขตการค้าเสรี เซียงไฮ้ ซึ่งจะเป็นช่องทางสำคัญที่จะให้สินค้าของเราเข้าไป และนโยบายการพัฒนาเมือง ซึ่งหมายความว่า ต่อไปนี้ไม่ใช่แค่สินค้าเกษตรแล้ว แต่จะมีสินค้าตัวอื่น หรืออุตสาหกรรม
บินปาฐกถา 'สิงคโปร์' ยันพื้นฐานเศรษฐกิจ-การเมืองไทยแข็งแกร่ง แม้วุ่นวาย
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในวันนี้ (14 ต.ค.) ตนเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ เพื่อปาฐกถา Thailands Future Political and Econpmic Landscape ที่โรงแรม Fullerton โดยได้รับเชิญให้ไปบรรยายที่สถาบันที่มีชื่อว่า IISS เป็นสถาบันว่าด้วยการศึกษา เกี่ยวกับยุทธศาสตร์ ซึ่งตนไปบรรยายเรื่องของเศรษฐกิจการเมืองไทย และมีโอกาสได้พบกับนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีต่างประเทศของสิงคโปร์ด้วย ทั้งนี้สาระสำคัญที่บรรยาย ตนจะยืนยันว่า พื้นฐานของเศรษฐกิจไทย และการเมืองไทย แม้จะมีความวุ่นวาย ยุ่งยากแต่ก็ได้แสดงออกถึงความแข็งแกร่งในการที่จะผ่านพ้นเหตุการณ์หรือวิกฤตการณ์ยากๆ มาได้หลายครั้ง แต่เราก็มีความเสี่ยงใหม่เกิดขึ้นจากวิธีคิด และนโยบายในบางเรื่อง โดยเฉพาะกรณีจำนำข้าว ซึ่งจะท้าทายว่า สังคมไทยจะสามารถหันกลับมารักษาจุดแข็งเดิมไว้ แล้วผ่านพ้นปัญหายากๆ ไปได้อีกหรือไม่ ส่วนในเรื่องการเมืองตนจะอธิบาย ว่า ขณะนี้รัฐบาลมีความเข้มแข็ง มีสภาฯ แต่การจำกัดพื้นที่ทางการเมืองของผู้ที่คิดแตกต่าง จึงเป็นเหตุที่มาของการประท้วงการชุมนุม วันนี้แน่นอนเขาต้องถามว่า มีการใช้กฎหมายความมั่นคงว่าเกิดอะไรขึ้น และปมประเด็นของความขัดแย้งอยู่ที่ไหนอย่างไร
ส่งทนายเลื่อนคดีฟ้อง 'ธาริต' กับพวกปฏิบัติหน้าที่มิชอบ
ที่ห้องพิจารณาคดี 911 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ คดีหมายเลขดำ อ.310/2556 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) , พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ หัวหน้าชุดคดีการเสียชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐจากเหตุความรุนแรงทางการเมืองปี 2553 , พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ และ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล พนักงานสอบสวนดีเอสไอ เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต และเป็นเจ้าพนักงานสอบสวนกระทำการโดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 90, 157 และ 200
คดีนี้สืบเนื่องจากกรณีที่จำเลยที่ 1-4 ได้มีการสรุปสำนวนสั่งฟ้องนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพในข้อหาก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่าโดยเจตนาและเล็งเห็นผล ในการที่ ศอฉ.มีคำสั่งใช้กำลังเจ้าหน้าที่กระชับพื้นที่การชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อปี 2553
นายไพบูลย์ โพธิ์น้อย ทนายความนายอภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้ขอเลื่อนนัดไต่สวนมูลฟ้องออกไปก่อน เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ ติดภารกิจเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ ซึ่งศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้เลื่อนออกไปเป็นวันที่ 18 พ.ย.นี้ิ เวลา 09.00 น.
ส่วนกรณีที่นายอรรถพล ใหญ่สว่าง อัยการสูงสุดระบุว่าจะพิจารณาสั่งคดีที่นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ตกเป็นผู้ต้องหาก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่าโดยเจตนาและเล็งเห็นผลได้ช่วงสิ้นเดือน ต.ค.นี้ นายไพบูลย์ ทนายความนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากอัยการสั่งคดีไปในทิศทางใดก็อาจมีผลกระทบต่อคดีนี้ แต่ยังไม่ขอแสดงความคิดเห็น และให้เป็นดุลยพินิจของอัยการสูงสุด



