
'คปท.'ไม่ไปไหน!ปักหลักแยกอุรุพงษ์
กลุ่ม'คปท.'ชุมนุมต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 เผยยังไม่เคลื่อนมวลชนบุก'ทำเนียบฯ' ด้าน'ประชา'โยน'ศอ.รส.'ประเมินขยาย-ยกเลิก'พรบ.มั่นคง'ก่อน 18ตุลา
14 ต.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชุมนุมของเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือ คปท. นำโดย นายอุทัย ยอดมณี นายกองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง และนายนิติธร ล้ำเหลือ อดีตทนายความกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ยังคงปักหลักชุมนุมที่บริเวณสี่แยกอุรุพงษ์ เพื่อคัดค้านการบริหารงานของรัฐบาล โดยวันนี้ เข้าสู่เช้าวันที่ 5 แล้ว
ทั้งนี้ นายอุทัย เปิดเผยว่า วันนี้จะยังไม่เคลื่อนกำลังไปชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลอย่างแน่นอน แต่ขอประเมินอีก 2-3 วัน จึงค่อยคิดดำเนินการต่อไป โดยมติมวลชนส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าควรกลับไปชุมนุมหน้าทำเนียบตามเดิม ซึ่งจะขอประเมินสถานการณ์อีกครั้งหนึ่ง
"กลุ่มผู้ชุมนุมไม่กดดันกับการที่รัฐบาลพยายามตีกรอบพื้นที่การชุมนุม และหากรัฐบาลประกาศ พ.ร.บ.มั่นคงภายในราชอาณาจักรขยายมายังพื้นที่แยกอุรุพงษ์ ก็ยืนยันว่าจะไม่ออกเด็ดขาด และบ่ายวันนี้จะมีการทำกิจกรรมตามข้อเรียกร้องที่ได้เสนอไป 3 ข้อ เช่น การเดินทางไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อสอบถามถึงกรณีการไม่สั่งฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในข้อหาก่อการร้าย และช่วงเช้าส่วนตัวจะเดินทางไปวางพวงมาลา ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัวด้วย" นายอทัย กล่าว
โดยบรรยากาศโดยรวมขณะนี้ ผู้ชุมนุมยังคงพักผ่อนตามอัธยาศัย บนเวทีปราศรัยยังไม่มีกิจกรรมใด ๆ และแกนนำยังไม่ปรากฏในพื้นที่ชุมนุม ทั้งนี้ มีการขยายพื้นที่ชุมนุมออกไป ตั้งแต่แยกอุรุพงษ์ ไปจนถึงทางรถไฟ
ขณะที่ การจราจรโดยรอบถนนพระรามที่ 6 ค่อนข้างคล่องตัว รถเคลื่อนสะดวก ซึ่งอาจเพราะมีการประชาสัมพันธ์ให้หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว
"รัฐบาล"โยน"ศอ.รส."ประเมินขยาย-ยกเลิก"พรบ.มั่นคง"ก่อน 18ตุลา
เมื่อเวลา 09.40น. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า มอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคง โดยศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ศอ.รส.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) เป็นฝ่ายประเมินสถานการณ์การการชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่เเยกตัวจากกลุ่มเสนาธิการกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) โดยคปท.ชุมนุมที่แยกอุรุพงษ์ โดยให้ประเมินว่า จะต้องขยายวันประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงออกไปจากเดิมที่บังคับใช้ถึงวันที่ 18 ต.ค. หรือจะยกเลิกก่อนวันที่ 18 ต.ค.หรือไม่ รวมทั้งจะมีการหารือกับที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในวันที่ 15 ต.ค.นี้ด้วย แต่ทั้งนี้พื้นที่ที่ประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงเป็นพื้นที่ที่ต้องรักษาไว้ให้ได้ อย่างไรก็ตาม ตนต้องการให้ย้ายสถานที่ชุมนุมจากแยกอุรุพงษ์กลับไปชุมนุมที่สวนลุมพินีจุดเดิมที่เดียวเพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน
รองนายกฯ กล่าวต่อว่า ได้รับรายงานว่าในการชุมนุมที่อุรุพงษ์มีหลายกลุ่มร่วมชุมนุม แต่ก็เป็นกลุ่มเดิมที่เคยยึดทำเนียบรัฐบาล ซึ่งการข่าวรู้ว่ามีแผนจะทำอะไรอย่างไร ทั้งนี้ฝ่ายรัฐบาลมีการประสานพูดคุยกับแกนนำอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่าการพูดคุยเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ส่วนกรณีที่มีการปิดถนนหลายเส้นจนกระทบการจราจรในกรุงเทพมหานครนั้นก็จะพยายามดูแลให้ดีที่สุด เมื่อถามว่า แสดงว่าการข่าวพบว่าจะมีความพยายามจะยึดทำเนียบรัฐบาลอีกใช้หรือไม่ แต่พล.ต.อ.ประชาไม่ตอบคำถามและขึ้นรถประจำตำแหน่งออกจากทำเนียบรัฐบาลทันที
ด้านพล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง กล่าวยืนยันว่า จะประกาศใช้ประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงฯต่อไปจนถึงวันที่ 18 ต.ค.ทั้งนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์ของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการผอ.ศอ.รส. แต่ถ้าหากสถานการณ์รุนแรงหรือวุ่นวายกว่าเดิมอาจมีการประกาศเพิ่มเติมอีก ส่วนการพิจารณาของรัฐสภาฯในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ในวันที่ 15 ต.ค. ถือเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการตัดสินใจว่า จะคง พรบ.ความมั่นคงต่อไปหรือไม่ แต่ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รายงานให้ทราบว่า จำนวนผู้ชุมนุมยังเท่าเดิม จึงจะยังไม่ขยายพื้นที่ พ.ร.บ.ความมั่นคงถึงแยกอุรุพงษ์
เมื่อถามถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตกลงกับกลุ่มผู้ชุมนุมว่า หากนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน กลับไปจะให้กลับมาปักหลักชุมนุมที่หน้าทำเนียบต่อ พล.ต.ต.ธวัช กล่าว ยืนยันว่าจะไม่ให้กลับมาชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลอย่างแน่นอน และการประชุมคณะรัฐมนตรีวันพรุ่งนี้จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศในการรักษาความปลอดภัยที่ทำเนียบรัฐบาลในวันนี้เป็นไปอย่างเข้มงวด โดยมีการปิดถนนโดยรอบในเส้นที่ติดกับประตูทางเข้าออกทำเนียบรัฐบาล ทั้งถนนราชดำเนิน ถนนพิษณุโลก ถนนพระราม 5 โดยมีการนำแท่งแบริเออร์คอนกรีตสูงประมาณ 170 เซนติเมตรไปวางเรียง เป็นแนวยาวทั้งช่องทางหลักและคู่ขนานในขาเข้าและขาออก พร้อมกับมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรึงกำลังอยู่หลังแนวแบริเออร์ด้วย และมีการตรวจสอบรถที่เข้า-ออกทำเนียบรัฐบาลอย่างเข้มงวด ส่วนการรักษาความปลอดภัยด้านในทำเนียบรัฐบาลพบว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจกระจายตามจุดต่างๆ แต่ไม่มีการนำรถที่ใช้ในการปฏิบัติการมาจอดบริเวณด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า และเมื่อตรวจสอบพบว่า กำลังเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่รวมตัวกันอยู่ที่ด้านหลังทำเนียบ ในโซนตึกแดง ทั้งตึกสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และที่ลานจอดรถประตู 5



