
รัฐเร่งปิดเกม!นิรโทษกรรมก่อนพ.ย.
รัฐเร่งปิดเกม!นิรโทษกรรมก่อนพ.ย. : เกาะติดพ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยขนิษฐา เทพจร
สัปดาห์ที่ผ่านมา การพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ก็ถูก "กรรมาธิการ" พรรคเพื่อไทย เร่งเครื่องเดินหน้าพิจารณาลงรายมาตรา หลังจากประชุมมา 8 ครั้ง ยังมะงุมมะงาหรา
แถมยังเร่งชนิดติดเทอร์โบ เพิ่มวันประชุมเป็น 2 วันต่อสัปดาห์ และเลื่อนเวลาประชุมจาก 13.00 น. มาเป็น 09.30 น. โดยไม่กำหนดเวลาปิด
แม้ ส.ส.เพื่อไทยจะอธิบายว่า เป็นเพราะใกล้ปิดสมัยประชุมสภาในวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้ อีกทั้งกลุ่มญาติผู้เสียหายจากการชุมนุมทางการเมือง ยื่นหนังสือให้เร่ง หลังพบว่าที่ประชุมใช้เวลา "สนทนาธรรม" มากเกินไป
แต่ "กรรมาธิการ" พรรคประชาธิปัตย์กลับมองเป็นเพียงข้ออ้าง และผู้นำพรรค อย่าง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ก็ตั้งข้อสังเกตว่า "สามารถ แก้วมีชัย" ประธานกรรมาธิการรับงานใครมาหรือไม่
ทำให้ฝ่ายค้านหลายคนฟันธงว่า เป็นพฤติกรรมเร่งเกมปิดจ๊อบตามใบสั่งให้เสร็จก่อนปิดสมัยประชุมเดือนพฤศจิกายนนี้
เพราะมีสิ่งบอกเหตุคือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของ "สามารถ” จากเดิมที่ยืนยันหลายครั้งว่าจะไม่เร่งรีบเพื่อเปิดรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายให้กว้างขวางที่สุดกลับมาเป็นการใช้เสียงข้างมาก เพื่อเบรกเกมการแสดงความเห็นต่างของฝั่งตรงข้าม
ประเด็นสำคัญที่สุดคือ การใช้อำนาจประธานสั่งยุติการประชุม ทั้งๆ ที่กรรมาธิการทั้ง 2 ฝ่ายเปิดใจฟังเหตุผลและแสวงหาจุดร่วมเกือบลงตัว โดยในวาระพิจารณาเหตุผลของร่าง พ.ร.บ.ที่ตั้งต้นกรรมาธิการฝ่ายค้าน ขอให้แก้ไขและตัดบางถ้อยคำที่กล่าวหาและโจมตีศาลยุติธรรม รวมถึงเสียดสี-ใส่ร้ายกลุ่มการเมืองขั้วตรงข้ามรัฐบาลปัจจุบันออก เช่น การใช้บังคับกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม, เคร่งครัด และขาดความยืดหยุ่นจนเกินความจำเป็น, สถานการณ์บ้านเมืองตกอยู่ในความคิดที่ไม่เคารพในระบอบประชาธิปัตย์
โดยอดีตกรรมการ คตส. "แก้วสรร อติโพธิ” มองว่า ตามเหตุผลเดิมเขียนแบบ TAKE SIDE และขอให้ปรับแก้ซึ่งตรงกับความเห็นของพรรคประชาธิปัตย์ โดยยืนยันว่าการปรับถ้อยคำจะไม่มีถ้อยคำที่สร้างความเสียหายให้แก่รัฐบาลปัจจุบัน ทำให้ “ส.ส.เพื่อไทย” ยอมรับ และขอให้กรรมาธิการฝ่ายค้านชี้ให้ชัดว่าอยากแก้ถ้อยคำที่คิดว่ามีปัญหา เพื่อเปลี่ยนการถกเถียงเป็นการหาจุดร่วมที่ยอมรับได้ร่วมกัน
แต่ท้ายสุดประธานในที่ประชุม "สามารถ” ได้ตัดบทปิดการประชุม นำประเด็นนี้ไปคุยกันรอบต่อไป ทำให้ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์จับอาการได้ว่า “ท่านประธานไม่ใช่ตัวจริง และไม่มีอำนาจตัดสินใจ”
และเมื่อถึงการประชุมรอบใหม่ “แก้วสรร” นำเสนอร่างเหตุผลใหม่เสนอต่อที่ประชุม โดยสรุปสาระได้ว่า การนิรโทษกรรมแก่ประชาชน ที่เกิดจากการชุมนุมประท้วงรัฐบาลในทุกๆ รัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการใช้สิทธิ เสรีภาพขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้เพื่อลดความขัดแย้งและสร้างโอกาสปรองดอง
แต่ไม่ได้รับการตอบรับจากกรรมาธิการฝ่ายรัฐบาล เพราะมองว่าไม่จำเป็น ท้ายที่สุดหลังจากเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านแสดงความเห็นกว่าชั่วโมง ส.ส.เพื่อไทยได้เสนอปิดอภิปราย และลงมติให้คงร่างกฎหมายเดิมไว้
จากนั้นได้เข้าสู่รายละเอียดมาตรา 1 ว่าด้วยชื่อร่างพระราชบัญญัติ และมาตรา 2 ว่าด้วยเวลาที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ และผ่านไปอย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาเพียง 14 นาที โดยใช้มติข้างมากโหวตให้คงตามร่างกฎหมายเดิม
ต่อด้วยการพิจารณามาตราที่เป็นหัวใจ คือ มาตรา 3 ที่ระบุถึงการกระทำที่เนื่องจากการชุมนุมซึ่งเข้าข่ายได้รับการนิรโทษกรรม
ในชั้นนี้กรรมาธิการสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ อย่าง “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ" ส.ส.พัทลุง และ "แก้วสรร” เสนอให้กำหนดนิยามบรรดาการกระทำ เพื่อให้มีความชัดเจนง่ายต่อการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ แต่กรรมาธิการฝ่ายรัฐบาลได้เสนอให้กำหนดกรอบพิจารณาคือ กำหนดช่วงเวลาหรือสถานการณ์, ประเภทคดี และกลุ่มบุคคลที่จะได้รับประโยชน์ ซึ่งบทสรุปช่วงท้ายการประชุม “สามารถ” เสนอให้กรรมาธิการแต่ละคนไปนั่งทำการบ้าน ยกร่าง "มาตรา 3" ฉบับของตนเองแล้วนำเสนอในที่ประชุมนัดหน้า
-----------------------
(หมายเหตุ : รัฐเร่งปิดเกม!นิรโทษกรรมก่อนพ.ย. : เกาะติดพ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยขนิษฐา เทพจร)



