ข่าว

'ยะใส'ติง'บช.น.'ปิดถนนเรียกแขก!

'ยะใส'ติง'บช.น.'ปิดถนนเรียกแขก!

13 ต.ค. 2556

'สุริยะใส' ตำหนิ 'บช.น.' ปิดถนน 14 เส้นทางรอบทำเนียบ ติง สร้างผลเสีย-เรียกแขก จ่อยื่น 'อสส.คนใหม่' ทบทวนสั่งไม่ฟ้อง 'ทักษิณ' ก่อการร้าย

 

                            13 ต.ค. 56  นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน กล่าวถึงกรณีกองบัญชาการตำรวจนครบาลสั่งปิดถนน 14 เส้นทางโดยรอบทำเนียบรัฐบาล เพื่อรักษาความสงบของกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลว่า ตำรวจและฝ่ายความมั่นคงตื่นเกินเหตุ เพราะหากเป็นการชุมนุมโดยสงบก็ไม่น่าจะต้องวิตกกังวลขนาดนั้น ตนเชื่อว่าการที่ตำรวจนำข่าวมาปะติดปะต่อและวิเคราะห์ให้น่ากลัว เพื่อประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงค้ำเก้าอี้นายกรัฐมนตรี เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไม่มีผลงานและการบริหารล้มเหลว

                            ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน กล่าวว่า รัฐบาลเองก็บอกว่าม็อบมีแค่หยิบมือเดียว ไม่น่ากลัว แต่ขณะเดียวกันกลับมีการใช้กฎหมายพิเศษ และกำลังตำรวจเรือนหมื่นมาสกัดกั้น ทั้งนี้การที่ปิดถนนหลายจุดก็ไม่เป็นผลดีกับรัฐบาล เพราะเป็นการเรียกแขก และทำให้ประชาชนรับไม่ได้ ที่เอะอะก็ประกาศกฎหมายพิเศษ ทำให้รถติดเนื่องจากตำรวจปิดถนน

                            ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้ในการเจรจาระหว่างกองทัพประชานโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) เคยเจรจากับตำรวจ ซึ่งก็มีข้อตกลงว่าสามารถกลับมาชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลได้อีก นายสุริยะใส กล่าวว่า แสดงว่า กปท.ถูกเบี้ยว ดังนั้นก็มีความชอบธรรมที่จะเคลื่อนไหวทวงสัญญา ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นั้น คิดว่าจังหวะที่เหมาะสมที่สุด คือ ก่อนศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มา ส.ว. เพราะตนเชื่อว่า คนเสื้อแดงจะสร้างกระแส หรือเคลื่อนไหวมวลชนกดดันศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้หวาดกลัว และตกอยู่ในแรงกดดัน ซึ่งจังหวะนี้ ก็จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลมีความชอบธรรมในการเคลื่อนไหวใหญ่ด้วยเช่นกัน เพื่อปกป้องศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็จะเป็นจุดแตกหัก

 

 

จ่อยื่น 'อสส.คนใหม่' ทบทวนคำสั่งไม่ฟ้อง 'ทักษิณ' ก่อการร้าย

 

                            นายสุริยะใส กล่าวถึงกรณี นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อดีตอัยการสูงสุด มีคำสั่งไม่ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีก่อการร้ายว่า ตนจะทำคำร้อง 2 ฉบับ โดยฉบับหนึ่งจะยื่นต่อนายอรรถพล ใหญ่สว่าง อัยการสูงสุดคนใหม่ ให้ทบทวนคำสั่งเดิมของนายจุลสิงห์ ว่ามีปัญหาหรือไม่ เพราะคิดว่าอัยการสูงสุดคนใหม่ มีอำนาจที่จะทบทวน หากพบว่าเป็นการกระทำที่มิชอบ เพราะคำสั่งไม่ฟ้อง ชัดเจนว่าผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 6 ที่เขียนไว้ชัดเจนว่า แม้การกระทำนั้น จะเป็นการกระทำนอกราชอาณาจักร แต่ทำให้เกิดความเสียหายจากพฤติกรรม ที่เข้าข่ายลักษณะความผิดก่อการร้ายในมาตรา 7

                            "แม้จะเป็นการกระทำนอกราชอาณาจักร แต่ก็ถือว่าเป็นการกระทำความผิดในราชอาณาจักร การที่นายจุลสิงห์ ระบุว่า ไปไม่ถึง จึงน่าแปลกใจ ตนคิดว่าดุลยพินิจของนายจุลสิงห์ เป็นดุลยพินิจที่มีมลทินชัดเจนมาก ฉะนั้นอัยการสูงสุดคนใหม่ ต้องรื้อ และนำกลับมาทบทวน แล้วใช้ดุลยพินิจใหม่ ซึ่งผมเชื่อว่าสามารถทำได้ ถ้านายอรรถพล ไม่ทบทวน ก็ต้องมีคำตอบให้กับประชาชน ว่ามีเหตุผลอะไร นอกจากนี้ ภายในสัปดาห์หน้า จะยื่นกล่าวโทษนายจุลสิงห์ ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 แม้นายจุลสิงห์ จะเกษียณไปแล้วก็ตาม แต่ในระหว่างกระทำความผิดยังดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดอยู่ ฉะนั้นไม่ได้หมายความว่า จะพ้นผิดไปด้วย เพราะการกระทำนั้นๆ เข้าข่ายขัดต่อกฎหมาย"

                            ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน กล่าวว่า เรื่องนี้ตรรกะง่ายๆ ตนขอถามกลับไปยังนายอรรถพล ว่า ตนถูก พ.ต.ท.ทักษิณ ฟ้องทั้งหมด 8 คดี ในขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ หลบหนีคดีอยู่ในต่างประเทศ ศาลยังรับคำฟ้องเหล่านั้นแล้วไต่สวน หรือกรณีของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ก็โดน พ.ต.ท.ทักษิณ ฟ้องระหว่างอยู่ต่างประเทศ แล้วศาลชั้นต้นก็สั่งจำคุก พวกตนก็ต้องไปขึ้นศาลหลายจังหวัด พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ต่างประเทศตั้งนาน ไม่เคยมาปรากฏตัวในศาล แต่ศาลยังรับคำร้อง ฉะนั้นคิดว่านายจุลสิงห์ ใช้ดุลยพินิจที่เกินเขตอำนาจ ทั้งที่ควรจะเป็นอำนาจของผู้พิพากษา ไม่ใช่ของอัยการ ความผิดของนายจุลสิงห์ ตนถือว่าผิดชัดเจนแล้ว ต้องไปแก้ต่างเอาเองในชั้นการไต่สวนของ ป.ป.ช. และเรื่องนี้ยังต้องถามกลับไปยังนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอด้วย เพราะเป็นคนสั่งฟ้อง ว่าจะเอาอย่างไร ถ้านายธาริต ไม่ยืนยันกลับไป ก็ต้องพิจารณาเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ซึ่งตนกำลังจะไปดูด้วยว่า จะกล่าวโทษนายธาริต ด้วยหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของตน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับนายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์

                            "การที่นายจุลสิงห์ อ้างว่า กฎหมายให้อำนาจอัยการสูงสุดเป็นผู้พิจารณานั้น เรื่องนี้ดุลยพินิจเป็นของนายจุลสิงห์ก็จริง ว่าจะสั่งหรือไม่สั่งฟ้องใคร แต่ต้องไม่ใช่ดุลยพินิจที่ปราศจากความรับผิดชอบ กรณีนี้จึงขอยืนยันว่า เข้าข่ายมาตรา 6 และ 7 ของประมวลกฎหมายอาญา จะบอกว่าไปไม่ถึงตัว พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะอยู่ต่างประเทศนั้น เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น"