ข่าว

โฉมใหม่ของนักโทษการเมืองพม่า(1)

โฉมใหม่ของนักโทษการเมืองพม่า(1)

15 ต.ค. 2556

นอกบ้านผ่านเมือง : โฉมใหม่ของนักโทษการเมืองพม่า (1) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

 

                            พอประธานาธิบดีบารัก โอบามา แห่งแดนดินถิ่นอินทรีผยอง ถูกพิษ “ชัตดาวน์” เล่นงานจนไม่อาจบินลัดฟ้ามาร่วมประชุมผู้นำเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ที่เกาะบาหลี และการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่บรูไน ได้เหมือนเคย จำใจปล่อยให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงแห่งแดนมังกร ชิงบทบาทการนำแต่เพียงผู้เดียว ปรากฏว่าบรรยากาศการประชุมทั้ง 2 เวทีกลับราบรื่น ไม่มีการประโคมข่าวความขัดแย้งหรือขยายความเกลียดชังหรือความหวาดระแวงกันและกันเหมือนเช่นหลายปีที่ผ่านมา

                            โดยเฉพาะการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ซึ่งเป็นไปอย่างชื่นมื่น ผิดกับบรรยากาศตลอดช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด คราวที่แดนดินถิ่นอินทรีพยายามขยายภาพปัญหาชิงหมู่เกาะสแปรตลีย์และพาราเซลส์ที่ทะเลจีนใต้ ถึงขั้นหนุนหลังให้ผู้นำฟิลิปปินส์หยิบยกปัญหานี้มาวางบนโต๊ะเจรจา จนทำให้การประชุมสุดยอดอาเซียนหวุดหวิดจะพังไม่เป็นท่ามาแล้ว

                            บรรยากาศการประชุมในปีนี้ยิ่งชื่นมื่นมากขึ้นไปอีก เมื่อประธานาธิบดีเต็ง เส่งแห่งแดนดินถิ่นลุ่มน้ำอิรวดี ประธานอาเซียนในปีหน้า ได้โกยคะแนนใส่ตัวเหมือนเช่นทุกครั้งที่เดินทางไปต่างประเทศนั้น ก็คือสั่งปล่อยนักโทษการเมืองเพิ่มอีก 56 คน อันเป็นอีกก้าวหนึ่งไปสู่สิ่งที่ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง เคยประกาศไว้ระหว่างเยือนกรุงลอนดอน เมื่อกลางปีนี้ว่า ”ภายในสิ้นปีนี้ จะไม่มีนักโทษทางความคิดเหลืออยู่แม้แต่รายเดียว”

                            อย่างไรก็ดี ทั้งฝ่ายค้านและนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนต่างเตือนว่า พม่าอาจจะไม่มีนักโทษการเมืองหรือนักโทษทางความคิดอีกแล้วตามที่ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ลั่นวาจาไว้ เพราะผู้ที่ถูกจับกุมในขณะนี้หรืออาจถูกจับกุมในอนาคตข้างหน้า รวมไปถึงผู้ที่ถูกจับกุมระหว่างจลาจลเชื้อชาติ หรือจากปัญหาชนกลุ่มน้อย ถูกตั้งข้อหาว่าประท้วงโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือบ่อนทำลายชื่อเสียงของรัฐแทน จึงไม่ถือว่าเป็นนักโทษการเมืองโดยตรงได้

                            นายโก โก ยี อดีตผู้นำนักศึกษา ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการทบทวนสถานะนักโทษ ให้ความเห็นว่า มีความจำเป็นที่จะต้องนิยามความหมายของนักโทษการเมืองให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นแล้วจะยังคงมีนักโทษการเมืองในเรือนจำ แต่กลับถูกปิดบังหรือบิดเบือนสถานภาพแท้จริง ด้วยข้อหาที่อาจดูเบากว่า แต่โทษก็อาจรุนแรงพอๆ กับสมัยรัฐบาลเผด็จการทหาร

                            ยิ่งเป็นนักเคลื่อนไหวทางออนไลน์ด้วยแล้ว ก็แทบไม่มีหลักประกันในเรื่องของเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างไปจากรัฐบาล ใครถูกจับโทษฐานขัดกฎหมายว่าด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์มีหวังถูกติดคุกหัวโตถึง 15 ปี รวมทั้งต้องจ่ายค่าปรับอีก 1 แสน-5 ล้านจ๊าด หรือราว 3,200-162,000 บาท

                            เป็นไปได้ที่ทางการจะเล่นแง่ ไม่ลำดับสถานภาพของนักโทษเหล่านี้ให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาคมโลกเข้าใจผิดคิดว่าพม่าเป็นประชาธิปไตยแล้ว

 

 

-------------------------

(นอกบ้านผ่านเมือง : โฉมใหม่ของนักโทษการเมืองพม่า (1) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)