ข่าว

'คณิต'ซัดนักกม.กลัวการเมือง!

'คณิต'ซัดนักกม.กลัวการเมือง!

13 ต.ค. 2556

'คณิต' ซัด 'นักกฎหมายไทย' กลัวการเมือง รักสบาย ประจบประแจง ชี้ ถึงเวลาปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม

 

                            13 ต.ค. 56  เมื่อเวลา 12.30 น. คณะกรรมการจัดงานรำลึกและเชิดชูเกียรติ วัน 14 ตุลา 'ประชาธิปไตย' วุฒิสภา โดยนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 เป็นประธานภายในงาน มีนายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กวีซีไรส์ อ่านบทกวี 14 ตุลา พร้อมด้วยนายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) ร่วมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทย”

                            โดย นายคณิต กล่าวว่า ปัญหาของบ้านเมืองเราคล้ายกับการเล่นฟุตบอลที่มีสูตร 4-4-2 แต่ขณะนี้ตนมองว่า ปัญหาของบ้านเมืองมีปัญหาตามสูตร 3-3-3 เป็นปัญหา 3 ด้าน คือ 1. กฎหมาย นักกฎหมาย และการเรียน การสอนกฎหมาย ซึ่งกฎหมายของไทยไม่ได้เสียหาย แต่เป็นนักกฎหมายที่มีปัญหาค่อนข้างมาก เพราะเราศึกษากฎหมายด้วยการจำสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ไม่วิเคราะห์ว่ามีหลักเกณฑ์อะไรอยู่เบื้องหลังบ้าง 2. พฤติกรรมของคนในกระบวนการยุติธรรมบางคน ที่มีพฤติกรรมน่ารังเกียจ เช่น ทำงานสบาย ไม่มีภาวะวิสัย กลัวผู้บังคับบัญชา ที่สำคัญโดยเฉพาะกลัวการเมือง ซึ่งคนจะกลัวการเมืองกันมาก และตนก็เคยโดนมาแล้ว แต่ตนไม่กลัว และพฤติกรรมประจบประแจง โดยเฉพาะประจบผู้บังคับบัญชา และหัวหน้าองค์กร และ 3. พฤติกรรม 3 แย่ในกระบวนการยุติธรรม คือ ไร้ประสิทธิภาพ คุกคามสิทธิ และค่าใช้จ่ายสูง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง

                            นายคณิต กล่าวต่อว่า กระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หากกระบวนการยุติธรรมดี จะช่วยพัฒนาประเทศได้ทุกด้าน ทั้งนี้กระบวนการยุติธรรมที่ดี ต้องมีประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย เป็นกระบวนการที่สามารถคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของบุคคลได้ ซึ่งตัวอย่างคดีที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรมส่วนใหญ่จะเกิดในต่างประเทศ เช่น คดีอดีตประธานาธิบดีเกาหลีกระโดดหน้าผาตาย หลังจากเกิดปัญหาเกี่ยวพันกับเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น หรือแม้แต่รัฐมนตรีในประเทศอื่นๆ ที่ลาออกเมื่อเกิดการบริหารงานผิดพลาด ส่วนประเทศไทยเป็นอย่างไรทราบว่าทุกคนรู้กันอยู่

                            นายคณิต กล่าวอีกว่า การดำเนินการในชั้นเจ้าพนักงานของเรามีปัญหา ไม่สามัคคีกัน ซึ่งต้องมีความเป็นเอกภาพ ทั้งนี้แทบทุกหน่วยงานที่อยู่ในองค์กรกระบวนการยุติธรรม ขาดความน่าเชื่อถือ ความศรัทธาของประชาชน ทำให้ด้อยลงเรื่อยๆ ปัจจุบันเรากินบุญเก่าอยู่ ถ้าเราไม่สร้างสิ่งใหม่ อีกหน่อยบุญจะหมดไปแล้วจะทำอย่างไร ทั้งนี้ตนมองว่า การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่ต้องทำต่อไปในอนาคต คือ การปฏิรูปศาลพิจารณา ศาลชั้นอุทธรณ์ หากยังมีต้องให้เป็นศาลพิจารณา ศาลฎีกาต้องเป็นศาลทบทวนข้อกฎหมาย การทำความเข้าใจแก่บุคลากรในองค์กรในกระบวนการยุติธรรม ส่วน เนื้อหาของการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่ได้ทำมาแล้ว และจะทำต่อไป ที่สำคัญคือ การสร้างความเข้าใจกระบวนการยุติธรรมแก่ประชาชน เพื่อให้ความรับผิดชอบต่อประชาชนเกิดขึ้น