ข่าว

'พระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯ'รับสั่งอยู่กับปัจจุบันให้เยอะที่สุด

'พระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯ'รับสั่งอยู่กับปัจจุบันให้เยอะที่สุด

14 ต.ค. 2556

'พระองค์หญิงสิริวัณณวรีนารีรัตน์'รับสั่ง'อยู่กับปัจจุบันให้เยอะที่สุด' : ไลฟ์สไตล์




 

          ในช่วงกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 27 ที่จะมีขึ้นในเดือนธันวาคมนี้ ที่ประเทศพม่า คนไทยจะได้มีโอกาสได้ชื่นชมพระปรีชาสามารถและพระอัจฉริยภาพด้านกีฬาของ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ด้วยทรงได้รับการรับเลือกให้เป็นตัวแทนนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติไทย ที่จะเข้าร่วมการแข่งขันในประเภทศิลปการบังคับม้า หรือเดรสซาจ โดยเมื่อวันก่อนได้ประทานสัมภาษณ์แก่คณะสื่อมวลชน ณ สนามไทยโปโล แอนด์ อีเควสเทรียน คลับ พัทยา จ.ชลบุรี
    
          พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงเล่าให้ฟังว่า เริ่มทรงม้าครั้งแรกเมื่อพระชันษา 9 ปี โดยทรงม้าตามพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา แต่ก็ยังทรงพระเยาว์มาก จากนั้นก็ทรงมีกิจกรรมอย่างอื่น ทั้งทรงเรียนพระอักษร ทรงเรียนแฟชั่น โดยในช่วงที่ทรงเรียนแฟชั่นที่ฝรั่งเศส กิจกรรมอย่างหนึ่งที่คนฝรั่งเศสชอบทำคือการขี่ม้า นั่นเองจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ทรงหันกลับมาทรงม้าอีกครั้ง พร้อมทรงสมัครเข้าเรียนในสถาบันขี่ม้าเป็นระยะเวลา 1 ปี
    
          "ในช่วงที่เรียนท่านหญิงเกิดอุบัติเหตุขาหัก เท้าแตก แต่ไม่ได้บอกใครเลย เจ็บอยู่คนเดียว จนคนใกล้ชิดเห็นว่าขาเป็นสีม่วงช้ำๆ แล้วเป็นช่วงเดินทางกลับมาเมืองไทย จึงได้ทูลกระหม่อมพ่อ ท่านก็ตกใจ จากนั้นก็ตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด ต้องทนความเจ็บปวดและสู้กับตัวเองเดินไม่ได้ถึง 6 เดือน พร้อมกับต้องใช้เวลา 3 เดือนในการทำกายภาพบำบัด ช่วงนั้นต้องสู้กับตัวเองมาก เดินไม่ได้ พอก้าวเท้าขึ้นขี่ม้าครั้งแรกหลังพักฟื้นกลัวมาก แต่ก็อดทน ซึ่งกีฬาขี่ม้าค่อนข้างหนัก ม้าก็เหมือนผู้หญิง มีหลายความรู้สึก ตอนนั้นต้องขอบคุณกำลังใจจากคนรอบข้าง ดีขึ้นก็กลับมาฟื้นฟูร่างกาย แต่ก่อนวิ่ง 4-5 กิโลเมตรต่อวัน หลังจากบาดเจ็บก็ค่อยๆ ออกกำลังเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ต้องมีความสมดุล ซึ่งก็มีทีมงานคอยช่วย"
    
          พร้อมกันนี้มีพระดำรัสด้วยว่า กีฬาแข่งม้าเป็นกีฬาที่ยาก เพราะไม่ใช่เราเล่นคนเดียว ต้องมีม้าเป็นตัวประกอบสำคัญ ต้องรู้ใจกันและกัน ต้องสัมพันธ์กัน ซึ่งในช่วงที่ทรงศึกษาเรื่องการขี่ม้าก็เป็นเรื่องที่หนักมาก จึงตั้งพระหทัยมาก ต้องผ่าน ครูสอนหรือสั่งให้ทำอย่างไรก็ต้องทำ ซึ่งก่อนนี้ทรงเข้าร่วมการแข่งขันขี่ม้าไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ ฟรีสไตล์โอเพ่น ประเภทศิลปะการบังคับม้า หรือ เดรสซาจ โดยทรงม้าชื่อคาร์นีโอล สังกัดทหารม้ารักษาพระองค์ โดยทรงเลือกความไพเราะของเพลงโปรด โว้ค มาประกอบจังหวะในการแข่งขัน โดยทรงทำคณะแนนรวมได้ถึง 489 คะแนน คิดเป็น 61.13 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นคะแนนสูงสุดในรุ่นเดรสซาจ ฟรีไสตล์ โอเพ่น ระดับโนวิช ทั้งๆ ทรงกลับมาฝึกซ้อมทรงม้าก่อนการแข่งขันรายการดังกล่าวเพียง 3 เดือนเท่านั้น
    
          "ตอนนี้มองอนาคตตัวเอง อายุ 27 ชันษาแล้ว ควรทำอะไร ขี่ม้า แฟชั่น ศิลปะ เรื่องมองไปถึงเอเชี่ยนเกมส์ยังไม่ได้ดิค ดูรอบนี้ก่อน ดูซีเกมส์ก่อน ต้องจบงานนี้ก่อน อยู่กับปัจจุบันให้เยอะที่สุดเท่าที่จะเยอะได้" พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์มีรับสั่ง
    
          อย่างไรก็ตาม "แซม" พ.อ.เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา พระอาจารย์ผู้ถวายงานเรื่องการทรงม้า กล่าวว่า สำหรับส่วนตัวแล้วปลื้มใจและเห็นความตั้งพระทัยของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ทรงศึกษาเรื่องการทรงม้าที่ฝรั่งเศส รู้กันอยู่ว่าอากาศหนาวมาก แต่เสด็จทุกวัน ไม่เคยขาด ไม่เคยสักวันเดียวที่ไม่เสด็จ ทรงเรียนตั้งแต่ 7 โมงเช้าจนถึงเย็นย่ำ เวลาครูฝรั่งเศสสั่งให้ทำอะไร ก็ทรงพยายาม ถ้ายังไม่ได้ตอนนั้นก็ทรงพยายามเรียนรู้ และทรงทำให้ได้ในอีกไม่กี่วันต่อมา จะทรงพยายามมาก ไม่เคยยอมแพ้ ทรงมีวินัย มีพระอัจฉริยภาพ ทรงเล่นได้ดี
    
          "บางครั้งทีมงานยอมโยนผ้าขาวด้วยซ้ำ แต่พระองค์หญิงไม่ยอม ทรงสู้ ไม่ท้อ" พระอาจารย์กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ
    
          "เราต้องไม่ทำให้สปอนเซอร์ (ทูลกระหม่อมพ่อ) เสียพระทัย ต้องมุ่งมั่น ต้องไม่ยอมแพ้ ไม่อยากให้เสียทุน ไม่อยากให้ใครพูดดูถูก เป็นลูกทูลกระหม่อมพ่อด้วย อยากทำให้ดีที่สุด ต้องหาย" พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ มีรับสั่งในตอนท้าย