
กระต่ายกับเต่า
กระต่ายกับเต่า : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]
อยู่ๆ เจ้านายก็ถามว่า “ชอบเพชรมั้ย” พอหัวเราะแล้วส่ายหน้า ก็มีคนพูดแทรกขึ้นมาในที่ประชุมว่า สงสัยชอบทอง พอส่ายหน้าอีกครั้ง คราวนี้ทุกคนแทบจะพูดพร้อมกันว่า เพชรก็ไม่ชอบ ทองก็ไม่ชอบ แล้วชอบอะไร สงสัยจะชอบหุ้น ก็ส่ายหน้าอีกรอบ ถึงตรงนี้ทุกคนแทบจะ “เลิกเล่น” ด้วย เพราะเดาใจไม่ออกว่า ตกลงแล้วชอบอะไร
วันที่ทุกคนต่างพยายามคาดเดาว่า ชอบ “ทรัพย์สิน” อะไรกันแน่ ระหว่างเพชร ทองและหุ้น นึกคำตอบในใจตัวเองว่า นาทีนี้คงไม่มีอะไรดีกว่า “เงินสด” ซึ่งมองไปแล้วปลอดภัยที่สุด ไม่ใช่ว่าเพชร ทอง หรือหุ้นไม่ดี แต่เพราะการลงทุนในเพชรก็เป็นเรื่องที่ต้องถนัด ต้องมีความรู้ความเข้าใจ หรือการลงทุนในทองตอนนี้ กูรูหน้าไหนก็ฟันธงเหมือนกันว่า ทองคำเป็นขาลงและมีแนวโน้มลงยาว หรือแม้กระทั่งดัชนีความเชื่อมั่นทองคำล่าสุดก็ลดลงวูบๆ มองยังไงๆ ก็เป็น “ขาลง” จะเอาเงินไปลงทุนก็ใช่ที่ โดยเฉพาะถ้าเราไม่ใช่คนที่อยู่ใกล้ชิดตลาด
ส่วนตลาดหุ้น ก็คงเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนกับช่วง 9 เดือนหรือ 3 ไตรมาสแรกของปีนี้ ที่เคยเขียนไปหลายครั้งแล้วว่า หุ้นรักแรง เกลียดแรง ขึ้นแรง ลงแรง ผันผวนและมีแรงเหวี่ยงเยอะยิ่งกว่าสตรีวัยทอง ที่ว่ากันว่าน่ากลัวที่สุดแล้ว อาจจะยังพ่ายแพ้ให้แก่ตลาดหุ้นในยามนี้
หนักกว่านั้น คือ ตลาดหุ้นโดนตีกิน จากการคาดหวังคาดเดาเรื่องเศรษฐกิจสหรัฐ ที่พลิกไปพลิกมาไม่รู้กี่รอบ มองไปทางไหนก็พบว่า การถือครอง “เงินสด” อาจจะเป็น “คำตอบสุดท้าย” ในช่วงเวลานี้
สองสามวันหลังจากนั้น ก็เริ่มคิดต่อว่า จริงๆ แล้ว ที่ส่ายหน้าทั้งเพชร ทองและหุ้น ไม่ใช่เพราะ “ไม่ชอบ” แต่เพราะช่วงเวลาในการลงทุนอาจจะยังไม่เหมาะสม เพราะสำหรับเรื่องของการลงทุนแล้ว ชอบหรือไม่ชอบเป็นเพียงปัจจัยหนึ่ง แต่มีอีกหลายปัจจัยที่ต้องใช้ในการพิจารณาและตัดสินใจ
คิดไปคิดมา กลับไปนึกถึงนิทานอีสปเรื่อง “กระต่ายกับเต่า” ใครจะไปคิดว่า เต่าที่เดินช้าต้วมเตี้ยมจะมีชัยชนะเหนือกระต่ายที่ปราดเปรียวกว่า ว่องไวกว่า และคล่องแคล่วกว่า เมื่อทั้งสองท้าประลองความเร็วกัน
ลองนึกสนุกกลับไปอ่านนิทานเรื่องนี้อีกครั้ง ค้นพบว่า องค์ประกอบที่ทำให้เต่าประสบความสำเร็จมีชัยชนะเหนือกระต่าย ไม่ใช่เพียงแค่ความมุ่งมั่น อดทน และมีวินัยของเต่าเท่านั้น แต่ชัยชนะของเต่ายังได้รับแรงสนับสนุนสำคัญจากความประมาทของกระต่ายอีกด้วย
หลายครั้งการเดินทางเข้าสู่เป้าหมายเพื่อคว้าชัยชนะ นอกจากจะต้องพึ่งพาตัวเองแล้ว อาจจะต้องอาศัยความผิดพลาดของคนอื่นด้วย เหมือนกับหลายๆ ครั้งที่เราเห็นนักวิ่งแข่งที่เบียดกันอย่างสูสี บางทีฝีเท้าเท่ากัน แต่ชัยชนะกลับขึ้นกับแท็กติก หรือขึ้นกับความผิดพลาดของคู่แข่ง
ในโลกของการลงทุน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินของตัวเอง หากจะยึดหลักคิดจาก “กระต่ายกับเต่า” ก็ต้องมีให้พร้อมบริบูรณ์ ทั้งความมุ่งมั่น อดทน มีวินัยอย่างเต่า ไม่ประมาทอย่างกระต่าย ที่สำคัญคือ จังหวะเวลาต้องเหมาะสมอีกด้วย
ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีมาแล้ว มีโอกาสสัมภาษณ์ รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ซึ่งเป็นทั้งอาจารย์ นักเศรษฐศาสตร์และนักเขียน อาจารย์มีความสุขกับวัยเกษียณที่ผ่านการเตรียมการมาแล้วอย่างดี
เรื่องเงินกับเรื่องเศรษฐศาสตร์เป็นเรื่องเดียวกัน เป็นศาสตร์ของการจัดการเกี่ยวกับการ “จำกัด” เป็นคำจำกัดความของอาจารย์
“เรามีเงินจำกัดก้อนหนึ่งในชีวิต คำถามคือ ทำอย่างไรให้มันเป็นประโยชน์ต่อเราหลังจากที่เราพ้นวัย 60 ไปแล้ว คำตอบแรกคือ การวางแผน ถ้าไม่วางแผนไว้ เราก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่เมื่อหลัง 60 ปีไปแล้ว ถ้าเรารวยเพื่อจน คือ มีเงินได้เท่าไหร่ เราใช้หมดเลย โดยไม่คิดถึงวันข้างหน้า อย่างนี้เขาเรียกว่า รวยเพื่อจน แต่ถ้าเราจนเพื่อรวย คือ เรามีการวางแผน เราใช้เงินอยู่ในขอบเขตของชีวิตของเรา แล้วเราก็จะรวยหลังจากที่พ้น 60 ปีไปแล้ว แต่ทั้งหมดจะเกิดขึ้นได้ต้องอยู่ที่คำตอบคำเดียวคือ วินัย”
วินัยกับการวางแผนเป็นของคู่กัน ดังนั้น ถ้ายอมรับว่า ต้องมีการวางแผน ก็ต้องนำแผนการที่วางไว้มาบังคับให้มีวินัยเกิดขึ้น
“สิ่งเดียวที่บังคับคนให้มีอายุยืนได้ ก็คือ วินัย จะทำอะไรได้ประสบความสำเร็จหรือไม่ บากบั่นหรือไม่ อยู่ที่คำคำเดียวเท่านั้น นั่นคือ วินัย”
รศ.ดร.วรากรณ์ ยังให้คำจำกัดความคำว่า “วินัย” ไว้ด้วยว่า หมายถึงการทำอะไรที่ “ตรงกันข้าม” กับสิ่งที่เราอยากจะทำ
สำหรับหลักการบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคลที่ รศ.ดร.วรากรณ์ บอกว่า เป็นหลักที่เห็นพ้องต้องกันอย่างแรก คือ จะต้องกินอยู่ต่ำกว่าฐานะ ซึ่งก็ต้องมีวินัยเป็นตัวกำกับ เราต้องมีอำนาจเหนือเงิน ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่บอกว่า การออมที่ได้ผล คือ การออมโดยบังคับ เพราะมนุษย์ชอบผัดวันประกันพรุ่ง
ส่วนหลักข้อที่ 2 เมื่ออยู่กินต่ำกว่าฐานะแล้ว จะต้องให้เงินทำงานรับใช้ ต้องลงทุน เพราะเงินมีแขนมีขา งอกได้ และเงินมีหลายชั่วอายุคน สุดท้ายคือ การมองโลกในแง่มุมที่เปลี่ยนไป นั่นคือ เลิกมองว่าการออมเป็นเรื่องน่าอาย และคนมัธยัสถ์เป็นคนน่ารังเกียจ
“เคยมีงานวิจัยที่สอบถามเศรษฐีอเมริกันกว่า 1 หมื่นคนว่า มีกฎในการใช้เงินอย่างไร เขาบอกว่า กฎข้อที่ 1 มัธยัสถ์ แปลว่าไม่ควรใช้จ่ายเงินในเรื่องที่ไม่ควรใช้จ่ายอย่างโง่ๆ ส่วนกฎข้อ 2 มัธยัสถ์ และกฎข้อที่ 3 ก็คือ ให้ท่องกฎข้อที่ 1 และข้อที่ 2 ให้แม่นๆ”
แน่นอนว่า ในการเข้าถึงเส้นชัย คงไม่มีใครอยากคลานต้วมเตี้ยมค่อยเป็นค่อยไปอย่างเต่าไปตลอดชีวิต และคงไม่มีใครมีแรงปราดเปรียว คล่องแคล่ว แอ็กทีฟอย่างกระต่ายได้ตลอดเวลา ทุกอย่างต้องผสมผสานระหว่างช้าและเร็ว สั้นและยาว อย่างถูกช่วงถูกจังหวะ
ถ้าไม่ใช่จังหวะที่ดีของเพชรก็คือไม่ใช่ ไม่จำเป็นต้องฝืน เช่นกันกับทองคำและหุ้น หรือการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ บางจังหวะต้องให้ความสำคัญความเสี่ยงมากกว่าผลตอบแทน บางจังหวะก็ต้องเปิดโอกาสให้ผลตอบแทนมาก่อนความเสี่ยง
บางทีนั่นอาจหมายถึงเราต้องมีทั้ง "เต่า" และ "กระต่าย" ในตัว
.....................................
(กระต่ายกับเต่า : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected])



