
'น้ำ'ปราจีนฯถึงแปดริ้วชาวบ้านสู้ภัยตามยถากรรม
'น้ำ'ปราจีนบุรีถึงแปดริ้ว ชาวบ้านสู้ภัยตามยถากรรม : มานิตย์ สนับบุญ/สนทะนาพร อินจันทร์/กัมปนาท ขันตระกูลรายงาน
ชาวปราจีนบุรีเผชิญปัญหาน้ำท่วมเริ่มตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา กระแสน้ำป่าไหลบ่าจากต้นน้ำแม่น้ำปราจีนบุรี และบริเวณเชิงอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และทับลาน ผืนป่ามรดกโลก ทะลักเข้าพื้นที่ อ.นาดี กับ อ.กบินทร์บุรี จากนั้นมวลน้ำขยายวงไปตามสายธารธรรมชาติเข้าสู่ อ.ศรีมหาโพธิ อ.ประจันตคาม อ.ศรีมโหสถ อ.เมืองปราจีนบุรี และ อ.บ้านสร้าง ทั้ง 7 อำเภอเต็มไปด้วยน้ำ กระทั่งทางจังหวัดต้องประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ
มวลน้ำที่หลากมาท่วมเขตเทศบาลตำบลกบินทร์ จุดต้นน้ำ หรือ จุดกำเนิดของแม่น้ำปราจีนบุรี จากแควหนุมานที่น้ำไหลมาจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และอุทยานแห่งชาติทับลาน ไหลมาบรรจบรวมกับแควพระปรงที่น้ำไหลมาจาก จ.สระแก้ว รวมกันเป็นต้นน้ำของแม่น้ำปราจีนบุรี ที่เทศบาลตำบลกบินทร์ เมื่อน้ำฝนจาก จ.สระแก้ว ที่มีปริมาณสูง ประกอบกับน้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ไหลมาบรรจบกันที่ต้นน้ำ ก็เกิดภาวะล้นตลิ่งขึ้นทันที
ส่วนความรุนแรงของสถานการณ์เกิดขึ้น เมื่อถนนสาย 359 หรือสระแก้วตัดใหม่ (เขาหินซ้อน-สระแก้ว) น้ำท่วมเส้นทางการจราจรไม่สามารถใช้เส้นทางได้ รวมถึงถนนสาย 33 หรือสุวรรณศร (สระแก้ว-กบินทร์บุรี) ปิด 1 ช่องการจราจร จากนั้นมาความรุนแรงของปัญหาก็ครอบคลุมไปที่บริเวณชุมชนตลาดเก่า และตลาดสดเทศบาลตำบลกบินทร์ น้ำเอ่อท่วมสูงกว่า 2 เมตร ต่อเนื่องถึงเขตเทศบาลตำบลศรีมหาโพธิ อ.ศรีมหาโพธิ และในเขตเศรษฐกิจ ย่านการค้า เทศบาลเมืองปราจีนบุรี
ขณะที่การรับมือกับสถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมา ฝ่ายปกครอง โดย จ.ปราจีนบุรี ร่วมกับหน่วยทหารในที่ตั้งคือกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ หรือ “บูรพาพยัคฆ์” หน่วยรบภาคตะวันออก มณฑลทหารบกที่ 12, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หน่วยกู้ภัย สาธารณสุข ได้บูรณาการร่วมกันวางแผนป้องกันภัยน้ำท่วมล่วงหน้าแล้ว เช่น การขนย้ายสิ่งของ ขนย้ายคน การลงพื้นที่ช่วยเหลือ การตั้งศูนย์พักพิงผู้ประสบภัย การระดมบล็อกน้ำในเขตเศรษฐกิจ หรือชุมชน เช่น ที่เทศบาลเมือง จ.ปราจีนบุรี ที่น้ำท่วมสามารถระดมเครื่องสูบน้ำกว่า 25 เครื่องมาสูบน้ำออกจนกลับมาปกติ การใช้เรือผลักดันน้ำจากหน่วยชลประทาน ทำให้ยังคงประคองสถานการณ์ต่อไปได้
"สถานการณ์ที่เกิดขึ้น อำนาจการสั่งการโดยตรงยังคงอยู่ที่ผู้ว่าฯ โดยที่ จ.ปราจีนบุรี ประสบปัญหามาหลายระลอก นายกฯ (น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) เคยนำคณะลงพื้นที่เมื่อ 29 กันยายน พร้อมกับ รมว.มหาดไทย (จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ) และคุณบรรหาร ศิลปอาชา (ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทย) วันนั้นสิ่งที่สั่งการในที่ประชุม คือ ขอให้ทุกฝ่ายประสานเร่งรัดการระบายน้ำเพื่อคืนสถานการณ์ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว การทำงานในขณะนี้จึงเป็นทางจังหวัดโดยตรง ร่วมกับทางกรมชลประทานที่จะแลกเปลี่ยนสถานการณ์เน้นไปที่การเฝ้าระวังน้ำ และการให้สัญญาณในแง่ของการผันน้ำ เพื่อที่จะรับรู้ร่วมกันว่าพื้นที่ไหนที่จะลดลง พื้นที่ไหนที่จะเผชิญปัญหาต่อไปอีก" แหล่งข่าวจากฝ่ายปกครองให้ความเห็น
ขณะเดียวกัน ย้อนไปเมื่อวันที่ 20 กันยายน ที่ผ่านมา จ.ฉะเชิงเทรา เริ่มประสบกับภัยน้ำท่วม โดยพื้นที่แรกที่รับน้ำคือ ที่ ต.ลาดกระทิง อ.สนามชัยเขต ระดับน้ำที่ท่วมในขณะนั้นสูงราว 50 เซนติเมตร โดยศูนย์กลางของการบ่งชี้ถึงสถานการณ์อยู่ที่โรงเรียนบ้านห้วยหิน หมู่ 1 ต.ลาดกระทิง เพราะต่อมามีคำสั่งจากผู้บริหารสถานศึกษาให้หยุดการเรียนการสอน เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับนักเรียน ต่อมาวันที่ 21 กันยายน โรงเรียนบ้านนาโพธิ์ และอีกหลายหมู่บ้าน ในเขตพื้นที่ ต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต ก็เผชิญกับน้ำป่าหลากเข้าพื้นที่ กระทบต่อโรงเรียนและชุมชน 5 หมู่บ้าน ในพื้นที่ต่ำทางตอนใต้ของอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ทั้งอ่างแควระบม และอ่างเก็บน้ำสียัด โดยระดับน้ำที่ท่วมพื้นที่สูง 1 เมตร
การช่วยเหลือในระดับอำเภอและจังหวัดนั้น ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ โดยสถานการณ์ทั้งหมดได้ถูกปล่อยให้หน่วยงานในพื้นที่ คือ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บริหารจัดการกันเอง โดยมุ่งเน้นที่ไปที่การช่วยเหลือเฉพาะหน้า ในส่วนของการช่วยเหลือด้านถุงยังชีพ อพยพผู้ประสบภัยไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัย ต่อมาเมื่อมวลน้ำได้บ่าลงมาสู่พื้นที่ลุ่มทางตอนล่าง ไหลเข้าท่วมพื้นที่ ต.เกาะขนุน ต.ท่าถ่าน และ ต.พนมสารคาม อ.พนมสาคาม ซึ่งเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่และเป็นชุมชนหนาแน่น มีทั้งโรงพยาบาลพนมสารคาม วัด และโรงเรียน ตลอดจนย่านการค้า คือ ตลาดท่าเกวียน ทางหน่วยงานภาครัฐทั้งระดับอำเภอ ระดับจังหวัดจึงเริ่มที่จะเข้าไปดูแล โดยเฉพาะการติดตามสถานการณ์ และจัดการมวลน้ำ ด้วยการควบคุมการเปิดปิดการระบายประตูน้ำต่างๆ ในลุ่มน้ำคลองท่าลาด
ส่วนเขตพื้นที่ทางตอนบนเหนือของ จ.ฉะเชิงเทรา ทั้งในเขต จ.ปราจีนบุรี และ จ.สระแก้ว ที่เกิดภาวะน้ำท่วมมวลน้ำจาก อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ได้ไหลลงมาตามลำน้ำบางปะกง ผ่าน อ.ศรีมหาโพธิ อ.เมืองปราจีนบุรี และ อ.บ้านสร้าง สู่เขต จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นจังหวัดปลายทางก่อนออกสู่ทะเล
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม มวลน้ำจาก จ.ปราจีนบุรี ได้ไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ทางตอนบนระหว่างรอยต่อปราจีนบุรี กับฉะเชิงเทรา ที่บ้านบางกระดาน ต.บางกระเจ็ด อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ขณะเดียวกันยังมีมวลน้ำบางส่วนไม่ได้ไหลลงมาตามลำน้ำบางปะกงเพียงเส้นทางเดียว แต่กลับไหลลัดบ่าข้ามทุ่งศรีมโหสถ (โคกปีบ) เข้าสู่พื้นที่เขต อ.ราชสาส์น ในเวลาที่ใกล้เคียงกัน ประกอบกับในพื้นที่ อ.ราชสาส์น และอ.บางคล้านั้น ได้มีมวลน้ำที่ไหลบ่าลงมาจากพื้นที่ทางตอนบน ในเขต อ.พนมสารคาม ที่ถูกน้ำป่าท่วมอยู่ก่อนหน้าแล้ว ยิ่งทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และยังเป็นการหลั่งไหลลงมารวมกันจากพื้นที่รอบด้านหลายทิศทาง จนทำให้หน่วยงานราชการขณะนั้นไม่สามารถที่จะเข้าไปบริหารจัดการได้ และเกินกว่าการประเมินสถานการณ์ไว้ในที่ประชุม สถานการณ์จึงไม่สามารถที่จะแก้ไขได้อย่างทันท่วงที
มวลน้ำเหล่านี้ยังขยายตัวออกไปท่วมพื้นที่เป็นวงกว้างถึง อ.แปลงยาว และ อ.บ้านโพธิ์ ตลอดจนยังมีมวลน้ำจากทางตอนบนของลุ่มน้ำ จ.นครนายก ได้ไหลบ่าเข้าท่วมในเขตพื้นที่ ต.บึงน้ำรักษ์ ต.ดอนฉิมพลี ต.ดอนเกาะกา และต.โยธะกา ในเขตท้องที่ อ.บางน้ำเปรี้ยว อีกด้วย ทั้งที่อยู่ทางด้านฝั่งขวาของลำน้ำบางปะกงติดกับพื้นที่เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ส่วนการบริหารจัดการ และความช่วยเหลือตลอดระยะเวลาที่เกิดสถานการณ์น้ำท่วม ภาพของหน่วยงานที่มีความพร้อมและรวดเร็วที่สุด คือ หน่วยทหารในพื้นที่ ที่สามารถแทรกซึมเข้าถึงประชาชนได้ดีกว่าหน่วยงานอื่นๆ ส่วนหน่วยงานระดับ อบต. และกำนัน ผู้ใหญ่บ้านนั้น บางแห่งยังเกิดความสับสน และผิดพลาด รวมทั้งยังมีการแบ่งสายทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับสถานการณ์น้ำท่วมด้วย ทำให้ความช่วยเหลือหรือการดูแลผู้ประสบภัยยังทำได้ไม่ดีพอ ถุงยังชีพที่ได้รับแจกมานั้น มีเพียงข้าวสาร 5 กิโลกรัม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 3 ห่อ ปลากระป๋อง 3 กระป๋อง และน้ำดื่ม 3 ขวด สิ่งเหล่านี้ยังชีพจริงได้เพียง 3 มื้อเท่านั้น
นี่เป็นภาพรวมของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ และรูปแบบการจัดการปัญหาของหน่วยงานในพื้นที่ที่ยังคงถูกให้น้ำหนักว่าเป็นภัยเฉพาะหน้า
.............
(หมายเหตุ : 'น้ำ'ปราจีนบุรีถึงแปดริ้ว ชาวบ้านสู้ภัยตามยถากรรม : มานิตย์ สนับบุญ/สนทะนาพร อินจันทร์/กัมปนาท ขันตระกูลรายงาน)



