ข่าว

แนะวิธีจับจระเข้หลุดช่วงน้ำท่วม-คลอดเกณฑ์ช่วย

แนะวิธีจับจระเข้หลุดช่วงน้ำท่วม-คลอดเกณฑ์ช่วย

11 ต.ค. 2556

ชาวปราจีนบุรีพบงูเห่าขณะรมต.มอบสิ่งของช่วยน้ำท่วมกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชแนะวิธีจับจระเข้หลุดช่วงน้ำท่วมร่วมถึงสัตว์มีพิษ คลอดเกณฑ์ช่วยแล้ว

               เมื่อวันที่ 11 ต.ค.2556 นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่าระหว่างที่นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยอุทกภัยบ้านหนองเอี่ยน ต.นาแขม อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี มีชาวบ้าน ม.1 ได้พบงูเห่าเลื้อนผ่านระหว่างมอบสิ่งของช่วยเหลือชาวบ้าน ตนจึงได้ให้เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจด้านสัตว์ป่า เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุสัตว์ป่าพลัดหลงจากอุทกภัยในแหล่งชุมชน กรมอุทยานฯตามจับเพราะเกรงว่าจะเป็นอันตรายกับประชาชน ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้จับจระเข้น้ำจืดอายุประมาณ 1 เดือนได้จำนวน 2 ตัว โดยคาดว่าจะเป็นจระเข้ที่ชาวบ้านหนองเอี่ยน ม.3 เลี้ยงไว้หลุดออกมาและยังไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด
       
              รองอธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวอีกว่า ช่วงเกิดอุทกภัยกรมอุทยานฯได้ส่งเจ้าหน้าที่จากหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจด้านสัตว์ป่าฯ จำนวน 31 ชุด มีเจ้าหน้าที่ 300 คน ลงพื้นที่กระจายไปยังจุดที่มีน้ำท่วมเพื่อให้บริการกับประชาชน โดยเข้าไปให้ความรู้และแจกคู่มือการช่วยเหลือตัวเองเมื่อพบสัตว์ป่าพลัดหลงเข้ามาในเขตชุมชนและเขตที่อยู่อาศัยจากอุทกภัยในแหล่งชุมชน ซึ่งประชาชนที่พบเห็นสัตว์ร้าย จะได้ช่วยเหลือตัวเองในเบื้องตนได้ หรือสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ไปดำเนินการจับได้ทันที
    
              "ช่วงน้ำท่วมสัตว์ที่เจ้าหน้าที่พบได้มากที่สุดคือ งูเห่า งูชนิดต่างๆตะขาบ ตะกวด และจระเข้ ซึ่งชาวบ้านจะจับกันเองบ้าง และแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไปจับบ้าง โดยขอแนะนำว่าหากพบสัตว์ใหญ่อย่างจระเข้ ควรอยู่นิ่งๆ ไม่ทำให้ตกใจ จากนั้นแจ้งเจ้าหน้าที่ให้นำห่วงหรือบ่วงที่รัดติดกับด้ามไม้หรือเหล็กมาจับ คล้องเข้ากับปากของจระเข้ รัดปาดให้แน่นแล้วเข้าจับที่หางเพื่อป้องกันจระเข้ฟาดหาง และสามารถแจ้งสายด่วนกรมอุทยานฯ1362 ประสานเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการได้"นายธีรภัทร กล่าว

 

คลอดแล้ว!!!หลักเกณฑ์ช่วยเหลือน้ำท่วม

              กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ประกาศหลักเกณฑ์ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย กรณีฉุกเฉิน ปี 2556 โดยแบ่งออกเป็น 5 ด้าน คือ

1.ด้านการดำรงชีพ

- ค่าช่วยเหลือในการดำรงชีพเบื้องต้นครอบครัวละไม่เกิน 3,000 บาท กรณีเสียหายทั้งหลัง

- ค่าซ่อมแซมหรือก่อสร้างที่อยู่อาศัย หลังละไม่เกิน 3.3 หมื่นบาท

- ค่าวัสดุโรงเรือนเก็บพืชผลการเกษตร และคอกสัตว์ ครอบครัวละไม่เกิน 5,000 บาท

-ค่าเช่าบ้านครอบครัวละไม่เกิน 1,700 บาท เป็นเวลาไม่เกิน 2 เดือน

- ค่าจัดสร้างห้องน้ำ ห้องส้วม 1 ที่เฉลี่ย ไม่เกิน 1,500 บาท

- ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ หรือเงินทุนในการหาเลี้ยงชีพ ครอบครัวละไม่เกิน 11,000 บาท

- ค่าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บสาหัสที่รักษาในโรงพยาบาล 3 วันขึ้นไป 3,000 บาท

- ค่าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บพิการได้รับการช่วยเหลือ 10,000 บาท

- กรณีเสียชีวิตได้เงินช่วยเหลือไม่เกินรายละ 25,000 บาท และหากเป็นหัวหน้าครอบครัวจะได้เพิ่มอีก 25,000 บาท

2.ด้านสังคมสงเคราะห์

- ช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษา ที่พ่อ หรือ แม่เสียชีวิต ได้รับ 500 บาท

3.ด้านการเกษตร

- ให้ช่วยเหลือตามจำนวนพื้นที่เพาะปลูกที่เสียหายจริงรายละไม่เกิน 30 ไร่

- ข้าวไร่ละ 1,113 บาท

- พืชไร่ ไร่ละ 1,148 บาท

- พืชสวน และอื่นๆ ไร่ละ 1,690 บาท

- กรณีสัตว์น้ำ กุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล ปูทะเล หรือหอย ได้ไร่ละ 10,920 บาท รายละไม่เกิน 5 ไร่

- ปลา หรือสัตว์น้ำอื่นที่เลี้ยงในบ่อดิน ไร่ละ 4,225 บาท รายละไม่เกิน 5 ไร่

- สัตว์น้ำที่เลี้ยงในบ่อซีเมนต์ หรือกระชัง ตารางเมตรละ 315 บาท รายละไม่เกิน 80 ตารางเมตร

- ปศุสัตว์ ค่าพันธุ์สัตว์ พันธุ์พืชอาหารสัตว์ วัคซีน และเวชภัณฑ์รักษาสัตว์ ในกรรีที่เสียหายจำนวนมากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเป็นผู้รับผิดชอบในการช่วยเหลือ

4.ด้านบรรเบาสาธารณภัย

- ซ่อมแซมสิ่งสาธารณประโยชน์ที่ไม่ได้อยู่ในส่วนราชการ ระยะเวลาไม่เกิน 45 วัน ซึ่งห้ามสร้างใหม่ หรือถาวร

- จ้างเหมากำจัดสิ่งขวางทางน้ำ

5.ด้านการปฏิบัติงาน

- ค่าซ่อมแซมยานพาหนะที่เสียหายระหว่างปฏิบัติงาน

- ค่าน้ำมัน และไฟฟ้า ของยานพาหนะ เครื่องจักรกล เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำที่นำมาปฏิบัติงาน

- ค่าเช่าเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ

- ค่าตอบแทน ค่าโอที ค่าใช้จ่ายในการเดินทางของเจ้าหน้าที่

- ค่าอาหารผู้มาให้ความช่วยเหลือวันละไม่เกิน 3 มื้อ มื้อละไม่เกิน 30 บาทต่อคน