ข่าว

'ศศิน'ตอบรับถก'แม่วงก์'17ต.ค.นี้

'ศศิน'ตอบรับถก'แม่วงก์'17ต.ค.นี้

11 ต.ค. 2556

'สบอช.' เชิญกลุ่ม 'หนุน-ต้าน' สร้างเขื่อนแม่วงก์ ร่วมถก 17 ต.ค.นี้ มั่นใจรับฟังความเห็นโปรเจกท์น้ำไม่ขัดรธน. ชี้ความกดอากาศจากจีนช่วยสลาย 'พายุนารี'

 

                           11 ต.ค. 56  นายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะเลขาธิการสำนักงานนโยบายบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการเชิญภาคประชาชนทั้งกลุ่มที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ มาหารือกันว่า ได้ทำหนังสือเชิญและโทรศัพท์ไปเชิญแล้ว และทุกคนตอบรับว่าจะมาพบกันในวันที่ 17 ตุลาคมนี้เวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยกลุ่มที่จะเดินทางมา อาทิ กลุ่มของมูลนิธิสืบนาคะสเถียร นำโดยนายศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กลุ่มจากอำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ กลุ่มประชาชนในพื้นที่ที่เดือดร้อน กรมชลประทาน กบอ. ผู้สื่อข่าว โดยมีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกบอ.มาอธิบายภาพรวม โดยการหารือกันในช่วงต้นจะให้ผู้สื่อข่าวเข้าฟังและจากนั้นจะมีการแถลงข่าว

                           ผู้สื่อข่าวถามว่าส่วนของชาวบ้านไม่ใช่เป็นกลุ่มที่ตั้งมามาของรัฐบาลใช่หรือไม่ นายสุพจน์ กล่าวว่า ไม่ใช่ เราไม่ได้เซ็ทมา แต่มีการทำหนังสือถึงกำนันผู้ใหญ่บ้านตามปกติ เพราะเขื่อนแม่วงก์มีทั้งฝ่ายสนับสนุนและคัดค้าน เราเชิญทั้งหมดโดยจะเป็นการหารือด้านวิชาการ

                           "อาจารย์ศศิน คิดว่าเขื่อนป้องกันน้ำท่วมไม่ได้ แต่หลังจากที่ผมเอาข้อมูลไปฉายให้ดูครั้งหนึ่งว่าเขื่อนป้องกันน้ำท่วมได้ โดยมีหลักฐานทางวิชาการเป็นตัวเลข ซึ่งอาจารย์ศศิน บอกว่าถ้าตัวเลขนี้เป็นจริงท่านก็ไม่มีความเห็นขัดแย้ง วันที่ 17ตุลาคม เราก็จะอธิบายในแต่ละเรื่องและเชื่อว่าจะตอบคำถามได้ทั้งหมด โดยมีกรมชลประทานให้ข้อมูลในเรื่องของน้ำ เรื่องของเสือก็จะมีกระทรวงทรัพยากรฯ มาให้ข้อมูล"

 

 

'เลขาสบอช.' มั่นใจรับฟังความเห็นโปรเจกท์น้ำไม่ขัดรธน.

 

                           นายสุพจน์ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดปราจีนบุรีว่า ที่ปราจีนบุรีไม่ได้เกิดปีนี้ปีแรก ปีที่แล้วก็เกิดเช่นกัน สูงและหนักเท่านี้เพราะระบบระบายน้ำไม่ดี และสำหรับการท่วมขังในนนทบุรีและกทม.บางจุดก็เป็นน้ำล้นจากพื้นที่ฟันหลอ ซึ่งตนลงพื้นที่ไปดูตั้งแต่จังหวัดอ่างทองลงมาพบว่าปริมาณน้ำยังน้อยกว่าปี 2555 แต่บางพื้นที่ตลิ่งต่ำน้ำจึงล้นเข้ามาทำให้ท่วมขัง ส่วนที่ดูมีปัญหาน้ำท่วมขังหลายจุดเป็นปัญหามาจากการระบายน้ำ ที่ต้องมีการพัฒนาระบบระบายน้ำอีกมาก ซึ่งโครงการทั้งหมดอยู่ในโครงการ 3.5 แสนล้านหมดแล้ว เมื่อโครงการเสร็จหมดฝั่งเจ้าพระยาก็จะมีระบบระบายน้ำที่สมบูรณ์ เพราะปัจจุบันยังเป็นระบบระบายน้ำแบบชลประทาน ซึ่งเป็นระบบส่งน้ำที่มาช่วยระบายน้ำซึ่งไม่ตรงกับวัตถุประสงค์จึงทำให้การระบายไม่มีประสิทธิภาพ ส่วนกรณีที่มีความกังวลเรื่องน้ำทะเลหนุนนั้นตอนนี้มีการคำนวณถึงช่วงเวลาที่น้ำทะเลหนุนเป็นที่เรียบร้อยแล้วเพราะน้ำทะเลหนุนสูงสุดคือเมื่อวันที่ 9-10 ตุลาคมที่ผ่านมา ประกอบกับตอนนี้ฝนได้เคลื่อนตัวลงพื้นที่ภาคใต้ไปถึงชุมพรแล้ว

                           "ถ้าเป็นระบบระบายน้ำจริงๆ 3-4 ชั่วโมง ต้องดูดออกได้หมด แต่ระบบที่เรามีตอนนี้คือระบบส่งน้ำไม่ใช่ระบบระบายน้ำ ซึ่งมันคนละแบบ เครื่องปั๊มน้ำก็แตกต่างกัน ฉะนั้นประสิทธิภาพจึงทำไม่ได้ใน 3-4 ชั่วโมง ดังนั้นโครงการ 3.5 แสนล้านบาทต้องรีบ"

                           นายสุพจน์ กล่าวถึงประชาชนที่อาศัยริมแม่น้ำว่า เมื่อน้ำล้นออกจากแม่น้ำก็จะทำให้เกิดปุ๋ย ที่ทำให้ต้นไม้เจริญงอกงาม ประชาชนก็เข้าไปอาศัยริมน้ำทั้งที่เป็นทางน้ำผ่าน ดังนั้นอย่างไรน้ำก็ต้องมา ซึ่งวิธีแก้ในการนำคนออกจากพื้นที่ก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว จำเป็นต้องมาแก้ไขโดยการผันน้ำไปทางอื่น เช่น ปราจีนบุรีรัฐบาลมีแผนที่จะทำ “ฟลัดเวย์” รับน้ำแล้วก็ระบายลงบางปะกงส่วนหนึ่ง แต่ตอนนี้แม้ผันน้ำออกไปแต่น้ำส่วนเกินก็ยังล้นเข้ามาอีกดังนั้นต้องป้องกันเมือง ทั้งนี้ในส่วนของจังหวัดปราจีนบุรีที่อยู่ในโครงการ 3.5 แสนล้านบาท ก็จะมีโครงการทำพื้นที่ปิดล้อมที่กบินทร์บุรีและศรีมหาโพธิอยู่แล้ว ซึ่งถ้าโครงการสำเร็จ ประชาชนก็สามารถอยู่ที่เดิมแต่น้ำที่เป็นส่วนเกินก็จะผันไปที่อื่นในพื้นที่ปิดล้อมไม่ให้เข้าชุมชนเศรษฐกิจก็จะไม่ท่วมแบบนี้ แล้วก็จะสูบลงแม่น้ำและลงทะเล ซึ่งต้องใช้เวลา 5 ปี

                           เมื่อถาม แสดงว่าก็ยังต้องเผชิญสถานการณ์แบบนี้ไปอีก5ปีหรือไม่ นายสุพจน์ กล่าวว่า บางโครงการสร้างเสร็จก่อน เพราะทุกอย่างไม่ได้เริ่มจากศูนย์แล้วเสร็จพร้อมกันในเวลา 5 ปีทั้งหมด โดยในส่วนของพื้นที่ปิดล้อมบางจุดก็สามารถเสร็จภายใน 1-2 ปี แต่ฟลัดเวย์เสร็จเป็นทอดๆ แต่สมบูรณ์ถึงทะเลก็ใช้เวลา 5 ปี เพราะเป็นโครงการที่ยาวที่สุด ส่วนเขื่อนมีทั้งหมด 21 เขื่อน ที่จะทยอยสร้างเสร็จเพราะบางเขื่อนมีแบบ มีการสำรวจผลกระทบพร้อมแล้วสามารถดำเนินการได้เลย

                           ส่วนกรณีที่สมาคมต่อต้านภาวะโลกร้อนยื่นศาลปกครองให้ระงับการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนต่อโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านเนื่องจากขัดต่อรัฐธรรมนูญนั้น เลขาธิการสบอช. กล่าวว่า ตนคิดว่าสมาคมฯคงได้ข้อมูลไม่ครบ ยืนยันว่าทำครบทั้ง 77 จังหวัด แต่ความเข้มข้นในการดำเนินการแตกต่างกัน เพราะในพื้นที่มีโครงการ 36 จังหวัดก็จะมีการเปิดเวที 36 จังหวัดในอีกรูปแบบ แต่อีก 44 จังหวัดก็ลงพื้นที่และแบบสอบถามก็จะมีเหมือนกัน

                           "เช่นลงพื้นที่แรกที่จังหวัดลำพูนซึ่งอยู่ในพื้นที่ดำเนินโครงการที่มีทั้งการสร้างเขื่อนและพื้นที่ปิดล้อมก็ต้องไปอธิบายว่าจะกระทบกับชาวบ้านจุดไหนแล้วจะแก้ไขให้อย่างไร ฉะนั้นความเข้มข้นก็จะต่างกัน และในวันเดียวกันสมมติไปทำที่ปัตตานีซึ่งไม่มีโครงการลงไป ก็จะเป็นเพียงการสอบถาม ตอบข้อสอบถามว่าโครงการ 3.5 แสนล้านบาทท่านมีความคิดเห็นอย่างไร ซึ่งเราจะมีทีมที่จะลงไป ซึ่งความเข้มข้นจะต่างกับจังหวัดที่มีโครงการ แต่ยืนยันว่าทำครบถ้วนทั่วถึง"

                           เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่หากศาลรับคำร้องแล้วมีคำวินิจฉัยออกมาแล้วจะทำให้การดำเนินโครงการช้าออกไปอีก เลขาธิการสบอช. กล่าวว่า ตนไม่คิดว่าอย่างนั้น เพราะเป็นการดำเนินการตามมติครม.และรัฐธรรมนูญ และคำพิพากษาของศาลปกครอง ถ้าถามว่าทำทั่วถึงไหมก็ยืนยันว่าครบทั้ง 77 จังหวัด เพราะไม่ใช่ว่ามีคน 60 ล้านคนแล้วต้องรับฟังทั้ง 60 ล้านคน แต่ใน 60 ล้านคนก็จะได้รับทราบทางสื่อต่างๆ อยู่แล้ว แต่ตามหลักสถิติก็เหมือนการทำแบบสำรวจ (โพลล์) ที่ไม่ว่าค่ายไหนก็ไม่ได้เก็บสถิติเป็นหลักล้าน ก็จะเก็บตัวอย่างเป็นหลักพันคนที่เป็นกลุ่มตัวอย่างทางสถิติที่สามารถพิสูจน์ได้เพื่อให้ได้คำตอบ

 

 

ชี้ความกดอากาศจากจีนช่วยสลาย 'พายุนารี'

 

                           นายสุพจน์ กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยในปัจจุบันนี้ว่า ส่วนใหญ่เป็นปัญหาน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะปราจีนบุรีที่เป็นรอบที่สองที่น้ำไหลจากต้นน้ำมาที่ปลายน้ำ ตั้งแต่กบินทร์บุรีมาที่ศรีมหาโพธ อำเภอเมืองแล้วก็มาลงที่ฉะเชิงเทรา

                           สำหรับฉะเชิงเทราท่วมจากน้ำก้อนแรกที่มา และเมื่อฝนตกลงมาในรอบ 2-3 วัน ก็ทำให้น้ำท่วมข้างบนฉะเชิงเทราอีกก็จะทยอยไหลลงมา

                           รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ กล่าวอีกว่า ส่วนน้ำในทุ่งที่บางพวงและศรีมหาโพธ ทางกรมชลประทานได้ติดตั้งปั๊มน้ำเพิ่มแล้วจำนวน 30 เครื่องเพื่อดูดน้ำออก และบางพื้นที่จะดูดน้ำออกได้ภายในวันที่ 17 ตุลาคม แต่คาดว่าจะดูดน้ำออกจากทุกทุ่งทั้งหมดก่อนวันที่ 15 พ.ย. เนื่องจากมีน้ำขังเยอะ และในส่วนของนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ มีการติดตั้งปั๊มน้ำเพิ่มเติม และถ้าภายใน 3 วันนี้ถ้าไม่มีฝนตกลงมาอีกน้ำก็จะลงหมด

                           นายสุพจน์ กล่าวถึงพายุ “นารี” ว่า มีพายุดังกล่าวเกิดขึ้นใกล้ๆ ฟิลิปปินส์ ซึ่งตามแผนที่คำนวณไว้พายุนารีจะเข้าถึงเวียดนามในวันที่ 17 ตุลาคม แต่โชคดีที่ตอนนี้มีความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่เกิดขึ้นครั้งแรกในรอบร้อยปีที่เป็นความกดอากาศที่วิ่งจากภาคเหนือลงภาคใต้โดยตรง ซึ่งเป็นลักษณะที่แห้งและเย็น เมื่อความกดดันอากาศเจอกับพายุก็ทำให้พายุสลาย ซึ่งความกดอากาศจะกดมาที่ประเทศไทยในวันที่ 17 ตุลาคมพอดีกับช่วงที่พายุนารีเข้ามาก็ทำให้พายุนารีสลาย ซึ่งอาจจะทำให้ฝนตกที่อุบลราชธานีและศรีสะเกษเล็กน้อยเท่านั้น อย่างไรก็ตามพายุ ที่เกิดในมหาสมุทรอินเดียก็ขึ้นที่ประเทศอินเดียแต่อาจจะก่อให้เกิดฝนที่จังหวัดระนองและชุมพรลงมาเล็กน้อย