
โพธิ์เงินกับเต๊กกอ
โพธิ์เงินกับเต๊กกอ : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกล
สมัยที่สื่อมวลชนไทยยังถูกจำกัดเสรีภาพนั้น หนังสือพิมพ์จำเป็นต้องหันไปเล่นกับข่าวที่ปลอดภัยไว้ก่อน และข่าวที่นิยมเล่นกันมากในช่วงนั้น ก็คือข่าวแปลกๆ เช่นเรื่องนางสาวม่วน ยาจำปา ที่ไม่สวมเสื้อผ้ามาตั้งแต่เด็กจนโตเป็นสาว ข่าวนี้โด่งดังมากจนมีผู้นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ใช้ชื่อว่า “สาวขบเผาะ” นำแสดงโดย ผึ้ง สุวรรณแพทย์ กับไพโรจน์ ใจสิงห์ ออกฉายเมื่อปี 2515 โดยนางเอกต้องเปลือยกายตลอดเรื่อง
นอกจากเรื่องของ ม่วน ยาจำปา แล้ว มีอีกสองคนที่เป็นข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐอยู่บ่อยๆ นั่นคือ โพธิ์เงิน กระตุฤกษ์ กับเต๊กกอ คนแรกนั้นขึ้นชื่อในฐานะของนักกินฟรี ชอบกินอาหารตามร้านอาหารดังๆ แต่ถึงเวลาจ่ายเงินก็ไม่ยอมจ่ายเสียดื้อๆ ที่ไม่จ่ายก็เพราะว่าไม่มีเงินจะจ่ายครับ ส่วนคนหลังเป็นพ่อค้าขายลูกชิ้นหมู ที่เป็นข่าวเพราะเฮียแกมีเมียหลายคน และมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วบรรดาเมียๆ ก็ช่วยกันทำมาหากินเป็นอย่างดี
โพธิ์เงิน กระตุฤกษ์ นั้น แท้จริงแต่เดิมเป็นคนที่มีฐานะดี เคยเดินทางไปศึกษาในต่างประเทศซึ่งผมจำไม่ได้ว่าเป็นสหรัฐหรืออังกฤษ ทั้งนี้เพราะเป็นลูกชายของคุณเวช กระตุฤกษ์ เจ้าของสำนักพิมพ์เพลินจิตต์ ที่เป็นเจ้าตลาดหนังสือนวนิยายของเมืองไทยในยุคหนึ่ง มีนักเขียนที่เกิดหรือเขียนประจำให้เพลินจิตต์มากมาย ตั้งแต่ ส.บุญเสนอ, จ.ไตรปิ่น, ป.อินทรปาลิต, ไม้ เมืองเดิม, อรวรรณ จนถึง พนมเทียน และน.นพรัตน์ ฯลฯ แต่โพธิ์เงินกลับไม่ค่อยเอาถ่าน เมื่อกลับมาเมืองไทยและบิดาเสียชีวิต ก็ไม่ได้ทำงานเป็นชิ้นเป็นอัน หรือใช้วิชาที่เล่าเรียนมาบ้างนั้นให้เกิดประโยชน์ แต่ทำตัวเป็นนักกิน เที่ยวไปกินอาหารตามร้านอาหารต่างๆ แล้วไม่จ่ายเงิน ต้องขึ้นโรงพักอยู่เป็นประจำ
สำหรับเต๊กกอ นั้น บิดามารดามีฐานะไม่ดีแต่มีฝีมือในการทำอาหารโต๊ะจีนอันเป็นอาชีพหนึ่งของชาวจีนในจังหวัดนครปฐม ซึ่งถ่ายทอดมาถึงลูกชาย โดยที่จังหวัดนครปฐมมีการเลี้ยงหมูมาก เต๊กกอจึงได้ความคิดในการทำลูกชิ้นหมูขาย เริ่มด้วยการลองผิดลองถูกด้วยตัวเองจนได้รสชาติและคุณภาพเป็นที่พอใจ และได้รับความนิยมจนมีสาขาอยู่ทั่วประเทศ ที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือเต๊กกอเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าในการทำลูกชิ้น เขาไม่มีโรงงานและไม่มีลูกจ้าง แต่อาศัยสมาชิกในครอบครัวซึ่งประกอบด้วยภรรยา 7 คน และลูกๆ 21 คน ช่วยกันทำ เต๊กกอยืนยันว่าเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีภรรยาหลายคน แต่ทั้งหมดเกิดขึ้นจากความพอใจของทั้งสองฝ่าย และความยินยอมของแม่ใหญ่หรือภรรยาคนแรก ซึ่งบางครั้งเธอก็เป็นคนไปสู่ขอภรรยาใหม่ให้เอง ทั้งนี้ เต๊กกอกล่าวว่า ครอบครัวของเขารักใคร่กันดี ช่วยกันทำมาหากิน ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งหรืออิจฉาริษยากัน
เรื่องราวของอดีตดาราหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ อย่างโพธิ์เงินและเต๊กกอ เป็นบทกลับที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยโพธิ์เงินเริ่มต้นจากความเพียบพร้อมและจบลงด้วยความว่างเปล่า ขณะที่เต๊กกอ เริ่มต้นจากความว่างเปล่าและจบลงด้วยความเพียบพร้อม ซึ่งสิ่งสำคัญที่เป็นปัจจัยในความสำเร็จและล้มเหลวของคนทั้งสองก็คือ ความมานะบากบั่น การสู้ชีวิต ความคิดริเริ่มและการไม่ปล่อยตัวเองให้พ่ายแพ้แก่ชะตากรรม
อนาคตของคนเราล้วนอยู่ที่ตัวของเราเอง ไม่ได้อยู่ที่ชาติกำเนิด ฐานะการเงิน การศึกษา หรือพรสวรรค์ แต่อย่างใด และไม่ควรน้อยเนื้อต่ำใจในสิ่งที่เราอ่อนด้อยกว่าคนอื่น หากควรใช้มันเป็นพลังสร้างความมุ่งมั่นว่าเราจะต้องสร้างตัวให้ดีขึ้นให้ได้
ผมหวังว่าเด็กและเยาวชนไทยจะได้รับอุทาหรณ์จากเรื่องของโพธิ์เงิน และเต๊กกอ กันบ้างนะครับ



