
ผมขอถามนักทำโพลล์และคนเผยแพร่โพลล์
ผมขอถามนักทำโพลล์และคนเผยแพร่โพลล์ : ต่อปากต่อคำ โดยดร.อมร วาณิชวิวัฒน์ [email protected]/ twitter@DoctorAmorn
ท่านทั้งหลายคงจำได้ดีว่าในช่วงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีการทำโพลล์ของหลายสำนักซึ่งผลการเลือกตั้งได้หักหน้าสำนักโพลล์ส่วนใหญ่อย่างยับเยินเพราะผลการสำรวจผิดความคาดหมายจากหน้ามือเป็นหลังมือ โดยมีข้ออ้างมากมาย มีทั้งโทษผู้ตอบแบบสำรวจว่าเป็นต้นเหตุสำคัญ กระทั่งโยนความผิดไปว่าคนตอบคำถามชอบ "โกหก" ไม่พูดความจริง แต่เท่าที่ได้พิจารณาตรวจสอบกรรมวิธีในการสำรวจของหลายสำนักด้วยการสอบทานกับแหล่งข่าวที่ไปรับข้อมูลมาเผยแพร่ก็พบว่าหลายสำนักโพลล์ไม่สามารถตอบคำถามได้ชัดเจนว่าสำนักโพลล์นั้นๆ ได้ข้อมูลมาอย่างไรหรือมีการดำเนินการศึกษาวิจัยจริงหรือไม่ เพราะส่วนมากอ้างว่าเสาร์อาทิตย์หาข่าวยากพอสำนักโพลล์ไหนส่งข่าวมาก็จัดการเผยแพร่ให้เลย ซึ่งฟังดูแล้วดูจะขาดความรับผิดชอบพอสมควร
การที่ต้องตั้งโจทย์ว่าต้องสอบถาม "นักทำโพลล์" และ "คนเผยแพร่โพลล์" ก็ด้วยเหตุผลที่ว่า ภายหลัง "วิกฤตินักทำโพลล์" ดังกรณีเหตุการณ์ที่ได้กล่าวถึงการทำโพลล์อย่างเพ้อเจ้อและพร่ำเพรื่อได้ลดลงไปถนัดตา แต่ระยะหลังมาเหตุการณ์ในทำนองที่เคยทำได้กลับปรากฏให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ หลายคนที่เคยหายหน้าหายตาไปกลับมาปรากฏกายปรากฏชื่อให้เห็นตาม "สื่อ" ต่างๆ จะบอกว่าไม่เข็ดคงไม่ใช่ เพราะข้อครหาเกี่ยวกับ "ความไม่โปร่งใส" และการแทรกแซงจากภายนอกโดยเฉพาะ "การเมือง" ยังคงก้องดังและไม่จางหายไปจากความทรงจำของคนส่วนใหญ่
จะว่าไปแล้วคงไม่ใช่ความผิดของ "นักทำโพลล์" ทั้งหมด ส่วนหนึ่งเป็น "ความรับผิดชอบ" ของ "สื่อ" ฝ่ายต่างๆ ที่จำเป็นต้องสำรวจตรวจสอบ ความเหมาะควรในการนำเสนอ "ข่าวสารสาระ" ให้แก่ "สาธารณะ" ไม่ใช่ว่าเสนออะไรมาก็นำเสนอแบบไม่ต้องกลั่นกรอง เหมือนอย่างคำพูดที่นิยมกัน แต่ส่วนตัวผมไม่รู้สึกนิยมชมชอบและ "ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง" กับวิธีการบอกกับประชาชนผู้รับข่าวสารให้เป็น "วิจารณญาณของผู้รับชมรับฟัง" ในฐานะที่ส่วนตัวจัดเป็นสื่อมวลชนด้วยเช่นกัน ต้องเรียนว่าการที่สังคมให้เกียรติและมองสื่อเป็นที่พึ่งที่หวังของสังคม พวกเราคงมิใช่ม้าเร็วหรือคนนำสาร ที่ใครใช้ให้ทำอะไรหรือมอบหมายสิ่งใดมาก็ส่งต่อไปโดยไม่คำนึง "ผลกระทบ" ต่อส่วนรวม ปัญหาการคอร์รัปชั่นในสังคมที่ดาษดื่น ต้องยอมรับว่าปัญหาเกิดขึ้นเพราะ "ประชาชน" ไม่รู้เท่าทันกลเม็ดเด็ดพรายของ "คนที่คิดฉ้อฉล" ซึ่งความไม่รู้เท่าทันเกิดจากสาเหตุต่างๆ มากมาย ทั้งรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือไม่รู้เรื่องเลย เพราะบางอย่างมีความสลับซับซ้อนและเป็นกิจกรรมที่รู้กันอยู่เฉพาะคนที่เชี่ยวชาญมีประสบการณ์สูง
คำถามที่ผมถาม "นักทำโพลล์" และ "สื่อ" ไปในขณะเดียวกัน คงมิใช่การตั้งคำถามเพื่อสะท้อนภาพรวมแล้วปล่อยผ่านไป แต่มีความต้องการจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในทางสร้างสรรค์ของการคัดสรรหรือคัดกรองสิ่งที่ผู้บริโภคข่าวสารพึงจะได้รับ เหมือนอย่างคำขวัญผมจำได้ดีในภาพยนตร์ไอ้แมงมุมในประโยคที่ว่า "great power comes with great responsibility" แปลเป็นไทยตามความเข้าใจได้ว่า การมีอำนาจหรืออิทธิพล (เปรียบเทียบกับสื่อและผู้เกี่ยวข้อง) จำเป็นต้องใช้อำนาจอิทธิพลด้วยความรับผิดชอบด้วย



