
'บี-อวยพร'ใช้'จิ๊กซอว์'ต่อยอดความคิด
ขอเวลานอก : 'บี-อวยพร' ใช้ 'จิ๊กซอว์' ต่อยอดความคิด : เรื่อง ชาญยุทธ ปะวะขัง / ภาพ ธนาชัย
"เสน่ห์ของกิจกรรมนี้อยู่ที่เราได้อยู่กับมัน ก็จะดูอยู่นั่นแหละ เป็นการลองตลอดเวลา ทำให้ได้คิดได้จินตนาการ..."
จริงอยู่ความสุขสนุกสนานครื้นเครง (อาจ)เกิดขึ้นขณะได้อยู่ร่วมกับผู้คนมากมาย ซึ่งสาวสังคมอย่าง "บี" อวยพร กองพัฒนากูล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โอ.ที.ที.ฟุตแวร์ จำกัด นำเข้าแบรนด์รองเท้า "ด็อกเตอร์มาติน" และน้องใหม่ล่าสุด "เจ ชูส์" ไม่ปฏิเสธ! หากในมุมส่วนตัวก็ยืนยันได้เช่นกันว่า แม้จะอยู่กับตัวเอง ซึ่งแวดล้อมไปด้วยจิ๊กซอว์ชิ้นเล็กชิ้นน้อยก็สามารถจุดประกายความสุข พร้อมกับฝึกทำ "สมาธิ" ได้ไม่ยาก ที่สำคัญสามารถส่งต่อความรู้สึกดีๆ ไปถึงคนรอบกายได้ด้วย
จุดเริ่มที่ทำให้ผู้บริหารสาวไฟแรงวัย 24 ปี ดีกรีบัณฑิตด้านการจัดการแฟชั่นจากลอนดอน คอลเลจ ออฟ แฟชั่น ประเทศอังกฤษ คิดแบบนั้นคงต้องย้อนกลับไปในวัยเด็ก วันดีคืนดีมีคนเอ็นดูเห็นว่าเป็นลูกคนเดียวอาจจะเหงา จึงหยิบยื่นของเล่นใหม่เป็น "จิ๊กซอว์" ให้ได้สนุก นั่นเองกลายมาเป็นงานอดิเรกยามว่างที่แม้ไม่เหงาก็ต่อได้ต่อดี จนชั่วโมงนี้ถึงจะง่วนกับงานบริหาร ทั้งการตลาด โอเปอเรชั่น และการเงิน ก็ไม่ลืมให้เวลากับกิจกรรมโปรด
"ส่วนใหญ่จะเครียดเรื่องยอดขายไม่ถึงเป้า ก็จะหากิจกรรมทำ อาจจะขี่ม้า หรือต่อจิ๊กซอว์ รวมถึงเข้าโบสถ์ด้วยก็ช่วยสงบสติสงบอารมณ์ได้ เป็นอีกด้านของชีวิตที่สร้างสมดุลให้ตัวเอง สำหรับจิกซอว์เล่นมาตั้งแต่เด็กๆ เริ่มจาก 60 ชิ้นเป็นรูปอะลาดิน ดิสนีย์ ต่อไปมาจนเบื่อ บางครั้งถึงกับพลิกด้านหลังมาต่อโดยไม่ได้ดูภาพด้านหน้าเลยก็มี พอโตขึ้นก็ห่างไปสักพักกว่า 10 ปี รู้สึกว่าอยากทำอย่างอื่นบ้าง แต่สุดท้ายก็หันมาต่อจิ๊กซอว์เหมือนเดิม ตอนนี้หาซื้อเอง แต่ละอันมีที่มา เวลาไปเที่ยวมักจะซื้อสองอย่างคือจิ๊กซอว์ กับแม็กกาซีน ส่วนใหญ่จิ๊กซอว์จะอยู่ในร้านของเล่น เดี๋ยวนี้หายากขึ้นทุกวัน สุดท้ายต้องไปหาซื้อออนไลน์ เป็นเว็บไซต์ญี่ปุ่นที่ขายกัน" สาวกจิ๊กซอว์วัยย่างเบญจเพสฟื้นที่มาของกิจกรรมโปรดยามว่างอย่างอารมณ์ดี
ต่อเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้ แน่นอนว่าย่อมมีเทคนิคเฉพาะตัว สาวบีเผยว่า จริงๆ ไม่มีอะไรมาก ซื้อมาแล้วเทออกจากกล่อง แยกชิ้นที่เป็นขอบของภาพก่อน จากนั้นจึงพลิกด้านที่เป็นสี แยกสีเป็นกองๆ แล้วจึงเริ่มต่อจากขอบของภาพก่อน ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ถ้าเป็นคนให้ต่อรายละเอียดเล็กๆ อย่างหน้าตา แล้วจึงเป็นสิ่งแวดล้อม ซึ่งการต่อที่ยากสุดไม่ได้อยู่ที่ความซับซ้อนของสี แต่จะอยู่ที่สีเดียวกันและกินพื้นที่กว้าง ทำให้จำนวนชิ้นของสีเดียวกันมีมาก ยากต่อการแยกแยะว่าชิ้นไหนมาก่อนหลัง จำนวนของจิ๊กซอว์ที่ต่อกำลังสนุกคือ 1,000-2,000 ชิ้น
ในจำนวนจิ๊กซอว์กว่าร้อยภาพเท่าที่ต่อมา มีหลายภาพที่สาวนักต่อรู้สึกประทับใจ อย่างภาพ "โฆษณาโค้ก" แม้จะมีจำนวนเพียง 500 ชิ้น แต่ถือว่ายากและใช้เวลานานที่สุดเกือบเดือน เพราะสีแดงที่กินพื้นที่มากแล้วยังเป็นสีจากการพิมพ์ที่ความเข้มเท่ากันหมด ทั้งๆ ที่จิกซอร์จำนวนพันชิ้นอาจใช้เวลาเต็มที่ไม่เกิน 3-7 วัน ส่วนภาพที่ชอบที่สุดคือภาพเจ้าชายเจ้าหญิง และภาพสาวญี่ปุ่นใส่กิโมโนจำนวน 2,000 ชิ้น
นอกจากภาพทั่วไปแล้ว สาวบียังนิยมเสาะหาจิ๊กซอว์ที่เป็นภาพวาดของศิลปินดัง อย่าง แวนโก๊ะ, โมนาร์จ หรือศิลปินชาวญี่ปุ่น โมริตะ ฮารูโกะ หรือ โฮกุซาอิ คัตสึชิกะ แต่ทั้งหมดไม่มีขายในเมืองไทย จนบางครั้งเจ้าตัวคิดอยากจะเปิดร้านขายจิ๊กซอว์ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
"กล่องหนึ่งราคาพันกว่าบาท พอมาใช้ความทุ่มเทในการต่อของเราอีก บวกกับกรอบภาพสวยๆ ที่สั่งทำเป็นพิเศษ ราคาน่าจะเป็นหมื่นนะ (หัวเราะ) บีว่าเสน่ห์ของกิจกรรมนี้อยู่ที่เราได้อยู่กับมัน ได้ใช้สมาธิ เราจะไม่คิดเรื่องอื่น ก็จะดูอยู่นั่นแหละ เป็นการลองตลอดเวลา ทำให้ได้คิดได้จินตนาการ และเมื่อมีสมาธิก็ต่อได้ต่อเนื่องสามารถทำเวลาให้เร็วได้ ในทางกลับกัน ถ้าต่อแล้วไม่ได้สักทีก็จะเริ่มหงุดหงิด มีท้อบ้าง ก็จะมีวินัยของตัวเองคือจะแกะจิ๊กซอว์ทีละกล่อง ต่อให้เสร็จก่อนแล้วจึงแกะกล่องใหม่ได้ อย่างภาพโค้กต่อยังไงก็ไม่เสร็จก็ต้องพยายามจนเสร็จจึงมีสิทธิ์ต่อภาพใหม่ จริงๆ สารภาพเลยว่า ตั้งแต่เล่นมามีล้มเลิกกลางคันแค่ 2 ภาพ ก็จะใช้พลาสติกแร็ปไว้ และคงไม่กลับมาต่อใหม่แล้ว" สาวผู้หลงใหลในกระดาษชิ้นเล็กจิ๋วแต่เปี่ยมสุขมหาศาล กล่าวพร้อมใบหน้าเปื้อนยิ้ม
สะสมไว้มากๆ เมื่อถึงปีใหม่หรือวันเกิดของคนรู้จักก็มักแจกจ่ายไป สุขทั้งคนให้และคนรับ ถือเป็นการใช้เวลาว่างอย่างมีคุณค่าและความหมายที่ไม่ใช่เฉพาะกับตัวเอง แต่ส่งต่อไปถึงคนอื่นได้ด้วย โดยเจ้าตัวแย้มว่า ทุกคนมีเวลาเท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าจะเอาไปทำอะไร อย่างตัวเองกลับถึงบ้านรับประทานข้าวเย็นเสร็จก็จะไม่ดูทีวี หรือเปิดคอมพิวเตอร์ จะใช้สมาธิกับการต่อจิ๊กซอว์จนถึงเที่ยงคืนหรืออาจมากกว่านั้น ซึ่งจริงๆ แล้วนิสัยรักการต่อจิ๊กซอว์หรือสะสมสิ่งของคงส่งผ่านพันธุกรรมมาจากคุณพ่อสุเมธ กองพัฒนากูล ที่ชอบสะสมบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำดำยี่ห้อดัง หรือแม้กระทั่งตั๋วเครื่องบินที่มีนับพันใบติดโชว์หราตามผนังบ้าน เป็นของรักที่บรรจุความทรงจำไว้มากมาย ส่วนคุณแม่สุดา ทรงอุดมวัฒนา ก็นิยมสะสมกระเป๋าถือตามสไตล์ผู้หญิงขาช็อป
หลายสิ่งหลายอย่างสมาชิกในบ้านเห็นตรงกันว่า หากเก็บไว้ในตู้ชื่นชมคนเดียวคงไม่มีความหมาย การนำออกมาอวดตามจุดต่างๆ ของบ้านให้คนอื่นได้รับรู้น่าจะมีประโยชน์กว่า ซึ่งเป้าหมายต่อไปของสาวคนนี้ คือการพิสูจน์ความพยายามกับจิ๊กซอว์ 2 หมื่นชิ้น ที่ว่ากันว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
"ตอนนี้มีห้องเก็บจิ๊กซอว์โดยเฉพาะ คงต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเบื่อ ไม่แน่นะสะสมไว้เยอะๆ อนาคตอาจจะนำไปจัดแสดงเป็นนิทรรศการก็ได้ สำหรับใครที่สนใจงานอดิเรกแบบนี้อยากให้เริ่มจากภาพที่ชอบก่อน แล้วมั่นใจว่าอยากเห็นมันเสร็จ เริ่มจาก 300-500 ชิ้นกำลังดี ที่หาซื้อง่ายคือจิ๊กซอว์ดิสนีย์เป็นรูปการ์ตูนต่างๆ ต้องพยายามใช้ชีวิตให้สมดุล อาทิตย์หนึ่งต้องมีสักวันได้ทำสิ่งที่ชอบ" ผู้บริหารสาวทิ้งท้ายไว้เผื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ใครนึกอยากลุกขึ้นมานั่งต่อจิ๊กซอว์ต่อยอดความคิดเช่นเธอ



