ข่าว

งามดุจดอกไม้สู่เวทีจักรวาล

งามดุจดอกไม้สู่เวทีจักรวาล

11 ต.ค. 2556

ไลฟ์สไตล์ : งามดุจดอกไม้สู่เวทีจักรวาล

 

                      ในการประกวดนางงามจักรวาลแต่ละปีนอกจากการส่งสาวไทยไปประชันความสวย อีกสิ่งที่สามารถอวดชาวโลกได้ทุกปีนั่นคือ ชุดประจำชาติอันงดงามและต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 แล้วที่กองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ได้เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้ส่งผลงานออกแบบชุดไทยเข้าประกวดเพื่อคัดเลือกให้ตัวแทนสาวไทยได้สวมใส่ ไปร่วมประกวดนางงามจักรวาลประจำปีนี้ ที่กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย โดยล่าสุดกองประกวดได้เผยโฉมชุดไทย "นาฎยมาลี" และชุดราตรีหลัก ที่สตูดิโอ บริษัท จันทร์ 25 จำกัด ย่านถนนพระราม 6 เมื่อวันก่อน

                      สุรางค์ เปรมปรีดิ์ กรรมการผู้จัดบริษัท จันทร์ 25 จำกัด และประธานอำนวยการกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ กล่าวว่า ปีนี้มีผลงานส่งเข้าประกวดทั้งสิ้น 815 ชิ้น ซึ่งผลงานที่ชนะเลิศได้นำไปตัดเย็บเป็นชุดประจำชาติ ให้ "ลิต้า" ชาลิตา แย้มวัณณังค์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2013 ได้สวมโชว์บนเวทีมิสยูนิเวิร์ส ที่ประเทศรัสเซีย ชุดนี้นับว่ามีความสวยงามและเอกลักษณ์ความเป็นไทย เชื่อว่าจะสร้างความประทับใจให้แก่ชาวโลกได้

                      ด้าน ธนาคม สิทธิอัฐกร  นักศึกษาปี 1 สาขาวิชาออกแบบเครื่องแต่งกาย คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เจ้าของผลงานชนะเลิศพร้อมรางวัล 20,000 บาท เผยว่า รู้สึกดีใจที่ชุดนี้ได้รับการคัดเลือกนำไปตัดเย็บเพื่อใช้ในการสวมใส่มิสยูนิเวิร์สประชันสาวงามจากทั่วโลก กว่า 80 ประเทศ โดยเมื่อ 4 ปีก่อนเคยส่งเข้าประกวดแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่ได้รับรางวัลใดๆ สำหรับครั้งนี้ตัดสินใจส่งเข้าประกวดเพียงแบบเดียวเท่านั้น ซึ่งแรงบันดาลใจมาจากการนำ 2 สิ่งที่โดดเด่นของไทย คือ นางรำและการประดิษฐ์ดอกไม้ไทยอย่างอุบะ เครื่องแขวน และการร้อยมาลัย มาผสมผสานกันอย่างลงตัว

                      "ทุกปีสังเกตว่าชุดไทยจะสื่อถึงความเป็นหญิงไทยน้อยเกินไป ปีนี้จึงอยากนำเสนอความเป็นหญิงไทยให้มากขึ้น ซึ่งจุดเด่นของชุดนี้อยู่ที่ด้านหลังที่เป็นเหมือนผ้าคลุม ใช้ดอกพุดเล็กๆ มาร้อยเรียงเป็นตาข่าย ซึ่งต้องใช้ฝีมือและความละเอียดมาก ขณะที่ตัวชุดก็ตัดเย็บจากผ้าไหมไทยสีทอง สื่อถึงเมืองไทยเป็นแผ่นดินทอง อยากให้คนต่างประเทศรู้ว่า หญิงไทยเป็นคนสวย สง่างาม อ่อนหวาน เหมือนนางรำที่มักเลือกหญิงสวยกริยางดงามไปทำการแสดง ซึ่งทั้งหมดถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของหญิงไทย" นักศึกษาแฟชั่นดีไซน์ กล่าว

                      ขณะที่ นงนาถ จิรกิตติ แห่งเสื้อโนริโกะ ผู้ตัดเย็บชุดประจำชาติอธิบายรายละเอียดการตัดเย็บว่า ชุดนาฎยมาลีมี 3 ส่วนหลัก ส่วนแรกคือเสื้อ กระโปรง และสายคาดเอว ใช้ผ้าไหมสอดดิ้นทองทำให้เกิดความแวววาว หรูหรา และสื่อถึงความรุ่งเรือง ส่วนที่สองคือช่วงไหล่ใช้การพับจับกลีบดอกไม้ และปักกลีบดอกไม้ให้สมบูรณ์ ส่วนสุดท้ายคือเสื้อคลุกด้านนอกหรือสไบนาง เป็นงานที่ยากที่สุดและถือเป็นจุดเด่นของชุด ต้องใช้ความพยายามการร้อยดอกพุดด้วยมือให้เป็นตาข่ายทั้งผืน แม้ว่าชุดนี้จะมีความยากในการตัดเย็บเหมือนเดิม แต่จะช่วยส่งเสริมบุคลิกของผู้สวมให้โดดเด่นบนเวทีมากขึ้น ทั้งยังสื่อถึงความเป็นไทยได้อย่างชัดเจนและลงตัว

                      ในส่วนของชุดราตรีหลักอีก 2 ชุดที่จะใช้ในการประกวดมีชุดราตรีสำหรับถ่ายภาพพอร์ทเทรต เป็นเกาะอกสีเหลือง ตัดเย็บด้วยผ้าไหมชีฟองเข้ารูปทั้งตัวและชุดราตรีหลักที่ใช้ในวันตัดสิน ชื่อ ไฟร์เวิร์กหรือดอกไม้ไฟ เกาะอกเข้ารูปสีดาร์กคาราเมล ปักเหลื่อมสีคอปเปอร์กระจายเป็นรูปดอกไม้ไประยิบระยับ

                      หลังจาก "ลิต้า" ชาลิตา ได้สวมใส่ชุดไทยและชุดราตรี ได้กล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มว่า สำหรับชุดไทยชอบที่มีดอกไม้ มองแล้วสดชื่นดี ส่วนชุดอื่นๆ ลงตัว สวมใส่แล้วรู้สึกมั่นใจ การเดินทางไปประกวดครั้งนี้ ได้เตรียมตัวอย่างพร้อมที่สุด ความกดดันไม่มีแล้ว ในแต่ละวันจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด อยากได้ยินเสียประกาศไทยแลนด์ในการเข้ารอบสุดท้าย นอกจากนี้ระหว่างการเก็บตัวจะเตรียมผ้าไหมไทยและกระเป๋าย่านลิเภาจากศูนย์ศิลปาชีพในสมเด็จพระนางสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ไปสวมใส่และพรีเซ็นต์ให้คนต่างชาติเห็น อีกทั้งจะนำที่คาดผมทำจากผ้าไหมไปแจกเพื่อนๆ เป็นของที่ระลึกอีกด้วย

                      ทั้งนี้ตัวแทนสาวไทยจะออกเดินทางไปประกวด ในวันที่ 18 ตุลาคมนี้ ซึ่งรอบตัดสินจะมีขึ้นในวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้