
ลูกค้าคลองจั่นเฮ!อาทิตย์หน้าถอนได้
ลูกค้าคลองจั่นเฮ!อาทิตย์หน้าถอนได้ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์สั่งตรวจเข้มสหกรณ์ทุกจว.หวั่นซ้ำรอย
10ต.ค.2556 นายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานกรรมการดำเนินการสันนิ-บาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย (สสท.) ในฐานะประธานกรรมการชั่วคราวสหกรณ์ยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้รับการแต่งตั้งจากนายทะเบียนสหกรณ์เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ให้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานสหกรณ์ยูเนี่ยนคลองจั่น และได้ไปขอเอกสารหลักฐานการปล่อยกู้ของสหกรณ์กว่า 1.3 หมื่นล้านบาทที่นายนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานคณะกรรมการสหกรณ์ยูเนี่ยนชุดที่ 29 ปล่อยกู้โดยไม่มีหลักค้ำประกัน ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ระบุนั้น เบื้องต้นไม่พบหลักฐานใดๆ ที่ระบุเส้นทางการเงิน การปล่อยกู้ในสำนักงานสหกรณ์ เมื่อถามเจ้าหน้าที่ก็ไม่มีผู้ใดทราบ จึงไม่สามารถติดตามว่า บริษัทใด หรือ บุคคลใดเป็นลูกหนี้สหรกรณ์ฯบ้าง แต่หลังจากนี้จะปรึกษาฝ่ายกฎหมายเพื่อติดตามเส้นทางการเงินต่อไป
ทั้งนี้จากการสอบถามลูกหนี้ของสหกรณ์จำนวน 27 บริษัทที่สหกรณ์ได้ปล่อยกู้ไปก่อนหน้านี้นั้น ปรากฏว่า หลังจากส่งแบบสอบถามไป 3 ครั้ง ทุกบริษัทต่างปฏิเสธและเพิกเฉยต่อการตอบแบบสอบถาม จากนี้คณะกรรมการจะติดตามหาหลักฐานการปล่อยกู้มายืนยัน และให้ฝ่ายกฎหมายติดตามเงินคืนมายังสหกรณ์
“จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่าสามารถแบ่งเจ้าหนี้สหกรณ์ได้เป็น 2 กลุ่มคือ1. ผู้ฝากเงินที่เป็นนิติบุคคล หรือสหกรณ์รายใหญ่ วงเงินฝาก 1.8 หมื่นล้านบาท และผู้ฝากเงินรายย่อย 2,000 ล้านบาท 2. ลูกหนี้สหกรณ์แบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ 1.ลูกหน้าที่มีความเสี่ยงสูง 27 บริษัท วงเงินปล่อยกู้ 1.3 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันยังหาเอกสารการปล่อยกู้ไม่พบ 2.เงินทดลองจ่ายส่วนบุคคล 3,000 ล้านบาท 3.สมาชิกกู้ยืมเงินโดยมีเอกสารหลักฐานการค้ำประกันครบถ้วน” นายวิฑูรย์กล่าว
อย่างไรก็ตาม ภายในสัปดาห์หน้าสหกรณ์ฯจะอนุมัติให้ผู้ฝากเงินรายย่อยของสหกรณ์นำเงินออกมาได้เฉพาะกรณีเร่งด่วนจำเป็นเท่านั้น และคาดว่าในเดือนตุลาคมนี้จะอนุมัติให้ผู้ฝากเงินรายย่อยจะทราบวันที่เบิกเงินได้ สำหรับการเสริมสภาพคล่องของสหกรณ์ฯ นั้นในขณะนี้มีองค์กรภายนอกบางแห่ง พร้อมทั้งสหกรณ์รายใหญ่ที่เคยฝากเงินไว้กับสหกรณ์คลองจั่นอยู่ในระหว่างการปรึกษาหารือภายในเพื่อช่วยเหลือเรื่องสภาพคล่องแล้ว
นายวิฑูรย์กล่าวอีกว่า คณะกรรมการของตนจะติดตามรวบรวมเอกสารที่คณะกรรมการชุดก่อนที่ทำให้สหกรณ์ได้รับความเสียหายมาฟ้องร้องดำเนินคดี รวมทั้งจะฟ้องร้องดำเนินคดีกับคณะกรรมการชุดที่ 27 เช่นเดียวกับที่คณะกรรมการชุดที่ 28 ดำเนินการไว้
นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่าว่า ได้สั่งการให้สหกรณ์ทุกจังหวัดตรวจสอบการดำเนินงานว่าคณะผู้บริหารหรือส่อไปในทางที่ไม่เป็นไปตามแนวทางของสหกรณ์หรือไม่ โดยให้รายงานสถานการณ์กลับมาทุกๆเดือน ที่ผ่านมาในทุกๆ ปีจะมีสหกรณ์ที่มีปัญหาประมาณ 3% ของสหกรณ์กว่า 8,000 แห่งทั่วประเทศ ส่วนใหญ่เมื่อส่วนกลงตักเตือนก็ยินดีที่จะแก้ไข ยืนยันว่าระบบสหกรณ์ยังมีความน่าเชื่อถือ และช่วยเหลือสมาชิกได้อย่างเป็นระบบ แต่การที่สหกรณ์บางแห่งมีปัญหาเป็นเพราะบุคคลที่ไม่เข้าใจและต้องการทุจริตเท่านั้น
“สหกรณ์และหน่วยงานภาครัฐก็ทราบข่าวเรื่องนี้แล้ว การดูแลเรื่องสภาพคล่องคงจะเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องช่วยเหลือกัน ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ คิดว่าเป็นหน้าที่ของกระบวนการสหกรณ์ทุกประเภทที่ต้องช่วยเหลือกัน ที่ผ่านมาผู้ฝากเงิน รวมทั้งสหกรณ์ขนาดใหญ่จะได้รับอัตราดอกเบี้ย 5.5% และเมื่อดูสัดส่วนผู้ฝากเงินพบว่ามีผู้ฝากเงินรายย่อยน้อย ซึ่งการฝากเงินส่อไปในทางเก็งกำไรมากกว่ากระบวนการสหกรณ์จึงต้องใช้เวลาตรวจสอบ”นายสมชายกล่าว



