ข่าว

เร่ถก "บสย.-ธปท."ช่วยเอสเอ็มอี ส.อ.ท.สุดทนสถาบันการเงินเข้มงวดปล่อยสินเชื่อ

เร่ถก "บสย.-ธปท."ช่วยเอสเอ็มอี ส.อ.ท.สุดทนสถาบันการเงินเข้มงวดปล่อยสินเชื่อ

15 มิ.ย. 2552

ส.อ.ท.เดินสายหารือ "บสย.-แบงก์ชาติ" แก้ปัญหาสินเชื่อเอสเอ็มอี หลังพบ บสย.เข้มงวดค้ำประกันให้ธุรกิจ ห่วงรัฐบาทเพิ่มทุนอีก 2 พันล้าน ไม่เกิดประโยชน์หากค้ำประกันไม่คล่องตัว วอนแบงก์ชาติจี้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อมากขึ้น

 นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท.จะเข้าหารือกับนายพิชิต อัคราทิตย์ ประธานคณะกรรมการบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) วันที่ 16 มิถุนายนนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการค้ำประกันสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) พร้อมหารือเกี่ยวกับปัญหาการค้ำประกันสินเชื่อและการขอสินเชื่อของเอสเอ็มอี โดยปกติ บสย.จะค้ำประกันสินเชื่อให้เอสเอ็มอีประมาณ 30% ของวงเงินสินเชื่อ และเอสเอ็มอีค้ำประกันเอง 70% แต่เมื่อถึงขั้นตอนการปฏิบัติจริงกลับมีปัญหา

 เนื่องจาก บสย.กำหนดให้มีการพิจารณาอนุมัติรวมเป็นพอร์ตและทยอยแบ่งชำระให้ธนาคารพาณิชย์ โดยจะไม่ค้ำประกันให้เอสเอ็มอีเป็นรายๆ และ บสย.ไม่สามารถค้ำประกันให้เอสเอ็มอีได้ทั้งหมดที่ยื่นเรื่องเข้าไป มีการตรวจสอบข้อมูลเครดิตของเอสเอ็มอีที่เข้มงวด ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้ประกาศเพิ่มทุนให้ธนาคารรัฐ 5 แห่งไปแล้ว โดยรัฐบาลเพิ่มทุนให้ บสย. 2,000 ล้านบาท เพิ่มเติมจาก ครม.เศรษฐกิจเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2552 ที่เพิ่มทุนให้ บสย.เป็น 3,000 ล้านบาท เมื่อเพิ่มทุนให้ไปแล้ว บสย.ไม่ค้ำประกันสินเชื่อให้มากขึ้น ก็ไม่มีประโยชน์ที่รัฐบาลจะเพิ่มทุนให้แก่ บสย.

 นอกจากนี้ ส.อ.ท.จะเข้าหารือกับนางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ภายในสัปดาห์นี้ เกี่ยวกับปัญหาสภาพคล่องของผู้ประกอบการ และการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ที่มีการปล่อยกู้ไม่มาก เมื่อเทียบกับสภาพคล่องที่มีอยู่ในระบบแล้วถือว่ามีการปล่อยสินเชื่อน้อย โดยเห็นว่า ธปท.ควรจะมีวิธีการให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อให้มากขึ้น

 สำหรับการปล่อยสินเชื่อให้แก่เอสเอ็มอีในไตรมาสแรกปี 2552 ทั้งระบบเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 5.5% ซึ่งธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ธพว.) มีการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น โดยในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ ธพว.สามารถปล่อยสินเชื่อไปแล้ว  9,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 34% ส่วนกรณีที่เอสเอ็มอีญี่ปุ่นต้องการขอสินเชื่อกับ ธพว.และให้ บสย.ค้ำประกันสินเชื่อนั้น เรื่องนี้ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องพิจารณาให้ดีเพราะผู้ประกอบการไทยยังเดือดร้อน

 ที่ผ่านมา ส.อ.ท. และ ธพว.มีความร่วมมือในการปล่อยสินเชื่อแบบช่องทางเร่งด่วน ซึ่ง ส.อ.ท.จะเป็นผู้คัดกรองสมาชิกที่ต้องการขอสินเชื่อเพื่อให้ ธพว.พิจารณาให้เสร็จภายใน 15 วัน ซึ่งขณะนี้มีสมาชิก ส.อ.ท.ยื่นขอสินเชื่อแล้ว 200 ราย วงเงินกู้ 1,400 ล้านบาท ความร่วมมือดังกล่าวช่วยเรื่องสภาพคล่องให้เอสเอ็มอีที่เข้าถึงสินเชื่อ แต่ก็ยังมีเอสเอ็มอีอีกมากที่ต้องการให้รัฐเข้ามาดูแลเรื่องการค้ำประกันเงินกู้