
อัยการสั่งไม่ฟ้อง'แม้ว'ก่อการร้าย!
อัยการสั่งไม่ฟ้อง 'ทักษิณ' ก่อการร้าย ชี้โฟนอินแค่เรียกร้องประชาธิปไตย ไม่ได้ยุให้ทำผิดกฎหมาย ระบุเหตุวุ่นวายราชประสงค์เพราะใช้กำลังทหารเข้ากดดัน
10 ต.ค. 56 เมื่อเวลา 13.30 น. นายนันทศักดิ์ พูลสุข อธิบดีอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดคนใหม่ เปิดเผยว่าในคดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกับแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) รวม 24 คน กระทำผิดก่อการร้ายโดยกระทำนั้นเกิดขึ้นภายนอกราชอาณาจักร ในการชุนนุมของ นปช.เมื่อปี 2553 นั้น ว่า นายจุลสิงห์ วสันต์สิงห์ อดีตอัยการสูงสุด ได้พิจารณาพฤติการณ์แล้วมีคำสั่งไม่ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ตามความเห็นของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เสนอมา เนื่องจากเห็นว่าขณะเกิดเหตุ พ.ต.ท.ทักษิณ พำนักอยู่ในต่างประเทศ ขณะที่การวิดีลิงค์โฟนอิน เข้ามายังเวทีปราศรัยในพื้นที่ต่างๆ นั้น มีเนื้อหาเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย ต้องการให้ยุบสภา และโจมตีการทำงานของรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
"คำกล่าวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้เรียกร้องให้ผู้ชุมนุมทำผิดกฎหมายในการเผาศาลากลางจังหวัด สถานทูต สถานกงสุล หรือยุยุงให้ล้มล้างรัฐธรรมนูญด้วยวิธีการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การเกิดเหตุรุนแรงที่แยกราชประสงค์ ก็เนื่องจากรัฐบาลใช้กำลังทหารเข้ากดดันกระชับพื้นที่ และปิดล้อมโดยใช้รถยานเกราะและอาวุธสงครามขับไล่สลายการชุมนุมกลุ่ม นปช.จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก การที่กลุ่มประท้วงได้กระจายไปตามต่างจังหวัด และมีการวางเพลิงเผาสถานที่ราชการ ศาลากลางจังหวัด 4 แห่ง หรือมีผู้ก่อความไม่สงบวางระเบิด หรือยิงอาวุธปืนร้ายแรงเข้าไปในพื้นที่ธนาคาร หรือสถานที่ราชการต่างๆ นั้น ไม่มีข้อเท็จจริงเชื่อมโยงว่าเกิดจากการยุยงสนับสนุนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้ต้องหาที่ 1 ดังนั้นพยานหลักฐานจึงยังไม่พอรับฟังได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ร่วมกัน หรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิด หรือสนับสนุนให้มีการกระทำผิดฐานก่อการร้าย และเมื่อเป็นความผิดเกี่ยวกับการกระทำนอกราชอาณาจักร ซึ่งเป็นอำนาจอัยการสูงสุดในการสั่งคดี ดังนั้นเมื่อมีความเห็นแล้วว่าสั่งไม่ฟ้องแล้ว ถือว่าเป็นเด็ดขาดและสิ้นสุดแล้วตามกฎหมาย สำหรับคดีดังกล่าว ดีเอสไอได้ส่งเรื่องให้อัยการเพียงแค่ข้อหาเดียว ดังนั้น จึงถือว่าสิ้นสุด"
“ธาริต”แจงเป็นเรื่องปกติกระบวนการยุติธรรม
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ถือว่าเป็นข้อยุติแล้วไม่สามารถทำความเห็นแย้งได้เพราะเป็นคำสั่งทางคดีของอัยการสูงสุด คดีจึงถือเป็นที่ยุติ หากประชาชนข้องใจดุลยพินิจในคำสั่งดังกล่าวก็ไม่สามารถไปร้องขอให้หน่วยงานใดรื้อฟื้นคดีได้ ส่วนกรณีที่ศาลยกฟ้องคดีนายสุรชัย เทวรัตน์ หรือหรั่ง อดีตคนสนิทพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ในข้อหาค้าอาวุธสงคราม และล่าสุดอัยการสั่งไม่ฟ้องพ.ต.ท.ทักษิณ ในข้อหาก่อการร้ายซึ่งทั้ง 2 สำนวนเป็นคดีในความผิดชอบดีเอสไอนั้น ก็ไม่ถือเป็นข้อบกพร่องของหน่วยงานใด เพราะเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาซึ่งมีหน่วยงานเรียงลำดับตั้งแต่พนักงานสอบสวน อัยการและศาลในการกลั่นกรองคดีมีข้อแตกต่างของแต่ละหน่วยงาน ในชั้นพนักงานสอบสวนมองเพียงว่าถ้ามีการกล่าวหาและมีพยานหลักฐานตามสมควรต้องสั่งฟ้อง ในชั้นอัยการจะมองว่าคดีมีหลักฐานพอฟ้องหรือไม่ หากไม่พอจะสั่งไม่ฟ้อง เมื่อไปถึงชั้นศาลมาตรฐานจะสูงขึ้นอีกในการตัดสินลงโทษต้องพิสูจน์ให้สิ้นสงสัย ในคดีของนายสุรชัยดีเอสไอเห็นว่ามีหลักฐานตามสมควรพอฟ้อง ขณะที่อัยการเห็นว่ามีหลักฐานพอฟ้อง แต่ศาลเห็นว่าหลักฐานที่มียังพิสูจน์ให้สิ้นสงสัยไม่ได้ จึงสั่งยกฟ้อง ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดา ไม่ใช่ดีเอสไอห่วย อัยการใช้ไม่ได้
นายธาริต กล่าวต่อว่า ส่วนคดีพ.ต.ท.ทักษิณ ดีเอสไอเห็นว่าหลักฐานมีพอสมควร แต่อัยการมองว่าหลักฐานไม่พอฟ้องคดีจึงจบที่ชั้นการพิจารณาของอัยการไปไม่ถึงศาล ในนานาชาติถือว่าเรื่องแบบนี้เป็นปกติ เช่นเดียวกับคดีสามัญทั่วไป ไม่ถือเป็นข้อบกพร่องแต่อย่างใด
“ถาวร” โยนถามใช้เหตุผลอะไรบี้แจงสังคม
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถือเป็นคำสั่งที่สวนทางกับกรณีที่นายธาริตส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดพิจารณาสั่งฟ้อง เรื่องนี้จึงต้องส่งกลับให้ดีเอสไอพิจารณา ดังนั้นต้องถามนายธาริตว่ายังยืนยันในคำสั่งฟ้องก่อนหน้านี้หรือไม่
นายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทราบว่าอัยการสูงสุดมีคำสั่งเมื่อวันที่ 7 ก.ย. ที่ผ่านมา แต่ไม่ทราบว่าใครเป็นคนลงนามคำสั่งไม่ฟ้อง แต่อยากถามว่าคำสั่งไม่ฟ้องพ.ต.ท.ทักษิณ แต่กับผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายอีก 24 คน ไม่ทราบว่ามีข้อเท็จจริงส่วนใดที่ไม่เหมือนกัน เพราะคดีนี้เดินมาด้วยข้อเท็จจริงในลักษณะคดีที่เหมือนกันมาโดยตลอด นอกจากนี้ทราบว่าก่อนหน้านี้สำนักงานอัยการสูงสุดได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้ โดยมีนายวินัย ดำรงค์มงคลกุล อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เป็นประธาน และสรุปความเห็นให้สั่งฟ้องพ.ต.ท.ทักษิณ จึงอยากถามว่าเหตุผลและข้อสรุปคณะทำงานชุดนี้คืออะไร และเหตุใดที่สั่งไม่ฟ้อง จึงอยากให้อัยการสูงสุดชี้แจงเพื่อให้ประชาชนมองสำนักงานอัยการสูงสุดในทิศทางที่ดี เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีสำคัญ สาธารณชนให้ความสนใจ ซึ่งตนได้ยื่นเรื่องให้คณะกรรมาธิการการยุติธรรมและการตำรวจ วุฒิสภา ตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว โดยในวันที่ 14 ต.ค. มีการเชิญ ตน ตัวแทนอัยการสูงสุด นายวินัย มาซักถามข้อเท็จจริง แต่หากพบว่าอัยการสูงสุดมีความผิดในการใช้ดุลพินิจก็สามารถยื่นฟ้องคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช. )
“ผลของการที่อัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้อง โดยวินิจฉัยว่าเป็นความผิดนอกราชอาณาจักร คดีก็จะจบเลย แต่ผมจะบอกว่าไม่ใช่ เพราะความผิดเกิดขึ้นในราชอาณาจักรไทย และผมมั่นใจคนอย่างพ.ต.ท.ทักษิณไม่เคยปล่อยโอกาสให้ตัวเองเป็นผู้แพ้ แต่จะเกี่ยวข้องคดีนี้อย่างไรยังไม่สามารถระบุได้ ก็ต้องพิสูจน์กันต่อไป แต่พ.ต.ท.ทักษิณไม่อยากติดคุกแม้แต่วินาทีเดียว การหลุดจากคดีก่อการร้ายจะเป็นศักดิ์ศรีได้ว่าไม่เคยทรยศประเทศ ไม่เคยสั่งเผาบ้านเผาเมือง และขณะนี้พรรคเพื่อไทยก็เดินหน้าเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 309 จะทำให้พ.ต.ท.ทักษิณหลุดจากทุกคดีที่คตส. เคยทำมาก่อนหน้านี้” นายถาวร กล่าว



