ข่าว

'สุรยุทธ์'ปัดเอี่ยวหนุน'ม็อบกปท.'

'สุรยุทธ์'ปัดเอี่ยวหนุน'ม็อบกปท.'

10 ต.ค. 2556

'สุรยุทธ์'ปัดตอบเรื่องการเมือง ยันไม่เกี่ยว'ม็อบกปท.'เผยไม่มีอะไรคาใจ พูดคุย'ทักษิณ'ได้ พร้อมเปิดโครงการสานใจไทยรุ่น20 เผย 'ป๋าเปรม'ให้มาแทน

               เมื่อเวลา 12.15 น. วันที่ 10 ต.ค.56 พล.อ.สรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ว่า ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องและไม่สามารถตอบได้ ส่วนกรณีที่นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ระบุว่า มีนายพล ส. ให้การสนับสนุนกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) จนมีการมองว่าเป็นตนเองนั้น คนที่มีชื่อขึ้นต้นด้วย ส.ก็มีจำนวนมาก ตนก็อยู่ตรงนี้ไม่ได้ทำหน้าที่อื่นใด หากถามว่าได้ทำอะไรบ้างก็คงจะตอบได้ทั้งหมดว่าตนได้ดำเนินการงานด้านใดๆบ้าง

               ส่วนกรณีแกนนำกลุ่มกปท.ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร รุ่นที่ 1 ด้วย พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า เพื่อนก็คือเพื่อน เขาก็มีความคิดเห็นของเขา ตนก็มีความคิดเห็นของตนและมีหน้าที่ของตน เพราะฉะนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกันในเรื่องของความรับผิดชอบและการทำหน้าที่

               พล.อ.สุรยุทธ์ ยังได้ตอบคำถามที่ว่า ได้มองสาเหตุหรือไม่ว่าทำไมต้องพุ่งเป้ามาที่ พล.อ.สุรยุทธ์ตลอด ว่า ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมถึงมีอย่างนั้น แต่ตนสามารถชี้แจงให้กับคนที่สนใจได้ว่าตนทำอะไรบ้าง

               เมื่อถามต่อว่า เพราะมองว่า พล.อ.สุรยุทธ์ อยู่ฝั่งอำมาตย์ใช่หรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ ย้อนถามว่า ฝั่งอำมาตย์หมายถึงอย่างไร ตนไม่เข้าใจ แต่ถ้าพูดถึงหน้าที่ความรับผิดชอบ ในฐานะที่เป็นองคมนตรี และบอกว่าตรงนี้เป็นอำมาตย์ ตนคิดว่าไม่ใช่ เพราะองคมนตรีมีหน้าที่ทำตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญและตนก็ไม่ได้ทำอะไรนอกกฎหมาย ทั้งนี้อยากบอกว่าในหน้าที่ความรับผิดชอบ ตนก็ทำในส่วนที่มีหน้าที่และต้องรับผิดชอบ

               ต่อคำถามที่ว่า ความรู้สึกส่วนตัวยังโกรธแค้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า เคยตอบไปนานแล้วว่าไม่มีความรู้สึกที่ถือว่าไม่เป็นมิตร ตนยังถือว่าพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นน้อง ดังนั้นคิดว่าการทำงานของแต่ละคนมีโอกาสที่จะผิดพลาดได้ ซึ่งเรื่องเหล่านี้มีทางที่จะมีโอกาสพบปะพูดคุยกันในอนาคต เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะเราเป็นคนไทยด้วยกัน

               “เราเป็นนักเรียนที่ผ่านการอบรมมาด้วยกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ถือว่าเป็นเรื่องของความผิดพลาดและเป็นความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ ในฐานะที่ผมเป็นรุ่นพี่คงจะไม่มีอะไรแนะนำรุ่นน้อง เพราะเป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว เหมือนอย่างที่ผมพูดว่า เพื่อนก็เป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว ผมอายุ 70 ปีแล้วคิดว่าทุกคนตระหนักถึงหน้าที่และความรับผิดชอบ” พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าว

                

 

เปิดโครงการสานใจไทยรุ่น 20 เผย"ป๋าเปรม"ให้มาแทน เหตุอยู่ช่วงพักฟื้นร่างกาย

                

                พล.อ.สุรยุทธ์ เป็นประธานเปิดโครงการสานใจไทยสู่ใจใต้ รุ่นที่ 20 โดยปีนี้มีเยาวชนที่นับถือศาสนาอิสลามจาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จ.ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา และสตูล จำนวน 240 คนเข้าร่วม แบ่งเป็นชาย 96 คน หญิง 144 คน ทั้งนี้เยาวชนทั้งหมดจะมาทัศนศึกษาและใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ใน 10 จังหวัดภาคกลาง ตั้งแต่วันที่ 2 ต.ค. - 1 พ.ย.56 ทั้งนี้ได้มีตัวแทนของเหล่าทัพ หน่วยงานราชการ มูลนิธิและสมาคมจากภาคเอกชนเข้าร่วมงานอย่างมากมาย

                พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวให้โอวาทตอนหนึ่งว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้มอบหมายให้ตนมาแทนในวันนี้ เนื่องจากอยู่ในช่วงพักฟื้นร่างกาย หลังเข้ารับการผ่าตัด แต่ก็ได้ฝากคำพูดมาถึง โดยขอให้เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการตระหนักถึงความเป็นไทย

                "ดังนั้นผมขอให้ทุกคนไปหาคำตอบว่าความเป็นไทย ประกอบด้วยอะไรบ้าง คาดว่าโอกาสหน้าจะได้ทราบคำตอบ" พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าว

                พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวต่อว่า  ทั้งนี้โครงการสานใจไทยฯ ตั้งแต่รุ่น 1-19 มีเยาวชนเข้าร่วมแล้ว ประมาณ 3,500 คน มีครอบครัวอุปถัมภ์ 350 ครอบครัว ซึ่งที่ผ่านมามีเยาวชนหลายคนเสนอให้นำเยาวชนศาสนาพุทธและคริสต์เข้าร่วมด้วย ส่วนตนเองก็เคยมีแนวคิดดังกล่าวเช่นกัน แต่เกิดปัญหาในการหาครอบครัวอุปถัมภ์ ที่มีข้อจำกัดเรื่องอาหารการกิน แต่ก็จะนำข้อคิดเห็นนี้ไปพิจารณาเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป ขณะที่เหตุความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนใต้นั้น พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผู้บัญชาการทหารบก (รองผบ.ทบ.) ก็ได้ยืนยันแล้วว่า ทุกภาคส่วนจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลาย และทุกศาสนาได้สอนในเรื่องการอยู่ร่วมกันอย่างสงบ ดังนั้นขอให้ทุกคนช่วยกันรักษาความสงบ สันติสุข พร้อมฝากความหวังไว้ที่เยาวชนด้วย ที่สำคัญขอให้ทุ่มเทเรื่องการศึกษา เพื่อพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป

               “โครงการดังกล่าวเราไม่ได้คิดให้เยาวชนไปแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพียงแต่ต้องการให้มีการพัฒนาตนเองและมีอาชีพที่มั่นคง เป็นพลเมืองที่ดีของชาติ เพราะการเป็นพลเมืองที่ดีนั้นถือว่าได้ช่วยสร้างความสงบและนำสันติสุขมาสู่บ้านเมืองได้” พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าว