
กขช.ขอเงินอุ้มชาวนาอีก9พันล.
งบจำนำข้าวปี 2555/56 บานเบอะ กขช.เตรียมชง ครม.ของบเพิ่มร่วม 9,000 ล้านบาทจ่ายชาวนา แถมทวงเงิน 7,000 ล้านบาทโปะบัญชีลดขาดทุน
10 ต.ค. 56 นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ว่า ที่ประชุมมีมติช่วยเหลือเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้ในโครงการรับจำนำข้าวกับรัฐบาล แต่เก็บเกี่ยวข้าวหลังวันที่ 15 กันยายน 2556 ซึ่งปิดโครงการไปแล้ว จึงให้จ่ายค่าชดเชยในราคาตันละ 2,500 บาท เป็นการจ่ายตามจริงไม่เกินรายละ 30 ตันข้าวเปลือก โดยข้าวเปลือกจะต้องเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่ 16 -30 กันยายน 2556 มีทั้งที่เกษตรกรขายข้าวให้พ่อค้าแล้ว และที่ยังไม่ขาย รวมปริมาณ 8.9 แสนตัน ซึ่งจะขอให้จัดสรรงบกลางเพื่อนำมาใช้ในการชดเชยดังกล่าว 3,000 ล้านบาท
ส่วนเกษตรกรที่นำข้าวเปลือกเข้าโครงการทัน แต่ยังไม่ได้รับเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เนื่องจากเป็นส่วนที่เกินวงเงินจำนำข้าวที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ตีกรอบไว้ กขช.จึงมีมติให้สิทธิแก่เกษตรกรในกลุ่มดังกล่าว โดยข้าวเปลือกในส่วนนี้มีปริมาณ 4.5 แสนตัน ใช้วงเงินประมาณ 6,000 ล้านบาท ซึ่งจะเสนอต่อ ครม.เพื่ออนุมัติในสัปดาห์หน้า
นอกจากนี้จะหารือกับสำนักงบประมาณในการจัดสรรงบราว 7,000 ล้านบาท คืนโครงการรับจำนำข้าว โดยเงินดังกล่าวจะเป็นค่าข้าวที่กระทรวงพาณิชย์เบิกข้าวจากสต็อกรัฐออกไปตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อบริจาคทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งเป็นข้าวที่นำไปช่วยลดค่าครองชีพประชาชน
นายยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดสรรงบ 7,000 ล้านบาท คืนโครงการจำนำนั้น เป็นการดำเนินการทางบัญชี เพื่อให้เกิดการตีมูลค่าข้าวตามความเป็นจริง จากเดิมที่ไม่มีการลงบัญชีสำหรับข้าวในส่วนนี้ หรือตีมูลค่าเพียงตันละ 1 บาทสำหรับข้าวบริจาค ซึ่งต่ำกว่าความเป็นจริง และไม่ถูกต้องนักและเมื่อนำมาคิดบัญชีกลายเป็นผลขาดทุนที่สูงขึ้น โดยการทำบัญชีใหม่ก็เพื่อลดการขาดทุน และไม่เป็นภาระในกรอบวินัยการเงินการคลัง
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาในงาน จรรยาบรรณดีเด่นหอการค้าไทยปี 2556 ว่า นโยบายโครงการรับจำนำข้าวไม่ได้กระจายรายได้ให้แก่ประชาชนและเกษตรกร แต่กลับเป็นผลเสียมากกว่า เพราะกระทบฐานะการคลังของประเทศ สร้างผลขาดทุน 205,000 ล้านบาทต่อปี หรือรวมเป็น 410,000 ล้านบาทใน 2 ฤดูกาล ขณะที่เกษตกรกรมีรายได้เพียง 8 หมื่นล้านบาท
ด้าน นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น กล่าวว่า เครือข่ายได้ให้ข้อมูลแก่รัฐบาลถึงจุดรั่วไหลในการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวไปแล้ว ซึ่งหวังว่ารัฐบาลจะไปดำเนินการแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดการทุจริตสร้างผลเสียหายให้แก่ประเทศ โดยวันที่ 15 ตุลาคม 2556 เครือข่ายจะมีการเปิดเผยข้อมูลทั้งปัญหาการขาดทุน การทุจริต การรั่วไหลในกระบวนการรับจำนำข้าวทั้งหมด จากผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด



