ข่าว

เร่งตรวจภาพ10คนร้ายบึ้มเอทีเอ็ม

เร่งตรวจภาพ10คนร้ายบึ้มเอทีเอ็ม

10 ต.ค. 2556

จนท.เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบันทึกภาพ 10 คนร้ายลอบวางระเบิดตู้เอทีเอ็มนราฯ-สงขลา สงสัย 'อับดุลตอเละ กาสอ' มีเอี่ยว เชื่อ 'มุกตา อาลีมามะ' วางบึ้มทหารรปภ.ครูยะลา

 

                            10 ต.ค. 56  สำหรับความคืบหน้าเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดตู้ เอ.ที.เอ็ม. ของธนาคารกรุงไทย จำนวน 5 จุด ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส เมื่อช่วงเวลา 05.00 น. ของเช้าวันที่ 9 ต.ค. 56 ที่ผ่านมานั้น ล่าสุด พ.ต.ท.สมชาย พนมอุปการ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ทำการตรวจสอบภาพในกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้บริเวณหน้าตู้ เอ.ที.เอ็ม.และเสาไฟฟ้าใกล้เคียงทั้ง 5 จุด พบว่า แต่ละจุดกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพพฤติกรรมของกลุ่มคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้เอาไว้ได้

                            โดยแต่ละจุดมีผู้ร่วมก่อเหตุจุดละ 2 คน รวม 10 คน โดยใช้รถจยย.เป็นพาหนะ และในระหว่างก่อเหตุในแต่ละจุดคนร้ายจะสวมหมวกกันน็อคเพื่ออำพรางใบหน้า แถมในระหว่างที่คนร้ายที่ทำหน้าที่ขี่รถจยย.ให้คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายนำระเบิดไปวางไว้ที่ตู้ เอ.ที.เอ็ม. ยังได้ใช้มือบีบคันเบรกทำให้ไฟท้ายที่ส่องแผ่นป้ายทะเบียนมีแสงสว่างจ้า ภาพวงจรปิดไม่สามารถบันทึกแผ่นป้ายทะเบียนของรถจยย.ที่คนร้ายใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุในครั้งนี้ได้ชัดเจนนัก ต้องรอผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคจากกองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส เอาภาพวงจรปิดต้นฉบับไปเข้าขบวนการด้านเทคนิค เพื่อให้ภาพมีความคมชัดมากยิ่งขึ้น

                            ในการแกะรอยกลุ่มคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุด้วยแผ่นป้ายทะเบียนของรถจยย. ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง จึงสามารถทราบว่ารถจยย.ที่ใช้ก่อเหตุในแต่ละจุดใครเป็นผู้ครอบครอง เพื่อขยายผลไปสู่การเชิญตัวมาสอบสวนจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีดังกล่าวนี้ต่อไป

                            พล.ต.ต.พัฒนวุธ อังคะเนวิน ผบก.ภ.จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า คดีลอบวางระเบิดตู้ เอ.ที.เอ็ม.5 จุด ในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาสครั้งนี้ เมื่อคดีมีความคืบหน้าและชัดเจน จะมีการแถลงข่าวขอเวลารอให้เจ้าหน้าที่ทำงานสักระยะ และคาดว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุคงเป็นคนในพื้นที่ อ.เมืองนราธิวาส เจ้าหน้าที่ต้องมีการทำงานหลายขั้นตอน อย่างน้อยต้องใช้เวลาในการดูและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในช่วงเย็นก่อนเกิดเหตุ เพื่อมาเปรียบเทียบกับรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายรวมถึงรถจยย. ว่าใครบุคคลใดในภาพวงจรปิดที่ตกอยู่ในฐานะผู้ต้องสงสัย หลังนำมาเปรียบเทียบกับกล้องวงจรปิดที่บันทึกได้ขณะก่อเหตุ ซึ่งเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่ต้องรีบดำเนินการคลี่คลายในคดีดังกล่าวนี้

                            ส่วนกรณีลอบวางเพลิง ยิง ขว้างระเบิด และขโมยรถบรรทุกน้ำ ในพื้นที่ 4 อำเภอ คือ ยี่งอ บาเจาะ ระแงะและรือเสาะนั้น ก็ได้มีการเร่งรัดให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคลี่คลายคดีดังกล่าวโดยเร็วเช่นกัน เพราะเชื่อว่าเป็นกลุ่มคนร้ายที่ได้รับการสั่งการจากแหล่งเดียวกันให้มาก่อเหตุ

 

 

จนท.ได้เบาะแสจากภาพวงจรปิดเหตุระเบิดตู้เอทีเอ็มพื้นที่สงขลา

 

                            จากเหตุคนร้ายางระเบิดตู้เบิกเงินสดอัตโนมัติ 3 จุดใน 3 อำเภอ ของ จ.สงขลา ประกอบด้วย อ.เทพา , อ.นาทวี และ อ.สะบ้าย้อย ล่าสุดจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งสามจุด เจ้าหน้าที่พอทราบเบาะแสของกลุ่มผู้ต้องสงสัยแล้ว โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดที่หน้าตู้เอ็มของธนาคารออมสินภายในปั๊มน้ำมันปตท. บ้านสวรรค์ หมู่ 2 ต.สะกอม อ.เทพา ซึ่งค่อนข้างชัดเจน โดยพบว่าผู้ต้องสงสัยแต่งกายด้วยชุดผู้หญิงอิสลามสีดำสวมฮิญาบปิดบังใบหน้ามิดชิด แต่คาดว่าน่าจะเป็นผู้ชายที่ปลอมตัวมา ส่วนเหตุระเบิดตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงเทพฯ หน้าโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินีนาถ อำเภอนาทวี ได้ภาพชายต้องสงสัยสองคนที่ขับรถจักรยานยนต์แบบผู้หญิงสีดำ ผ่านบริเวณหน้าโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินีนาถ อำเภอนาทวี หน้าสำนักงานเทศบาลนทวีนอก ก่อนที่จะเกิดเหตุระเบิดขึ้น

 

 

ตำรวจสงสัย 'อับดุลตอเละ กาสอ' ที่เคยถูกออกหมายจับมีส่วนเกี่ยวข้อง

 

                            พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา เปิดเผยว่า  เหตุคนร้ายวางระเบิดกับตู้เบิกเงินสดอัตโนมัติ ในพื้นที่ จ.สงขลา เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบรายละเอียด และนำไปเปรียบเทียบกับแฟ้มประวัติแนวร่วมทั้งในพื้นที่ 4 อำเภอชายแดนสงขลา และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าใกล้เคียงกับใครบ้าง โดยเฉพาะความเป็นไปได้ที่จะเกี่ยวพันกับ นายอับดุลตอเละ กาสอ อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับคดีลอบวางระเบิดร้านน้ำชาใน อ.นาทวี เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา และมีประวัติถูกออกหมายจับคดีความมั่นคงติดตัวถึง 13 คดี และจะมีการประชุมสรุปความคืบหน้าคดีอีกครั้งในวันนี้

 

 

เชื่อฝีมือ 'มุกตา อาลีมามะ' วางบึ้มทหาร รปภ.ครูยะลา

 

                            พ.ต.อ.เจริญ ธรรมขันธ์ ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ร.ต.ท.วีระศักดิ์ สุวรรณเดชา ร้อยเวร สภ.บันนังสตา พร้อมด้วย ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา เจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ บริเวณอาคารเรียน 2 โรงเรียนบ้านบาเจาะ หมู่ที่ 2 ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา หลังเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา เวลา 18.50 น. คนร้ายได้ลอบวางระเบิด เจ้าหน้าที่ทหารสังกัดร้อย ร.1733 ฉก.ยะลา 15 เป็นเหตุให้ จ.ส.อ.สุวัฒน์ ศิริโชติวัฒน์ ส.ท.รังสรรค์ ติ๊บเหล็ก พลทหารศัตรา บัวระภา และพลทหารจักรกริช พึ่งศรี ทั้งหมดได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

                            โดยที่เกิดเหตุบริเวณทางขึ้นบันไดชั้น 2 ของโรงเรียน เจ้าหน้าที่พบว่า คนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่องบรรจุไว้ในกล่องเหล็ก น้ำหนักประมาณ 1-3 กก. แล้วนำไปซุกซ่อนไว้ในถุงขยะ ก่อนที่จะจุดชนวนขึ้นด้วยวิทยุสื่อสาร ทำให้บริเวณกำแพงเป็นรูขนาดใหญ่ รวมทั้งหน้าห้องเรียน และพื้นได้รับความเสียหาย โดยเจ้าหน้าที่พบเศษแบตเตอรีขนาด 9 โวลท์ เหล็กเส้นตัด แผงวงจร DTMF เศษตะปู ขนาด 3 นิ้ว เศษวิทยุสื่อสาร เทปพันสายไฟ เศษกล่องเหล็ก เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมเก็บไว้เป็นหลักฐาน

                            จากการสอบถาม ร้อยตรี เฉลิมราช วงษ์ใหญ่ ผู้หมวด ร้อย ร.1733 ฉก.ยะลา 15 ทราบว่า ในช่วงค่ำที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหารจะมาเฝ้า รปภ.อยู่บนชั้น 2 ของอาคารเรียน ซึ่งขณะเกิดเหตุ กำลังทหาร ทั้ง 8 นาย ได้เดินขึ้นมาบริเวณหน้าทางขึ้นบันได และสังเกตเห็นว่าในถังขยะมีแสงไฟ ขึ้นมา จึงได้บอกให้ทุกคนกระโดดหลบ ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย และโชคดีที่ช่วงเกิดเหตุ โรงเรียนบ้านบาเจาะอยู่ในช่วงปิดภาคเรียน ส่วนสาเหตุ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบของกลุ่ม นายมุกตา อาลีมามะ แกนนำก่อเหตุรุนแรง ที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว

 

 

รดน้ำศพทหารพราน เหยื่อระเบิด จ.นราธิวาส

 

                            ที่ศาลาอเนกประสงค์ วัดบางนรา อ.เมือง จ.นราธิวาส พล.ต.เบญจรงค์ เจริญพร รอง ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานในพิธีรดน้ำศพ อส.ทพ.บุญรับ เพชรหนองชุม อายุ 28 ปี สังกัดชุดปฏิบัติการพิเศษร่วม จ.นราธิวาส ฉก.ทพ.ที่ 46 ปฏิบัติหน้าที่ชุดคอมมานโดซึ่งมี พ.อ.พสิษฐ์ ชาญเลขา เป็น หน.ชุด และเสียชีวิตขณะเดินทางพร้อมพวกรวม 3 คันรถกระบะเดินทางจะไปเข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่ อ.เจาะไอร้องร่วมกับ ฉก.ทพ.ที่ 48

                            ซึ่งคนร้ายลอบจุดชนวนระเบิดหนัก 25 กก.ริมถนนในพื้นที่ บ.ศาลา ม.4 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง เมื่อช่วงสายวันที่ 9 ต.ค. 56 ที่ผ่านมาและมีเจ้าหน้าที่ทหารสังกัดเดียวกันบาดเจ็บสาหัส 4 นาย คือ อส.ทพ.สุรเชษฐ์ ชานุวัฒน์ อส.ทพ.สมพร พิมพกุล อส.ทพ.สุรชัย คงทองและ อส.ทพ.โซเปียน กือแมแซเจ๊ะลอ โดย อส.ทพ.โซเปียนอาการสาหัส ถูกสะเก็ดเข้าที่ศีรษะ นอนรักษาตัวที่ห้อง ICU

                            โดยพิธีมีนายณัฐพงศ์ ศิริชนะ ผวจ.นราธิวาส พล.ต.สิงหศักดิ์ อุทัยมงคล ผบ.ฉก.นราธิวาส พล.ต.ต.พัฒนวุธ อังคะนาวิน ผบก.ภ.จว.นราธิวาส และกำลังผสม 3 ฝ่ายเข้าร่วมพิธีประมาณ 500 คน โดยพล.ต.เบญจรงค์ รอง ผอ.รมน.ภาค 4 ได้เป็นตัวแทนวางพวงหรีดของผู้บังคับบัญชาระดับสูงก่อนมอบเหรียญบางระจันและเงินช่วยเหลือเบื้องต้นรวมกว่า 2 ล้านบาทผ่านทาง พ.อ.ทวนทอง ทองสุภา ผบ.กรม ทพ.ที่ 46 นำไปมอบแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตซึ่งมีภรรยา คือ นางศิริรัตน์ เพชรหนองชุม อาชีพทำสวน และบุตร 2 คน คนโตอายุ 4 ขวบ คนเล็กอายุเพียง 9 เดือน ก่อนที่จะเคลื่อนศพไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด ม.9 ต.บ้านนาเดิม อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช ในช่วงเที่ยงของวันนี้

                            พล.ต.ต.พัฒนวุธ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส กล่าวว่า พบว่ากลุ่มที่ลงมือก่อเหตุน่าจะเป็นระดับปฏิบัติการเดิมๆ ที่อยู่ในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง และเจ้าหน้าที่กำลังไล่ล่าตัวอย่างหนัก อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวความมั่นคงทางทหารรายหนึ่งเปิดเผยว่า เชื่อว่าผู้ก่อเหตุเป็นสมาชิกรุ่นใหม่ของกลุ่มเดิมๆ ที่ต้องการทดลองงานจากการฝึกการรบมาแล้ว และเหตุครั้งนี้เป้าหมายคือ เจ้าหน้าที่ทหารพรานอีกกรมหนึ่งในพื้นที่ใกล้เคียงที่จะต้องเดินทางออกปฏิบัติหน้าที่ แต่เมื่อถึงเวลานั้นผู้ก่อเหตุเห็นชุดใดผ่านจำเป็นต้องกด ขณะเดียวกันผู้ต้องสงสัยรวม 14 รายที่ควบคุมตัวไปสอบหลังเกิดเหตุ มีประมาณ 2-3 ราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้ และขณะนี้ถูกควบคุมตัวสอบเครียดที่ฐานปฏิบัติการทหารแห่งหนึ่งในพื้นที่

 

 

ชาวยะลารวมตัวกันเดินรณรงค์ ปฏิเสธความรุนแรง

 

                            ที่บริเวณหน้าธนาคารออมสิน สาขายะลา ถนนสิโรรส อ.เมือง จ.ยะลา ประชาชนชาวจังหวัดยะลา จำนวน กว่า 150 คน ได้รวมตัวกันเพื่อแสดงพลัง ต่อต้านการก่อเหตุร้าย และปฎิเสธการใช้ความรุนแรง โดยได้ร่วมกันถือป้ายข้อความต่างๆ เดินรณรงค์ไปบนถนนสิโรรส ไปยังห้างโคลีเซี่ยมยะลา โดยมี พ.ต.อ.พชรพล ณ นคร ผกก.สภ.เมืองยะลา พ.ต.ภูเบศ มาแก้ว รอง ผบ.ฉก.ยะลา 16 และฝ่ายปกครอง เข้าร่วมรณงค์

                            ในการนี้ตัวแทนประชาชนได้อ่านแถลงการณ์ โดยมีใจความว่า จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2556 ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นจำนวน 11 จุด ในพื้นที่จังหวัดยะลา สร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินของทางราชการ ตลอดจนทำลายระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ การกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี กับพวกเราในครั้งนี้ สร้างความเดือดร้อน ให้กับพวกเราเป็นอย่างมาก พวกเราไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก หากเราเป็นคนหนึ่ง ที่สำนึกรักบ้านเกิด อยากตอบแทนคุณแผ่นดิน โปรดช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ในการป้องกันการก่อเหตุร้ายในพื้นที่ พวกเราชาวจังหวัดยะลา ขอประณามการกระทำในครั้งนี้ เราไม่ต้องการความรุนแรง ออกไป