
'กปท.'ขอ'ประชา'รับปากยอมให้ชุมนุมอีก
'รองผบช.น.'เข้าเจรจา'ม็อบกปท.' 'แกนนำ' เสนอให้ 'ประชา'ตั้งโต๊ะคุยรับปากเคลื่อนออกจากพื้นที่-กลับชุมนุมใหม่ได้ ด้าน'สุขุมพันธุ์' โพสต์เตรียมหน่วยแพทย์ฉุกเฉินช่วย
10 ต.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณ (กปท.) ที่ ถ.พิษณุโลก เมื่อเวลา 07.00 น. ว่า กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงปักหลักชุมนุมโดยที่ตำรวจยังคงตรึงกำลังปิดทางเข้าออกทั้งทางด้านแยกสวนมิสกวันและบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ โดยเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้มวลชนใหม่เข้ามาร่วมการชุมนุม และให้ผ่านเข้าได้เฉพาะเจ้าหน้าที่ แต่ต้องแสดงบัตรและให้ตรวจค้นกระเป๋าอย่างละเอียด ทั้งนี้ ในเวลา 08.00 น. พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. จะมาเจรจากับผู้ชุมนุมเพื่อขอให้ย้ายออกจากพื้นที่
สำหรับบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐด้านนอกพื้นที่มีกลุ่มมวลชนจำนวนหนึ่งที่ไม่สามารถเข้าในพื้นที่ได้ ส่งผลให้เกิดความไม่พอใจและตะโกนด่าทอเจ้าหน้าที่
นครบาลแจงปิดถนน รอบทำเนียบฯ-สภา
พล.ต.ต อดุลย์ รับผิดชอบงานด้านการจราจร แสดงความเชื่อมั่นว่า ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนเข้าใจการทำงานของตำรวจที่ปิดการจราจรรอบทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา 5 เส้นทางถนนราชวิถี ตั้งแต่แยกการเรือนถึงแยกราชวิถี ถนนพิชัย ตั้งแต่แยกขัตติยานีถึงถนนราชวิถี ถนนอู่ทองใน ตั้งแต่แยกพระรูปถึงแยกอู่ทองใน ถนนพิษณุโลกตั้งแต่แยกพาณิชย์ผ่านแยกสวนมิกสกวันถึงแยกวังแดง และถนนราชดำเนิน ตั้งแต่แยกสวนมิกสกวันถึงแยกมัฆวาน รังสรรค์ พี่น้องประชาชนสามารถหลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นแทนได้ คือ ถนนราชสีมา ถนนสุโขทัย ถนนอำนวยสงคราม ถนนพระราม 5 ถนนวิสุทธิ์กษัตริย์ ถนนกรุงเกษม เป็นเส้นทางเลี่ยงตามปกติ สภาพการจราจรโดยรวมช่วงเช้าชั่วโมงเร่งด่วนไม่มีปัญหา เจ้าหน้าที่มีการนำป้ายประกาศไปติดไว้ให้มีการหลีกเลี่ยงเส้นทางการปิดการจราจรและเส้นทางที่มีการชุมนุมทางการเมือง
รองผบช.น.กล่าวต่อว่า การปิดการจราจร 5 เส้นทางดังกล่าว อาจทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนบ้าง แต่เจ้าพนักงานผู้ปฏิบัติมีความจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยดูแลความปลอดภัยพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด พื้นที่หวงห้ามและพื้นที่เฝ้าระวังในภาพรวม โดยเฉพาะทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา กองบัญชาการนครบาลได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำตามจุดต่างๆ 12 จุด และเส้นทาง 5 สายที่มีการปิดการจราจรโดยนำแท่นปูนมาปิดกั้นไว้พร้อมรั้วลวดหนามป้องกันการบุกรุกเข้ามาโดยเน้นการปฏิบัติรักษาพื้นที่ไว้ให้มากที่สุด หากมีการลุกล้ำหรือบุกรุกก็จะดำเนินการตามมาตรการปฏิบัติที่วางไว้จากขั้นตอนเบาไปหาหนักโดยเรื่มต้นจากการเจรจาก่อนทุกครั้งขอให้ผู้ชุมนุมเคารพกฎหมายชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธห้ามลุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ต้องห้ามเด็ดขาด หากบุกรุกจะมีการจับกุมดำเนินคดีทันที
"สุขุมพันธุ์" โพสต์เฟซบุ๊ก เตรียมหน่วยแพทย์ฉุกเฉินพร้อมช่วยม็อบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา เวลา 01.30 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า "สวัสดีครับ ขณะนี้กำลังมีการชุมนุมทางการเมืองอีกครั้งหนึ่ง ผมเองก็มีความรู้สึกเหมือนกับพี่น้องประชาชนหลายท่าน เป็นห่วงและไม่อยากให้อะไรเกิดขึ้น ด้วยความห่วงใยครับ ผมเรียกประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร เมื่อตอน 21.00 น. เพื่อให้มั่นใจว่าหน่วยงานของกรุงเทพมหานครพร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่เทศกิจ สำนักป้องกันบรรเทาสาธารณภัย และสำนักงานเขต หากมีความคืบหน้าผมจะกราบเรียนให้พี่น้องประชาชนทราบนะครับ"
"เสนาธิการร่วมฯ" ยื่นข้อเสนอ "ประชา"ต้องสัญญาให้กลับมาชุมนุมที่เดิมหากผู้นำต่างชาติกลับ
เมื่อเวลา 08.40 น. พล.ต.ต. อดุลย์ พร้อมด้วยพ.ต.ท.จารุภัทร ทองโกมล รองผู้กำกับสืบสวนสอบสวนสถาตำรวจนครบาลดุสิต (รองผกก.สส.สน.ดุสิต)พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 (รองผบก.น.6.)เข้าเจรจากับคณะเสนาธิการร่วมกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอกทักษิณ (กปท.)เป็นครั้งที่ 2 โดยการเจรจาครั้งนี้มีกลุ่ม 40 ส.ว.นำโดย นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหา นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา นายสาย กังกเวคิน ส.ว.ระยอง และนางสุมล สุตตวิริยะวัฒน์ ส.ว. เพชรบุรี มาร่วมสังเกตการณ์ด้วย
โดยพล.ต.ต. อดุลย์ กล่าวว่า การมาพูดคุยครั้งนี้เพราะนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีนจะมาเยือนประเทศไทย จึงอยากจะมาพูดคุยกันในฐานะที่เราเป็นคนไทยด้วยกัน เราประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ใน 3 เขตพื้นที่จึงอยากขอร้องให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ เพื่อความสง่างามของบ้านเมือง ไม่ได้ไปละเมิดสิทธิการชุมนุม ต้องอยู่ในขอบเขตตามรัฐธรรมนูญ จึงอยากขอให้มวลชนเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ไปก่อนเสร็จสิ้นภารกิจนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีนเยือนประเทศแล้วก็ค่อยมาพูดคุยกันต่ออีกครั้ง ทั้งนี้ เราได้จัดรถบัสอำนวยความสะดวกไว้ 2 คันในด้านนอกพื้นที่ชุมนุมเพื่อใช้ในการเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุมไปส่งที่สวนลุม อย่างไรก็ตาม ตนจะนำผลการเจรจาในวันนี้ไปเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาต่อไป โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปและจะแถลงข่าวในวันนี้
“คนในบ้านทะเลาะกัน แขกมาบ้านก็ต้องจับมือกันไว้ก่อนพอแขกไปจะทะเลาะกันต่อก็ไม่เป็นไร” พล.ต.ต. อดุลย์ กล่าว
ด้านพล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ กล่าวว่า ที่เรามาชุมนุมอยู่เพราะรักชาติและมาด้วยความสุจริตตามรัฐธรรมนูญ 2 ปีภายใต้ระบอบทักษิณ ทำลายทุกอย่าง วันนี้ปัญหาคือ รัฐบาลบริหารงานล้มเหลว อาทิ เรื่องจำนำข้าว การเมือง เศรษฐกิจเป็นศูนย์ ความจงรักภักดีติดลบ เป็นต้น ทั้งนี้ ทางตำรวจต้องให้สัตย์ว่าถ้าจะเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ทางผู้ชุมนุมจะสามารถกลับมาชุมนุมในพื้นที่ได้อีกครั้ง ตนจึงอยากให้ ส.ว.ที่มาร่วมสังเกตการณ์เป็นพยานและขอให้ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง มาเจรจาพร้อมกับให้คำมั่นสัญญา
ขณะที่ นายประสาร กล่าวว่า พวกตนทั้ง 4 คนมาวันนี้ เพราะห่วงใยในสถานการณ์การชุมนุม และไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง เสียเลือดเสียเนื้อกัน การที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เหมือนประเทศชาติไม่มั่นคง พวกตนไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับการเจรจา แต่อยากจะขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดทางให้เอาข้าว เอาน้ำ รถดูดส้วม และยารักษาโรคเข้ามาในพื้นที่ ทั้งนี้ ดีใจที่ตำรวจไม่ใช่ความรุนแรง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มกปท.ในช่วงเช้าผู้ชุมนุมยังคงปักหลักอยู่ที่บริเวณด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล ถนนพิษณุโลกเป็นวันที่ 4 ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการปิดทางเข้า-ออกไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้าพื้นที่ แต่อนุญาตให้ผู้ที่จะเข้าทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล ก.พ.ร. และ ป.ป.ช. เข้า-ออกได้ แต่มีการขอตรวจบัตร และกระเป๋าก่อนเข้าพื้นที่ ส่งผลให้มีผู้ชุมนุมที่ไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ เกิดความไม่พอใจ แต่ไม่ได้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงแต่อย่างใด ส่วนการปราศรัยบนเวทีได้มีการสนทนาธรรมสลับกับการปราศรัยโจมตีรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม อย่างต่อเนื่อง ต่อมาเวลา 07.50 น.กลุ่มกปท.เริ่มมีการแจกถุงพลาสติกให้แก่ผู้ชุมนุมไว้สำหรับป้องกันการฉีดน้ำของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้นำรถดับเพลิงจำนวน 4 คันมาจอดชิดรั้วด้านในทำเนียบรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ขณะที่มีการเจรจากลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการโห่ร้องแสดงความไม่พอใจเป็นระยะ
"ผบ.ตร."ร่วมประชุมประเมินสถานการณ์ "ม็อบกปท."ที่นครบาล
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางเข้าร่วมประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณ หรือ กปท. ที่ยังปักหลักชุมนุมอยู่ที่บริเวณประตู 3 ถนนพิษณุโลก ทำเนียบรัฐบาล หลังคณะรัฐมนตรีประกาศใช้พระราชบัญญัติความมั่งคงภายในฯ ในพื้นที่เขตดุสิต เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และเขตพระนคร ตั้งแต่วันที่ 9 - 18 ต.ค.นี้ โดย นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน มีกำหนดการเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาลระหว่าง วันที่ 11 - 13 ต.ค.นี้
พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ตำรวจจะยึดการเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นหลัก ซึ่งมีขั้นตอนในการดำเนินการทุกอย่างไว้แล้วตามหลักสากล แต่หากการเจรจาไม่เป็นผล ตำรวจจะดำเนินการตามขั้นตอนที่วางไว้ และไม่เป็นกังวลอะไร ส่วนเรื่องมือที่ 3 ที่อาจฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ ก็เป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวัง และการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ เพื่อให้สถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ภายหลังการประชุมได้จัดชุดเจรจาต่อรอง เข้าหารือกับตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุม กปท. เพื่อขอให้มีการเปิดพื้นที่การจราจรในบริเวณถนนพิษณุโลก ทั้งหมดอีกครั้ง
"ธวัช"โยน "ผอ.ศอรส."ตัดสินใจคุยแกนนำกปท. ยันกำหนดการนายกฯจีน ไม่เปลี่ยน
เมื่อเวลา 09.00 น.พล.ต.อ.ประชา หารือกับรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) อาทิ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม พล.ต.ต.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
พล.ต.ต.ธวัช กล่าวว่า ในขณะนี้เป็นขั้นตอนการพูดคุยและเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุม หากการพูดคุยยังไม่สามารถตกลงกันได้ เป็นอำนาจของ ผบ.ตร.ในฐานะ ผอ.ศอรส.จะพิจารณาดำเนินการสั่งการตามลำดับ 4 ขั้นตอน โดยมีหลักว่าต้องเป็นไปอย่างละมุนละม่อม โดยที่รัฐบาลไม่ได้เข้าไปก้าวล่วงการดำเนินการของตำรวจ
"ผมเชื่อว่าการพูดคุยจะมีทางออกได้ และอยากให้ผู้ชุมนุมกลับไปชุมนุมกันในที่ตั้งที่สวนลุมพินี เพราะตอนนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติต้องดูแลความปลอดภัยขั้นสูงสุดพื้นที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล เพื่อต้อนรับการเดินทางมาเยือนของนายกรัฐมนตรีจีน แม้การชุมนุมจะเป็นสิทธิ์แต่มาชุมนุมบริเวณพื้นที่ใกล้ทำเนียบในช่วงเวลานี้ถือว่าไม่เหมาะสม เพราะรู้อยู่แล้วว่านายกฯจีนจะเดินทางมาเยือน ไม่ใช่เอาแต่ความต้องการของตัวเองเป็นที่ตั้งต้องคำนึงถึงความเหมาะสมด้วย " พล.ต.ต ธวัช กล่าว
พล.ต.ต.ธวัช กล่าวต่อว่า สำหรับกำหนดการของนายกฯจีนในวันที่ 11 ต.ค.นี้ นั้น ขณะนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ต้องดูว่าทางการจีนจะพิจารณาเลื่อนการเดินทางหรือไม่อย่างไร
"ส่วนรัฐบาลยังเตรียมการจัดสถานที่รอต้อนรับนายกฯจีนตามกำหนดการเดิม ทั้งนี้การที่กลุ่มผู้ชุมนุมระบุว่าจะยื่นเรื่องต่อจีนนั้น เป็นสิทธิของเขาที่จะทำได้ เพราะทุกคนมีเหตุผลของตัวเองแต่ต้องเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเป็นเหตุเป็นผล " รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าว
ส่วนกรณีที่ว่าทางการข่าวมีรายงานหรือไม่ว่ามีผู้ที่เตรียมเข้ามาผสมโรงหรือไม่ พล.ต.ต.ธวัช กล่าวว่า ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าการชุมนุมมีที่มาที่ไปอย่างไร
จากนั้นเวลา10.30น. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ให้สัมภาษณ์ ว่า สำหรับการเจรจากับกลุ่มกปท. ในเวลา 11.00 น. จะมีชุดเจรจาตามคำสั่งของ ศอรส. ถึงแม้ว่าในช่วงเช้าการเจรจาจะยังไม่ประสบความสำเร็จ ส่วนผลการเจรจาจะเป็นอย่างไรก็จะนำมาพิจารณาอีกครั้ง
ส่วนกรณีที่ผู้ชุมนุมต้องการให้ พล.ต.อ.ประชา ไปเจรจาด้วยตัวเอง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า พล.ต.อ.ประชา ไม่จำเป็นต้องไป เนื่องจากมีคำสั่งตั้งชุดเจรจาอยู่แล้ว และเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะใช้การเจรจาให้ดีที่สุด
"กปท.ไยื่นคำขาดรอคุยกับ"ประชา"เท่านั้น
เมื่อเวลา11.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.อดุลย์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 (รองผบก.น.6.) เข้าเจรจากับกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอกทักษิณ (กปท.) เป็นครั้งที่สองของวันนี้เพื่อแจังกับคณะเสนาธิการร่วมกปท. ถึงผลการหารือร่วมกับ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ว่าทางรัฐบาลให้ส่งตัวแทนจำนวน 5 คนเข้าเจรจากับ พล.ต.อ.ประชา ภายในทำเนียบรัฐบาล โดยทางกปท.ได้ส่งตัวแทนประกอบด้วย พล.ร.อ.ชัย สุวรรภาพ พล.อ.ปรีชา สุวรรณภาพ นายแซมดิน เลิศบุศย์ นายทศพล แก้วพิมา และนพ.ระวี มาศฉนาดล คณะเสนาธิการร่วมกปท.เข้าร่วมเจรจาโดยแกนนำทั้ง 5 คนได้นั่งรถตู้ที่ทางเจ้าหน้าที่จัดไว้ให้จากด้านนอกทำเนียบฯเข้ามายังภายในทำเนียบฯ
จากนั้นเวลา 11.30น.แกนนำกปท.ทั้ง 5 คนได้เข้ามารอ พล.ต.อ.ประชา ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล ต่อมาเวลา 12.00 น. พล.ต.ต. อดุลย์ แจ้งต่อสื่อมวลชนว่า พล.ต.อ.ประชา ติดภารกิจต้องเข้าไปตอบกระทู้ในสภาผู้แทนราษฎรจึงไม่สามารถเข้าร่วมเจรจากับแกนนำกปท.ทั้ง 5 คนได้ จึงให้ตนทำหน้าที่เจรจาแทน ทั้งนี้ ในการเจรจาไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟัง ซึ่งการประชุมดังกล่าวใช้เวลาประชุมประมาณ 15 นาที อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต. อดุลย์ และแกนนำกปท.ทั้ง 5 คน ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุม ว่า การเจรจาได้มีการเลื่อนออกไปเนื่องจากแกนนำกปท.ต้องการที่จะเจรจากับพล.ต.อ.ประชาเท่านั้น เนื่องจากมีอำนาจตัดสินใจ ส่วน พล.ต.ต. อดุลย์ไม่มีอำนาจตัดสินใจ



