ข่าว

เปิดปมใต้ป่วนหนัก'เอาคืน-กดดันรับข้อเสนอ'

เปิดปมใต้ป่วนหนัก'เอาคืน-กดดันรับข้อเสนอ'

10 ต.ค. 2556

เปิดปมใต้ป่วนหนัก 'เอาคืน-กดดันรับข้อเสนอ' : ปกรณ์ พึ่งเนตรรายงาน

              เหตุการณ์ป่วนหนักในจังหวัดชายแดนใต้ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายที่เกิดเหตุรุนแรงขนานใหญ่ขึ้นในช่วงนี้ โดยเฉพาะ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้เอ่ยออกปากว่ารู้ล่วงหน้า แต่ป้องกันได้ไม่หมด โดยระบุหน่วยข่าวได้วิเคราะห์และแจ้งเตือนมาก่อนแล้วว่าเดือนตุลาคม มีแนวโน้มที่สถานการณ์จะรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากเป็นเดือนที่มีวันครบรอบเหตุการณ์ตากใบ คือวันที่ 25 ตุลาคม ตรงกับวันเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่หน้า สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อปี 2547 ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากการขนย้ายผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมจำนวน 78 ราย

              ทว่าปีนี้หน่วยข่าวได้แจ้งเตือนเพิ่มเติม และได้กลายมาเป็น "คำตอบ" ของ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงอย่าง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เมื่อถูกสื่อมวลชนถามถึงเหตุระเบิดตู้เอทีเอ็มเกือบ 30 จุดทั่วชายแดนใต้ นั่นก็คือ วันที่ 10 ตุลาคม เป็นวันครบรอบสถาปนาบีอาร์เอ็น ขณะที่วันที่ 11 ตุลาคม เป็นวันคล้ายวันสถาปนากลุ่มพูโล

              เมื่อตรวจสอบกับข้อมูลแหล่งอื่นๆ จะพบว่า วันที่ 10 ตุลาคม ที่ว่าเป็นวันคล้ายวันสถาปนาบีอาร์เอ็นนั้น พบว่าไม่ใช่วันก่อตั้งองค์กร ซึ่งคือวันที่ 13 มิถุนายน 2502 แต่วันที่ 10 ตุลาคม เป็นวันสถาปนากองกำลังติดอาวุธ เช่นเดียวกับวันที่ 11 ตุลาคม เป็นวันสถาปนากลุ่มพูโลใหม่เมื่อปี 2532 ไม่ใช่วันสถาปนา "องค์การพูโล"

              ฉะนั้น หากจะให้น้ำหนักความเกี่ยวโยงในเรื่องนี้กับสถานการณ์ป่วนในพื้นที่ จึงอาจมีน้ำหนักไม่มากนัก โดยเฉพาะเมื่อพิจารณากับเหตุปัจจัยอื่นๆ ที่รุมเร้าหรือเป็นเหตุเฉพาะหน้าอยู่ ได้แก่ 1.การตอบโต้ปฏิบัติการปิดล้อม ตรวจค้น จับกุมของฝ่ายความมั่นคง ที่ได้รับไฟเขียวจากรัฐบาลและผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้ปูพรมเต็มพื้นที่ จนสามารถจับกุม วิสามัญฆาตกรรมจากการปะทะ และยึดยุทโธปกรณ์ของผู้ก่อความไม่สงบได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเหตุการณ์ล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา กรณีปิดล้อม ตรวจค้นหมู่บ้านสะแนะ ต.เรียง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส

              เหตุการณ์ดังกล่าวแม้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ต้องสังเวยชีวิตถึง 2 นาย โดยหนึ่งในสองเป็นนายตำรวจยศ "พันตำรวจโท" แต่ฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบเสียหายมากกว่า เนื่องจากถูกวิสามัญฯ 4 ราย หนึ่งในนั้นคือ นายอับดุลรอฮิง ดาอีซอ หรืออุสตาสรอฮิง เจ้าของฉายา "เปเล่ดำ" แกนนำกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ และอีกหนึ่งคือ นายอุสมาน เด็งสาแม แกนนำระดับสูงกว่าเปเล่ดำ

              2.สืบเนื่องจากข้อ 1 นอกจากการสูญเสียแกนนำคนสำคัญที่เคลื่อนไหวก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเปเล่ดำ และ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส อย่างต่อเนื่องแล้ว ปฏิบัติการปิดล้อมในพื้นที่บริเวณนี้อย่างถี่ยิบ ย่อมเป็นการกดดันกลุ่มก่อความไม่สงบอย่างหนักด้วย เฉพาะเดือนสิงหาคมมีการปิดล้อมในพื้นที่ อ.รือเสาะ 2 ครั้ง วิสามัญฆาตกรรมผู้ต้องหาและผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคงไปทั้งหมด 3 ราย

              จะว่าไปในทางภูมิศาสตร์ พื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส และ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี เป็นเขตติดต่อกัน ถือเป็นพื้นที่ "ไข่แดง" ของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ โดยเฉพาะ อ.รามัน เป็นจุดกึ่งกลางที่มีเส้นทางทะลุไปได้ทั้ง จ.ปัตตานี นราธิวาส และย้อนกลับไปตัวเมืองยะลา พื้นที่นี้จึงเป็นแหล่งกบดาน ซุกซ่อนอาวุธ รวมทั้งเส้นทางหลบหนีของผู้ก่อความไม่สงบ

              ซ้ำร้ายยังเป็นแหล่งรวมของผู้มีอิทธิพล ทั้งการเมือง ธุรกิจมืด จนเป็นดั่งแดนสนธยา อย่าลืมว่าตำรวจ 5 นายที่ถูกยิงถล่มจนเสียชีวิตที่ อ.ทุ่งยางแดง เมื่อ 11 กันยายน ก็เป็นตำรวจชุดปราบน้ำมันเถื่อน ฝ่ายความมั่นคงรับรู้รับทราบเรื่องนี้ดี จึงไปตั้งค่ายใหญ่ คือ ค่ายวังพญา ที่ อ.รามัน และปัจจุบันเป็นฐานบัญชาการของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 เพื่อชิงความได้เปรียบในเชิงยุทธศาสตร์

              ดังนั้น การเปิดยุทธการของฝ่ายรัฐในพื้นที่ดังกล่าว จึงส่งผลอย่างหนักต่อความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบ จนต้องเปิดปฏิบัติการตอบโต้ ล้างแค้น เอาคืนบ้าง

              3.ช่วงนี้เป็นช่วงใกล้วันนัดพูดคุยสันติภาพรอบใหม่ระหว่างรัฐบาลไทยกับกลุ่มบีอาร์เอ็น แต่เหตุปัจจัยนี้มีแนววิเคราะห์หลายแนว ซึ่งไม่ชัดว่าข้อไหนมีน้ำหนักมากกว่ากัน กล่าวคือ ประการแรก แนววิเคราะห์ของ เลขาธิการ สมช.และทีมงาน เชื่อว่าเป็นปฏิบัติการของกลุ่มที่ไม่เอาด้วยกับการพูดคุยสันติภาพ ซึ่งหากเป็นจริงก็น่าคิดว่ากลุ่มที่ไม่เห็นด้วยมีจำนวนไม่น้อยเลย เพราะสามารถก่อเหตุได้พร้อมเพรียงกันในหลายพื้นที่ และที่น่าคิดต่อก็คือ เป็นบีอาร์เอ็น ฝ่ายต้านการพูดคุย เพียงกลุ่มเดียว หรือมีกลุ่มอื่นผสมโรงด้วย เช่น กลุ่มพูโล ที่มีข่าวตั้งกองกำลังติดอาวุธชื่อ พีแอลเอ (Patani Liberation Army) แต่ปัญหาคือหากต่างกลุ่มกัน เหตุใดจึงปฏิบัติการได้อย่างมีเอกภาพ

              ประการสอง แนววิเคราะห์ของหน่วยงานความมั่นคงอื่นๆ เห็นว่าเป็นการก่อเหตุเพื่อกดดันให้รัฐบาลไทยยอมรับข้อเรียกร้อง 5 ข้อของบีอาร์เอ็น หรืออย่างน้อยก็ต้องแสดงท่าทีอย่างชัดเจนในการพูดคุยครั้งใหม่ที่กำลังจะเริ่มขึ้นนี้

              ประการสาม มีข่าวว่าฝ่ายความมั่นคงร้องขอให้เลื่อนวันพูดคุยออกไปจากวันที่ 20 ตุลาคม เป็นหลังวันที่ 25 ตุลาคม เพื่อให้ผ่านวันครบรอบเหตุการณ์ตากใบไปก่อน จะได้ไม่มีการใช้ประเด็นตากใบในการสร้างสถานการณ์เพื่อส่งผลบวกหรือลบต่อการพูดคุย จุดนี้อาจสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มที่ต้องการให้รัฐบาลไทยเร่งยอมรับ 5 ข้อเรียกร้อง เพราะเกรงว่าไทยอาจซื้อเวลาไปเรื่อยๆ จึงก่อเหตุรุนแรงเพื่อกดดัน แต่คำถามที่มิอาจละเลยได้ก็คือ มาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่มีปัญหาหรือไม่ เพราะจุดเกิดเหตุส่วนใหญ่อยู่ในเขตชุมชน

              อย่างไรก็ตาม บทสรุปก็คือ เหตุปัจจัยที่เกี่ยวกับการพูดคุยสันติภาพนั้น หลายหน่วยให้น้ำหนักมากที่สุด เนื่องจากมีข่าวค่อนข้างชัดเจนว่า "คำตอบ" ที่รัฐบาลไทยเตรียมไปตอบกับบีอาร์เอ็นในการพูดคุยครั้งหน้าเป็นแค่ "รับข้อเรียกร้องไว้พิจารณา" พร้อมเหตุผลประกอบในเชิงไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาในข้อเรียกร้องที่ส่งมา

              และประการสำคัญ ฝ่ายไทยเตรียมยื่นข้อเรียกร้องกลับไปบ้าง ตามที่ พล.ท.ภราดร แย้มพรายว่ามี 3 ข้อ ซึ่งน่าจะหมายรวมถึงการเรียกร้องให้บีอาร์เอ็นเคารพและยึดมั่นกระบวนการพูดคุย ตลอดจนเคารพในความแตกต่างหลากหลายในพื้นที่ชายแดนใต้ ซึ่งเป็นประเด็นที่สวนทางกับ "หัวใจ" ของข้อเรียกร้อง 5 ข้อที่มุ่งดำรง "อัตลักษณ์เดี่ยว" ของมลายูมุสลิมแต่เพียงด้านเดียว!

----------------------

(หมายเหตุ : เปิดปมใต้ป่วนหนัก 'เอาคืน-กดดันรับข้อเสนอ' : ปกรณ์ พึ่งเนตรรายงาน)