
'ทีดีอาร์ไอ'แนะ!ตรวจเข้มสภาพรถ
'ทีดีอาร์ไอ'ไม่เห็นด้วยแนวคิดเพิ่มภาษีรถเก่า จี้เข้มงวดตรวจสภาพรถยนต์ประจำปี-แก้ปัญหาที่ต้นทาง ด้าน 'หน.ศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค'ชี้แนวคิดดี
9 ต.ค.56 นายสุเมธ องกิตติกุล นักวิชาการอาวุโสฝ่ายการวิจัยทรัพยากรมนุษย์และพัฒนาสังคม สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า ที่ผ่านมาแนวคิดในการจำกัดจำนวนรถยนต์บนท้องถนน ได้เคยถูกหยิบยกขึ้นมาพูดหลายแนวคิด แต่สำหรับมาตรเก็บภาษีรถยนต์อายุเกิน 7-10 ปี เท่ากับรถยนต์ใหม่นั้น ถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย แม้ว่าทาง บช.น.ได้ออกมายืนยันว่ามาตรการดังกล่าวว่าเป็นเพียงแค่แนวคิด และไม่ใช่แผนดำเนินการเร่งด่วน แต่อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่าแนวคิดนี้ไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าไหร่นัก แม้ว่ารถยนต์ที่อายุการใช้งานเกิน 5 ปี โอกาสเสื่อมสภาพหรือชำรุดบนท้องถนนจะสูงกว่ารถใหม่ก็ตาม โดยเห็นว่าควรมุ่งไปที่กลไกการตรวจสภาพรถอย่างเข้มงวดมากกว่า
ทั้งนี้ กลไกการตรวจสภาพรถอย่างเข้มงวดจะทำรถเก่าที่ขาดการดูแล มีโอกาสค่อนข้างมากที่จะไม่ผ่านการตรวจสภาพประจำปี ตัวอย่างเช่น ในยุโรปที่มีกลไกการตรวจสภาพรถเข้มงวด ทำให้เจ้าของรถยนต์มีต้นทุนสูงมากในการดูแลและซ่อมแซมสภาพรถยนต์ให้ผ่านตามเกณฑ์มาตรฐาน ดังนั้น เมื่อพิจารณาดูแล้วการซื้อรถยนต์ใหม่อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ทำให้มาตรการดังกล่าวเป็นหนทางหนึ่งในการลดจำนวนรถยนต์เก่าไปในตัว แต่ทุกวันนี้กลไกในการตรวจสภาพรถยนต์ประจำปี ของเรายังไม่คงเส้นคงวามากนัก รถยนต์บางคันแม้ไม่ได้ผ่านการตรวจสภาพก็สามารถนำมาวิ่งในท้องถนนได้ ซึ่งหากมีการจับกุมคาดว่าน่าจะมีจำนวนเยอะพอสมควร
"ในหลายประเทศก็มีการนำเอามาตรการทางภาษีมาใช้ เพื่อกำจัดจำนวนรถยนต์ให้พอดีกับท้องถนน เช่น การเก็บภาษีในอัตราคงที่โดยไม่มีการลดหย่อนสำหรับรถยนต์ที่อายุการใช้งานเกิน 5 ปี หรือการเก็บภาษีรถยนต์ในอัตราเพิ่มขึ้นแบบขั้นบันได ก็ทำให้จำนวนรถยนต์ในภาพรวมลดลงได้ แต่การใช้มาตรการทางภาษีรัฐก็ต้องชัดเจนด้วยว่า เงินที่ได้จากการเก็บภาษีจะถูกนำไปใช้ทำอะไร โดยอาจนำไปใช้เพื่อสร้างถนนหรือปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน หรือเหตุผลด้านสิ่งแวดล้อมจากการลดมลภาวะการเผาไหม้ในรถยนต์เก่า" นายสุเมธ กล่าว
นายสุเมธ กล่าวต่อว่า จริงๆ แล้วการจำกัดจำนวนรถยนต์ควรเริ่มตั้งแต่ต้นทาง เช่น ประเทศสิงคโปร์ เนื่องจากมีขนาดพื้นที่ค่อนข้างจำกัดในแต่ละปีจึงมีการกำหนดจำนวนรถยนต์จดทะเบียนใหม่ โดยให้ผู้ที่ต้องการซื้อรถยนต์เข้ามาประมูล ประกอบกับค่าต่อภาษีในแต่ละปีก็กำหนดไว้ในอัตราที่ค่อนข้างสูง ผู้ที่ต้องการมีรถยนต์เป็นของตัวเองจะต้องเป็นผู้มีรายได้ค่อนข้างสูง ดังนั้นจำนวนจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ในแต่ละปีจึงไม่มาก ขณะเดียวกันในส่วนของมาตรการยกรถยนต์แทนการล็อคล้อนั้น เห็นด้วยกับแนวทางการบังคับใช้กฎหมาย แต่คิดว่าน่าจะเกิดปัญหาในทางปฏิบัติ เนื่องจากจำนวนเจ้าหน้าที่ที่ค่อนข้างจำกัด ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ทุกพื้นที่ ซึ่งหากเป็นเช่นนี้จะไม่เกิดประโยชน์ในภาพรวม
"มาตรการต่างๆ แม้จะยังเป็นเพียงแนวคิด แต่อยากให้มองในระยะยาวว่าจะสามารถปฏิบัติได้จริงหรือไม่ อย่างมาตรการยกรถแทนการล็อคล้อนั้น ทางเจ้าหน้าที่จะสามารถยกรถที่จอดกีดขวางทางจราจรได้ทุกแยกทุกวันและทุกคันหรือไม่ โดยแนวทางแก้ปัญหาในระยะยาวอาจเป็นการติดกล้องวงจรปิดและเพิ่มอัตราค่าปรับให้สูงขึ้น หรืออย่างเช่นในต่างประเทศที่มีการจ้างบริษัทเอกชนมาช่วยตรวจดู รถยนต์ที่จอดขวางผิวถนนในพื้นที่ที่การจราจรไม่คับขันแก้ปัญหาเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ" นายสุเมธ กล่าว
ด้านนายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวถึงแนวคิดของ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานด้านการจราจร ที่เตรียมเสนอแนวทางแก้ไขระบบงานจราจร ห้ามรถยนต์ส่วนบุคคลที่อายุการใช้งานเกิน 7-10 ปี มาวิ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยหากนำมาวิ่งต้องเสียภาษีเท่ากับรถยนต์ใหม่ ว่า ในส่วนของหลักการที่ต้องการลดจำนวนรถยนต์ลงให้เหมาะสมกับเส้นทางเจรจรนั้น ตนค่อนข้างเห็นด้วยเนื่องจากขณะนี้จำนวนรถยนต์ที่วิ่งในกรุงเทพมหานครมีปริมาณมากเกินกว่าพื้นที่ถนนจึงทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด แต่อย่างไรก็ตามการออกมาเสนอแนวคิดในลัษณะนี้ จำเป็นต้องพูดถึงมาตรการรองรับอื่นๆ ควบคู่กันไปด้วย
ทั้งนี้ เนื่องจากนำมาตรการทางภาษีเข้ามาใช้จะทำให้จำนวนเงินภาษีนั้นเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งคำถามที่ตามมาก็คือ เงินภาษีที่เก็บได้นั้นจะถูกนำไปใช้อย่างไร ตรงนี้ต้องมีการอธิบายหรือชี้แจงให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นประชาชนอาจคิดว่าทางตำรวจออกกฎขึ้นมาเพื่อเอื้อกับธุรกิจเอกชนหรือไม่ หรือว่าเป็นแนวทางหนึ่งในการหาเงินของตำรวจจราจร โดยในเบื้องต้นจะต้องมีความชัดเจนว่าการตรวจสอบรถยนต์ที่เข้ามาวิ่งในกรุงเทพมหานครจะมีวิธีอย่างไร เช่น อาจทำโดยการตั้งด่านตรวจตามจุดต่างๆ หรือทางเจ้าหน้าที่ตำตรวจจราจรจะเป็นผู้ออกตระเวนตรวจ เป็นต้น ประเด็นสำคัญคือต้องชัดเจนด้วยว่า หน่วยงานใดจะเป็นผู้บริหารเม็ดเงินจากการเก็บภาษีหรือปรับผู้ฝ่าฟื้น
นายอิฐบูรณ์ กล่าวต่อว่า แม้ว่ามาตรการลดจำนวนรถยนต์ที่เข้ามาวิ่งในเขตเมืองจะไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะในหลายๆ ประเทศก็ได้มีการนำเอามาตรการทางภาษี รวมทั้งการจำกัดวันคู่หรือวันคี่ในการนำรถออกมาวิ่งบนท้องถนน แต่อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติประเด็นที่ต้องถูกหยิบยกขึ้นมาพูดต่อจากมาตรการดังกล่าว ก็คือการที่ภาครัฐต้องหันกลับไปสนับสนุนระบบขนส่งสาธารณะให้มีมาตรฐานและครอบคลุมการเดินทางในเขตเมือง ซึ่งสามารถทำได้โดยการนำเอาเงินที่ได้จากภาษีและค่าปรับมาตั้งกองทุน เพื่อยกระดับและมาตรฐานรถขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะรถเมล์ร่วมบริการขนาดใหญ่ ซึ่งหากพัฒนาระบบการเดินรถของรถเมล์ให้ครอบคลุมทุกเส้นทางได้แล้ว ก็จะสามารถแก้ปัญหารถตู้ที่วิ่งเข้ามาในเมืองซึ่งถือว่าผิดกฎหมายได้ด้วย
"การออกมาพูดแนวคิดแบบลอยๆ ไม่ได้ช่วยให้สามารถแก้ปัญหาได้จริง และในขณะเดียวกันการที่ไม่มีมาตรการรองรับใดๆ เลย ก็จะไม่ช่วยให้สามารถแก้ปัญหาจำนวนรถยนต์ได้ในภาพรวม เพราะตราบใดก็ตามหากประเทศไทยยังไม่พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้ดีขึ้น คนก็ยังจำเป็นต้องใช้รถยนต์ส่วนบุคคลในการเดินทางอยู่ดี นอกจากนี้ปัญหาที่สำคัญเลยของเราคือหน่วยงานด้านจราจรแม้จะมีเยอะ แต่การทำงานกลับไม่ได้ถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ที่ผ่านมาต่างคนต่างทำจึงไม่สามารถแก้ปัญหาการเจรจรติดขัดได้" นายอิฐบูรณ์ กล่าว
นายอิฐบูรณ์ กล่าวด้วยว่า การแก้ปัญหาจราจรไม่ใช่แค่การออกกฎหมายมาบังคับใช้เพียงอย่างเดียว สิ่งสำคัญคือต้องมีมาตรการในเชิงสนับสนุนควบคู่กันไปด้วย เช่น การสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาปรับปรุงรถคุณภาพและมาตรฐานรถเมล์ร่วมบริการ แต่หากว่าพบว่าเกิดการร้องเรียนเกี่ยวกับการให้บริการในภายหลัง กรมขนส่งทางบกก็ต้องดำเนินการยึดใบอนุญาตในทันที เพื่อเป็นการสร้างมาตรฐานการให้บริการรถโดยสารสาธารณะในประเทศไทย
ขณะที่ พล.ต.อ.วันชัย ศรีนวลนัด กรรมการสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า แม้จะยังไม่ทราบในรายละเอียดของแนวคิดดังกล่าว ซึ่งจะมีการเสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรีต่อไปนั้น แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของสิทธิมนุษยชนนนั้น มองว่าการนำเอามาตรการทางภาษีซึ่งจะเก็บจากรถยนต์ส่วนบุคคลที่มีอายุใช้งานเกิน 7-10 ปี เท่ากับรถยนต์ใหม่ หากนำมาวิ่งในเขตกรุงเทพมหานคร ไม่ถือว่าเป็นว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน เนื่องจากไม่ได้มีการห้ามอย่างเด็ดขาด โดยเป็นกฎระเบียบที่ออกขึ้นเพื่อควบคุมจำนวนรถไม่ให้มากจนเกินพื้นที่ถนน และในขณะเดียวกันก็เชื่อมโยงถึงการลดปัญหาด้านมลพิษ จากระบบการเผาพลานของรถยนต์รุ่นเก่าด้วย



