
'ประชา'ส่งทนายยื่นอุทธรณ์สู้คดี
'ประชา มาลีนนท์' ส่งทนายยื่นอุทธรณ์สู้คดีทุจริตรถเรือดับเพลิง หลังเจอคุก 12 ปี รอที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาตั้งผู้พิพากษา 5 คน พิจารณารับอุทธรณ์หรือไม่
9 ต.ค. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา นายประชา มาลีนนท์ อดีตรมช.มหาดไทย ผู้ต้องคำพิพากษาศาลฎีกาฯ จำคุก 12 ปี กระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ. 2542 จากกรณีการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงพร้อมอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย ตามโครงการพัฒนาระบบบริหารและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. มูลค่า 6,687,489,000 บาท ได้มอบอำนาจให้ทนายความยื่นขออุทธรณ์คดี ก่อนที่จะครบกำหนดยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา 30 วัน ในวันที่ 10 ต.ค.นี้
แหล่งข่าวจากศาลฎีกาฯ กล่าวถึงขั้นตอนการพิจารณาอุทธรณ์ว่า เมื่อศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษาแล้ว ถือว่าเป็นที่สิ้นสุด แต่การยื่นอุทธรณ์ ก็สามารถกระทำได้ ในกรณีที่มีการพบพยานหลักฐานใหม่ปรากฏขึ้น ซึ่งหลังจากนี้ศาลจะส่งคำร้องอุทธรณ์ของจำเลยไปให้ ป.ป.ช.โจทก์ทราบตามขั้นตอน เพื่อให้ทำคำแก้อุทธรณ์ ส่งกลับภายใน 15 วัน แล้วศาลจะรวบรวมคำอุทธรณ์ และคำแก้อุทธรณ์ทั้งหมด เสนอให้องค์คณะผู้พิพากษา 5 คน ที่จะถูกเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาขึ้นมาทำหน้าที่พิจารณาคำอุทธรณ์คดีนี้ ว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎหมาย โดยองค์คณะฯ ทั้ง 5 จะต้องทำบันทึกความเห็นเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาพิจารณาต่อไป ว่าจะรับอุทธรณ์ไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือไม่ แต่หากองค์คณะทั้ง 5 คน พิจารณาแล้วมีความเห็นไม่สมควรรับเรื่องอุทธรณ์ไว้ ให้เรื่องนั้นสิ้นสุดการพิจารณาไป
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 278 วรรคสาม บัญญัติว่า ผู้ต้องคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ อาจยื่นอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ ในกรณีที่ผู้ต้องคำพิพากษา มีพยานหลักฐานใหม่ ซึ่งอาจทำให้ข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญ ซึ่งให้ยื่นภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีคำพิพากษา ขณะที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ได้ออกระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์การอุทธรณ์คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในกรณีมีพยานหลักฐานใหม่ ซึ่งอาจทำให้ข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญ พ.ศ. 2551 กำหนดไว้ว่า ให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาลงคะแนนเสียงเลือกผู้พิพากษา 5 คน เป็นองค์คณะพิจารณาคำอุทธรณ์ ว่าถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ ซึ่งหลังจากองค์คณะทำบันทึกเสนอที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาแล้ว หากมีมติให้รับอุทธรณ์ไว้พิจารณาแล้ว จึงจะให้องค์คณะฯ ไต่สวน รวบรวมข้อเท็จจริงตามคำอุทธรณ์เสนอต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เพื่อพิจารณาและวินิจฉัยคดีต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับนายประชา มาลีนนท์ ซึ่งถูกศาลฎีกา พิพากษาจำคุก 12 ปี ที่ผ่านมาถูกศาลฎีกาฯ ออกหมายจับ ให้นำตัวมารับโทษ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีพฤติการณ์หลบหนี ไม่มาฟังคำพิพากษา เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา



