
ประท้วงเลือกตั้งอิหร่านกลายเป็นจลาจล
เตหะราน-อิหร่านเดือด ประท้วงผลเลือกตั้งประธานาธิบดีบานปลายกลายเป็นจลาจลครั้งรุนแรงที่สุดในรอบทศวรรษ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอาทิตย์ (14 มิ.ย.) ว่าการเดินขบวนประท้วงผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีอิหร่านบนท้องถนนในกรุงเตหะราน ได้ลุกลามกลายเป็นเหตุจลาจล หลังกลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยกับประธานาธิบดีมาห์มูด อาห์มาดิเนจาดได้ขว้างปาก้อนหิน และขวดน้ำเข้าใส่ตำรวจ ทั้งยังจุดไฟเผายางรถยนต์ และรถประจำทาง ทำให้ตำรวจต้องเข้าสลายการชุมนุมจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ และถูกจับกุมตัวไปเป็นจำนวนมาก นับเป็นเหตุความไม่สงบครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 10 ปี
กลุ่มผู้ประท้วงได้กล่าวหานายอาห์มาดิเนจาดว่าโกงการเลือกตั้งจากนายมีร์ ฮอสเซน โมซาวี อดีตนายกรัฐมนตรีหัวปฏิรูป ซึ่งประกาศว่าตัวเองเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งที่แท้จริง ทั้งยังกระตุ้นให้กลุ่มผู้สนับสนุนตัวเองต่อต้านรัฐบาลที่โกหก และเผด็จการ ด้านทางการอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการรบกวนการส่งเอสเอ็มเอส ปิดเว็บไซต์สนับสนุนนายโมซาวี และตัดสัญญาณมือถือในกรุงเตหะราน
ประธานาธิบดีอาห์มาดิเนจาดยังออกแถลงการณ์ครั้งแรกหลังได้รับชัยชนะว่าการได้รับเลือกตั้งอีกสมัยของตัวเองเป็นเรื่องจริง และเสรี ทั้งยังกล่าวหาสื่อต่างชาติว่าเปิดสงครามจิตวิทยากับอิหร่าน
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศอิตาลีแถลงว่า ทีมงานของสถานีโทรทัศน์ไร 3 ของอิตาลีที่กำลังรายงานข่าวการจลาจลประท้วงผลการเลือกตั้งในอิหร่านได้ถูกตำรวจเข้าจู่โจมทำให้ตากล้องได้รับบาดเจ็บเพราะถูกตำรวจเอากระบองฟาดหลัง แถมยังถูกริบม้วนวิดีโอที่บันทึกภาพการประท้วงไปด้วย ด้านรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเปิดเผยว่า ได้จับกุมตัวคนที่เกี่ยวข้องกับการประท้วงประมาณ 170 คน
นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่าแกนนำอย่างน้อย 10 คนของพรรคการเมืองหัวปฏิรูป 2 พรรคที่หนุนหลังนายโมซาวี ได้แก่ พรรคอิสลามิค อิหร่าน พาร์ติซิเปชั่น ฟรอนท์ และพรรคอิสลามิค เรโวลูชั่น มูจาฮีดีน โดยสำนักข่าวอีร์นาของทางการรายงานว่ามีผู้ถูกจับกุมตัว 2 คนที่เกี่ยวข้องกับการระดมพลมาก่อการจลาจลทั่วนครหลวง โดยหลายคนที่ถูกจับเคยดำรงตำแหน่งในรัฐบาลของนายโมฮัมหมัด คาตามี อดีตระธานาธิบดีหัวปฏิรูปผู้เคยปกครองอิหร่าน 2 สมัย รวมทั้ง นายเบห์ซัด นาบาวี อดีตรองประธานสภา และอาจรวมทั้งนายโมฮัมหมัด เรซา คาตามี น้องชายของอดีตประธานาธิบดีคาตามีด้วย
ด้านรัฐบาลประเทศต่างๆ ยังคงสงวนท่าทีต่อผลการเลือกตั้ง โดยทางสหรัฐก็ยังไม่ยอมรับคำกล่าวอ้างว่าได้รับชัยชนะถล่มทลายเกือบ 63% ของนายอาห์มาดิเนจาด โดยบอกว่ากำลังตรวจสอบข้อกล่าวหาโกงการเลือกตั้งอยู่ ขณะที่สหภาพยุโรป (อียู) ได้แสดงความเป็นห่วงเรื่องที่มีรายงานว่ามีการโกงการเลือกตั้งเกิดขึ้น และเหตุจลาจลที่ตามมาในภายหลัง



