ข่าว

'ปชป.'จี้รัฐเร่งแก้ปัญหาราคายาง

'ปชป.'จี้รัฐเร่งแก้ปัญหาราคายาง

09 ต.ค. 2556

'ปชป.' ถล่มรัฐแก้ยางตก บี้เร่งช่วย ขู่เจอม็อบอีกรอบ ด้าน 'ชิณวรณ์' จี้รัฐหามาตรการรองรับ หลังไทยถูกอียู ตัดสิทธิจีเอสพีสินค้าส่งออก ทำเกษตรกรเดือดร้อนหนัก

 

                          9 ต.ต. 56  เมื่อเวลา 13.45 น. ที่รัฐสภา นายอาคม เอ่งฉ้วน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลหันมาดูแลปัญหายางพารา เพราะทราบว่าขณะนี้ เครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพาราได้หารือกันเพื่อชุมนุมอีกครั้ง เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมาราคายางพาราปรับลด 5 บาท ซึ่งจากการติดตามการให้ความช่วยเหลือของรัฐบาลที่จะช่วยเหลือปัจจัยการผลิตไร่ละ 2,520 บาทต่อไร่ มีเกษตรกรขึ้นทะเบียนประมาณ 1 ล้านราย แต่รัฐบาลจ่ายเงินให้เฉพาะเกษตรกรที่มีเอกสารสิทธิ์น้อยมาก เช่น ที่ตำบลไสไทย อ.เมือง จ.กระบี่ รัฐบาลจ่ายเงินช่วยเหลือให้เพียง 28 ราย ขณะที่อำเภอเขาพนม จ.กระบี่ ที่มี 5 ตำบล รัฐบาลก็จ่ายเงินให้ตำบลละ 1 รายเท่านั้น จึงเรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดเวลาการจ่ายเงินให้เกษตรได้เมื่อไหร่ เพราะควรจ่ายเงินให้เกษตรกรที่มีเอกสารสิทธิสวนยางพาราให้เท่ากับไร่ข้าวโพด ซึ่งการจ่ายเงิน 2,520 บาทต่อไร่ เป็นการจ่ายครั้งเดียว มีข้อแม้ว่ามีกำหนด 7 เดือน โดยรัฐบาลอ้างว่าจ่ายให้กิโลกรัม 12 บาท ซึ่งหากยางแผ่นดิบราคา 78 บาท ก็หมายความว่าเกษตรกรจะได้ราคาในเวลา 7 เดือน ราคา 90 บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้น และรัฐบาลต้องกำหนดเวลาว่าราคายางแผ่นดิบกิโลกรัมละ 90 บาท จะได้เมื่อใด อย่างไรก็ตามอยากให้รัฐบาลทบทวนการช่วยเหลือเกษตรกรก่อนที่เกษตรกรจะชุมนุมอีกครั้ง

                          นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นอกจากสินค้ายางพาราแล้ว ขณะนี้เรากำลังจะมีปัญหาสินค้าเกษตรตัวอื่นๆ อีก เพราะขณะนี้สหภาพยุโรป (อียู) ได้ตัดสิทธิ์พิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป หรือจีเอสพี กับไทย โดยลดหย่อน หรือยกเว้นอากรขาเข้าแก่สินค้าที่อยู่ในข่ายได้รับสิทธิพิเศษทางการค้า โดยสินค้าไทยที่ส่งออกไปยังอียู ต้องเผชิญกับอัตราภาษีนำเข้าปกติที่สูงกว่าอัตราจีเอสพี โดยจะมีผลในต้นปี 2557 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสินค้าเกษตรหลายประเภท คือ ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ สินค้าประมงแปรรูป อาหารแปรรูป ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ และอัญมณีเครื่องประดับ ซึ่งเกษตรกรจะได้รับความเดือดร้อนมากขึ้น แต่รัฐบาลกลับไม่มีความพร้อมรองรับปัญหานี้ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหา เพราะหากนิ่งเฉย เกษตรกรอาจจะชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลดูแลปัญหา ซ้ำเติมกับปัญหายางพาราที่จะมีการกลับมาชุมนุมอีกครั้ง

 

 

'ปชป.' โวยสภาฯหัก 1,000 บาท ทำบุญกฐิน

 

                          นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ หารือในที่ประชุมสภาฯ ต่อกรณีที่มีหนังสือจากนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร แจ้งถึง ส.ส. ว่า สำนักการคลังและงบประมาณ สำนักงานเลขาธิการสภาฯ จะมีการหักเงินเดือน ณ วันที่ 30 ตุลาคม จำนวนเงิน 1,000 บาท เพื่อร่วมทำบุญถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2556 และแจ้งด้วยว่าหาก ส.ส.ที่ขัดข้องในการร่วมทำบุญให้แจ้งสำนักประชาสัมพันธ์ ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นดังกล่าว ถือว่าไม่เหมาะสม เพราะกรณีที่มีผู้ประสงค์จะทำบุญ ควรจะให้ไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่ให้ผู้ที่ไม่ประสงค์ ไปแจ้งชื่อ อย่างไรก็ตามสถานที่ที่จะนำกฐินพระราชทานไปทอดนั้นเป็นพื้นที่ในเขตเลือกตั้งของนายสมศักดิ์ และเมื่อปีที่ผ่านมาก็ไปในพื้นที่ จ.ขอนแก่น โดยไม่มีการทำรายงานแจ้งต่อ ส.ส. ถึงยอดเงินทำบุญ ทั้งนี้ทราบว่าปีที่ผ่านมา มีบริษัทเอกชนร่วมมอบเงินทำบุญ และเป็นผลให้บริษัทเอกชนดังกล่าวได้รับงานในรัฐสภา

                          ขณะที่นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ หารือในประเด็นเดียวกันด้วยว่า การที่ให้สำนักการคลังและงบประมาณ หักเงิน ส.ส. ได้นำระเบียบ หรือกฎหมายใดรองรับหรือไม่

                          ทั้งนี้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม แจ้งว่าตนไม่ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าว แต่จะเร่งตรวจสอบและแจ้งให้ทราบ

                          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการหารือดังกล่าว เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจากสำนักประชาสัมพันธ์ ได้นำหนังสือที่นายวัชระ อ้างถึงมาชี้แจกกับสื่อมวลชน โดยย้ำว่า เป็นหนังสือเชิญร่วมทำบุญโดยเสด็จพระราชกุศลในการถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2556 โดยสภาฯ ได้ขอรับพระราชทานผ้าพระกฐินไปถวายพระสงฆ์จำพรรษา ที่วัดใน จ.ขอนแก่น วันที่ 16 พ.ย. 56 โดยขอเชิญ ส.ส.ร่วมทำบุญดังกล่าว คนละ 1,000 บาท โดยสำนักการคลังฯ จะเป็นผู้หักเงินไว้ในวันสิ้นเดือนตุลาคม 2556 แต่หาก ส.ส.มีเหตุขัดข้อง หรือประสงค์ร่วมทำบุญเพิ่มเติม ให้แจ้งไปยังสำนักประชาสัมพันธ์ อย่างไรก็ตามการเชิญร่วมบริจาคเงินดังกล่าวได้ทำเป็นประจำทุกปี

 

 

'รังสิมา' เล็งชง 'กมธ.ปปช.' สอบสภาฯ ใช้เงิน 4.8 ล. ปรับปรุงเคาน์เตอร์แลกบัตรเข้า-ออก

 

                          น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ หารือต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเรียกร้องให้สำนักงานเลขาธิการสภาฯ เร่งเข้าไปปรับปรุงห้องน้ำ ที่อยู่ภายในอาคารกองรักษาการณ์ รัฐสภา เนื่องจากพบว่าชำรุด และสกปรก รวมถึงห้องพักของตำรวจรัฐสภา ที่พบว่ามีสภาพคับแคบ

                          "เมื่อดิฉันเปรียบเทียบกับการปรับปรุงพื้นที่แลกบัตรผ่านเข้า-ออก อาคารรัฐสภา ซึ่งอยู่ในอาคารเดียวกัน พบว่ามีการซ่อมแซมโดยใช้งบประมาณจำนวนมากถึง 4.8 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามากกว่าการสร้างอาคาร จำนวน 3 ชั้น ทั้งนี้ดิฉันจะส่งเรื่องดังกล่าวให้กรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ปปช.) สภาฯ ตรวจสอบ"

                          ด้านนายวิสุทธิ์ ฐานะประธานในที่ประชุม ชี้แจงว่า ตนในฐานะที่ดูแลสำนักรักษาความปลอดภัย สภาฯ ได้เข้าไปปรับปรุงที่พักตำรวจรัฐสภา อาทิ เปลี่ยนฟูกที่นอน เปลี่ยนแอร์ และใช้เงินส่วนตัวทำประกันชีวิตให้ตำรวจสภาด้วย

                          "อย่างไรก็ตาม ผมก็ต้องการให้ปรับปรุง และสร้างที่พักให้ใหม่ แต่ไม่มีพื้นที่ อีกทั้งการสร้างอาคารเพิ่มเติมในรัฐสภาไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องทำเรื่องขออนุญาตจากสำนักพระราชวัง ฐานะเจ้าของพื้นที่ก่อน"