
วางบึ้มจยย.บอมบ์นราธิวาสเจ็บกว่า10ราย
โจรใต้วางระเบิด จยย.บอมบ์ที่ตากใบเจ็บระนาว และยิงถล่มใส่ร้านอาหารป่า แถมลอบวางเพลิงโรงฝึกงานโรงเรียนนราสิกขาลัยด้วย นายกฯ ย้ำเหตุยิงมัสยิดเป็นเรื่องผิดปกติ ยืนยันจะหาคนผิดมาลงโทษ พร้อมเห็นด้วยหากจะใช้รูปแบบเขตบริหารพิเศษในพื้นที่ 3 จังหวัด องค์กรชาวพุทธ
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 14 มิ.ย. ร.ต.ท.เทอดศักดิ์ มีจิตร์ ร้อยเวร สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นที่บริเวณ ริมกำแพงวัดนภาราม หมู่ 6 บ้านวัดใหม่ ต.พร่อน อ.ตากใบ มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.จักรพร แท่นทอง ผกก.สภ.ตากใบ นายธนน เวชกรกานนท์ รอง ผวจ.นราธิวาส พ.ท.สราวุธ ไชยสิทธิ์ ผก.ฉก.นราธิวาส 36 ร.ต.อ.หญิงกาญจนา เสริมแสง รอง สว. กองวิทยาการ จ.นราธิวาส และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าทีได้เปิดเครื่องรบกวนสัญญาณโทรศัพท์มือถือและรีโมทคอนโทรล พร้อมทั้งกันประชาชนออกห่าง พบซากรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน กลต - 931 นราธิวาส ที่คนร้ายลอบนำระเบิดแสวงเครื่องหนัก 5 ก.ก. จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ไปใส่ไว้ในช่องเก็บหมวกนิรภัยใต้เบาะนั่ง กระจายเกลื่อนทั่วบริเวณ
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 10 คน ชาวบ้านได้นำตัวส่งรักษา รพ.ตากใบไปก่อนหน้าแล้ว โดยถูกสะเก็ดระเบิดตามบริเวณลำตัว ทราบชื่อคือ 1.อส.ตรีเทียว เทพพรหม 36 ปี อส.ประจำที่ว่าการ อ.ตากใบ 2.นายมูฮัมหมัดสกรี นิแว 21 ปี 3.นางกอบเกื้อ หะยะมิง 32 ปี 4.ด.ช.นเรศ แก้วศรี 13 ปี 5. นายอับดุลรอยะ นิและ 29 ปี ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 5 คน ยังไม่ทราบชื่อ
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุคนร้ายได้ขี่รถ จยย.ที่ประกอบระเบิด จยย.บอมบ์ ไปจอดไว้ที่หัวมุมกำแพงวัดนภาราม พร้อมทั้งได้นำระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 ก.ก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถืออีก 1 ลูก นำไปซุกไว้ข้างกำแพงวัด ซึ่งห่างจาก รถ จยย.บอมบ์ ประมาณ 3 เมตร โดยอาศัยช่วงจังหวะที่บริเวณดังกล่าวจัดตลาดนัด ซึ่งมีประชาชนเป็นจำนวนมากนิยมมาซื้อหาสินค้า และในระหว่างที่ อส.ตรีเทียว ขี่รถ จยย.ผ่านมา เพื่อทำหน้าที่ รปภ.ตลาดนัด คนร้ายที่แฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ ได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนด้วยที่นำไปซุกไว้ข้างกำแพงวัด แต่ระเบิดไม่ทำงาน คนร้ายจึงตัดสินใจใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิด จยย.บอมบ์อีก 1 ลูก ที่เตรียมไว้จุดชนวนดักสังหารเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้ อส.ตรีเทียวและชาวบ้านที่กำลังจับจ่ายสินค้าถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
นอกจากนี้เมื่อเวลา 19.50 น.ได้เกิดเหตุคนร้ายจำนวน 2 คน ขี่รถ จยย.เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนสงคราม เอ็ม.16 ยิงถล่มใส่ร้านอาหารป่า ชื่อ ราโคกมะเฟื่อง ซึ่งตั้งอยู่ ม.6 ต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ ส่งผลทำให้ลูกค้าที่กำลังรับประทานอาหารอยู่ภายในร้านได้รับบาดเจ็บ 2 คน คือ นายกิจภาณุ แซ่เฮง 35 ปี และนางนรารัตน์ ทองบุญเรือง 28 ปี ก่อนที่คนร้ายจะได้ขี่รถ จยย.หลบหนีไป
อย่างไรก็ตามคนร้ายก็ยังคงก่อเหตุร้ายขึ้นอีกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดเมื่อเวลา 20.00 น.ของคืนเดียวกันนี้ ได้มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ได้แฝงตัวเข้าไปภายในโรงเรียนนราสิกขาลัย ซึ่งตั้งอยู่เยื้องจวนผู้ว่าราชการ จ.นราธิวาส เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส แล้วลอบวางเพลิงโรงฝึกงาน โชคดีที่ประชาชนผ่านสัญจรไปมาพบเห็น จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยกันสกัดกั้นต้นเพลิงเอาไว้ได้ ทำให้โรงฝึกงานได้รับความเสียหายเล็กน้อย
ส่วนเหตุการณ์คนร้ายใช้ระเบิดชนิดขว้าง โยนใส่รถยนต์โดยสารเส้นทางบ้านนิคมกือลอง-เทศบาลนครยะลา บนถนนสายมาลายูบางกอก-พงยือไร หมู่ 2 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา เป็นเหตุให้ผู้โดยสารภายในรถเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บสาหัส 14 คน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ที่ผ่านมา
รถโดยสารบ้านนิคมกือลองหยุดวิ่ง
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน เวลา 11.00 น. พบว่าบรรยากาศที่คิวรถโดยสารสายบ้านนิคมกือลอง-นครยะลา ซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณถนนรถไฟ เขตเทศบาลนครยะลา เป็นไปอย่างเงียบเหงา รถโดยสารที่วิ่งในเส้นทางเข้าบ้านนิคมกือลองทั้งหมดหยุดให้บริการ หลังจากเกิดเหตุอย่างไม่มีกำหนด ส่งผลให้รถโดยสารสายอื่นๆ โดยเฉพาะในเส้นทางไปยัง อ.บันนังสตา จ.ยะลา ผู้โดยสารค่อนข้างบางตา รถโดยสารจอดเรียงรายจำนวนหลายคัน
ด้านการติดตามคดี เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน สภ.เมืองยะลา เชิญผู้เห็นเหตุการณ์มาให้ข้อมูล เบื้องต้นพบว่าพฤติกรรมของคนร้ายที่ก่อเหตุมี 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ ตามรถโดยสารมาตั้งแต่สี่แยกไฟแดงมาลายูบางกอก โดยมีท่าทีพิรุธ ขณะที่รถวิ่งเข้าสู่เส้นทางลัดบ้านพงยือไร คนร้ายทั้งสองได้ขี่รถแซงขึ้นมา โดยคนที่นั่งซ้อนท้ายได้โยนระเบิดใส่ในตะกร้าที่วางอยู่ท้ายรถ แล้วเร่งเครื่องแซงหลบหนีไป จนเกิดระเบิดขึ้นดังกล่าว ส่วนคนร้ายหลังก่อเหตุ มีพยานเห็นว่า ขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปในโรงเรียนปอเนาะแห่งหนึ่งใกล้กับจุดเกิดเหตุ ส่วนระเบิดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ เบื้องต้นพบเป็นระเบิดสังหาร ยังไม่ทราบชนิด เนื่องจากพบกระเดื่องตกอยู่ในรถ
แถลงการณ์จี้รัฐดูแลพระ
วันเดียวกัน ที่วัดราชาธิวาสวรวิหาร องค์กรชาวพุทธ ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย องค์การบริหารนิสิตมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) และคณะกรรมการนักศึกษามหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย (มมร.) จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์บำเพ็ญกุศลอุทิศแด่ พระสงฆ์ที่มรณภาพจากเหตุการณ์ไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินมาตรการตามยุทธศาสตร์ 4 ประการคือ 1.ยุทธศาสตร์การป้องกัน ไม่ให้องค์กรภายนอกเข้ามาแทรกแซงในบ้านเมืองทุกรูปแบบ 2.ยุทธศาสตร์กำจัด ปราบปรามพฤติกรรมโหดร้ายให้เกิดผลสัมฤทธิ์ 3.ยุทธศาสตร์พัฒนา ให้ทุกภาคส่วนร่วมพัฒนาอย่างจริงจังทั้งด้านสังคม การศึกษา การเมือง และวิถีชีวิต 4.ยุทธศาสตร์อารักข์ โดยอารักขาคุ้มครองประชาชนทุกชีวิตให้ปลอดภัย สงบ มีความสุขอย่างเท่าเทียม
องค์กรชาวพุทธประณามโจรใต้
ขณะที่องค์การบริหารนิสิตมจร.และมมร. ออกแถลงการณ์ประณามเหตุการณ์ดังกล่าวว่า การกระทำของผู้ก่อการร้ายที่มุ่งหวังให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิม พร้อมทั้งเรียกร้องให้องค์กรสิทธิมนุษยชนประสานงานกับเจ้าหน้าที่รัฐหาตัวผู้ก่อการร้ายมาดำเนินคดีภายใต้กฎหมายบ้านเมืองโดยเร็วที่สุด
นอกจากนี้ องค์กรเครือข่ายชาวพุทธ ออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งมุ่งหวังจะก่อให้เกิดสงครามศาสนาระหว่างชาวไทยด้วยกันเอง โดยขอเร่งรัดให้รัฐบาลติดตามจับกุมผู้ก่อการร้ายมาลงโทษภายในระยะเวลา 1 เดือน พร้อมทั้งขอให้กองทัพภาคที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กำหนดมาตรการคุ้มครองและรักษาความปลอดภัยให้แก่พระสงฆ์และพี่น้องชาวพุทธ และไม่เห็นด้วยที่จะประกาศให้พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเขตปกครองพิเศษ ที่จะเป็นสาเหตุก่อให้เกิดการแบ่งแยกดินแดนต่อไป
ชาวพุทธไม่กล้าไปวัด
พระเทพศีลวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดนราธิวาส วัดประชุมชลธารา ต.สุไหงปาดี อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส กล่าวว่า พระสงฆ์ใน จ.นราธิวาส มีน้อยมาก บางวัดมีพระอยู่เพียง 1-5 รูป ตามสภาพของชุมชน สำหรับวัดที่อยู่ในพื้นที่ล่อแหลมและเสี่ยงภัยพระสงฆ์มีความเป็นอยู่ลำบากมาก เช่นบางพื้นที่พุทธบริษัทได้อพยพครอบครัวหนีภัยไปอยู่ในพื้นที่อื่นจนเกือบหมดหมู่บ้าน
ขณะที่บางพื้นที่พุทธบริษัทไม่กล้าไปวัด เพราะกลัวคนร้ายดักทำร้ายระหว่างทาง จึงทำให้พระสงฆ์ไม่มีภัตตาหารที่จะฉัน โดยเฉพาะที่วัดดุซงญอ อ.จะแนะ ชาวไทยพุทธหนีออกจากพื้นที่เหลือไม่กี่ครอบครัวแล้ว จึงแก้ปัญหาด้วยการให้ทหารชุดรักษาความปลอดภัยวัด ปรุงภัตตาหารถวายพระ
อังคณาสอบเหยื่อยิงในมัสยิด
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 14 มิถุนายน นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมาธิการวิสามัญติดตามเร่งรัด ประเมินผลการแก้ปัญหา และการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ วุฒิสภา ได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส เพื่อเยี่ยมและสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บ 12 คน จากเหตุคนร้ายใช้ปืนกราดยิงเข้าใส่มัสยิดอัลฟุรกอน บ้านไอปาแย หมู่ 8 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน โดยจะรวบรวมข้อมูลนำเสนอต่อคณะกรรมาธิการต่อไป
ส่วนความคืบหน้าในการติดตามคนร้ายในคดีใช้ปืนกราดยิงชาวบ้านที่กำลังละหมาดในมัสยิดอัลฟุรกอนนั้น นายทหารระดับสูงของหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส กล่าวว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่ทราบเบาะแสของกลุ่มผู้ก่อเหตุในคดีแล้ว 5 ราย แยกเป็นคนในพื้นที่ 2 ราย และเป็นคนต่างพื้นที่อีก 3 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามตัวมาสอบสวน
นายกฯ ย้ำยิงมัสยิดเป็นเรื่องผิดปกติ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ถึงกรณีคนร้ายใช้อาวุธสงครามกราดยิงประชาชนมุสลิมขณะละหมาดที่มัสยิดใน อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ว่า เป็นเรื่องไม่ปกติและต้องหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ เพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่ประชาชน นอกจากนี้ คงต้องจับตาดูว่า เหตุการณ์ความไม่สงบในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา จะส่งผลต่อค่านิยมของเด็กรุ่นใหม่หรือไม่ โดยเฉพาะในด้านที่เด็กอาจมองว่า วิธีการเช่นนี้เป็นเรื่องปกติในสังคมไทย
ส่วนที่มองว่าขบวนการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นใครนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่าคงทราบตัวตนกันอยู่บ้าง แต่การแสดงตัวในลักษณะเป็นองค์กรยังไม่ปรากฏชัด และหากถามว่า รัฐบาลจะมีการเจรจากับกลุ่มผู้ก่อการร้ายหรือไม่ ต้องบอกว่ารัฐบาลเจรจาไม่ได้ เพราะถือเป็นปัญหาภายใน ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ฝ่ายตรงข้ามต้องการมาก คือ การเจรจา เพื่อจะได้ดึงประเทศที่ 2-3-4-5 เข้ามา หรือยกระดับไปแก้ในนานาชาติ ซึ่งไม่ใช่นโยบายรัฐบาล
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า อยากบอกแก่ประชาชนในพื้นที่ว่า ต้องช่วยกัน อย่าเป็นเหยื่อของฝ่ายที่ต้องการให้เราขัดแย้งกันเอง ขอให้อดทนอดกลั้น ยืนยันว่าทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องมีการสะสางตรงไปตรงมา สำหรับกรณีที่สงสัยว่าเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง ตนไม่เคยตัดประเด็นทิ้ง จะดูตามข้อเท็จจริงหรือตามหลักฐาน แต่ยืนยันได้ว่า ไม่ใช่นโยบายหรือแนวทางของรัฐบาลหรือหน่วยงานที่จะให้ใช้วิธีการรุนแรง
เห็นด้วยใช้รูปแบบบริหารพิเศษ
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงบทบาทของกองทัพในสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า สิ่งแรกต้องเห็นใจและให้กำลังใจผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ แต่ต้องยอมรับว่า ตราบใดที่ยังมีเหตุการณ์ความไม่สงบอยู่ ทุกคนก็ต้องปรับปรุงการทำงาน
ส่วนข้อเสนอให้ใช้เขตปกครองพิเศษนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่อยากใช้คำว่าเขตปกครองพิเศษ เพราะจะทำให้เกิดความสับสน เนื่องจากทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญไทย แต่หากใช้รูปแบบเขตบริหารพิเศษ หรือรูปแบบการบริหารท้องถิ่นในบางเรื่อง เช่น กรุงเทพฯ หรือพัทยา ก็สามารถยอมรับได้
นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงกรณีที่หลายคนเริ่มพูดถึงความผิดหวังรัฐบาลที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ว่า เข้าใจความรู้สึก เพราะไม่มีใครอยากให้สถานการณ์ยืดเยื้อรุนแรง แต่เรื่องนี้ต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหา และระหว่างการเปลี่ยนแปลงแนวทางแก้ปัญหาก็จะต้องถูกท้าทายจากกลุ่มผู้ก่อการบ้าง ดังนั้น จึงต้องอดทน และยังมั่นใจว่าแนวทางที่รัฐบาลกำลังเดินอยู่ น่าจะเป็นแนวทางที่ยั่งยืนในการแก้ปัญหามากที่สุด



