
'พร้อมพงศ์'ชี้'กปท.'ชุมนุมเข้าข่ายผิดกม.
'พร้อมพงศ์' ชี้ 'กปท.' ปักหลักชุมนุมเข้าข่ายผิดกม. ระบุกำลังรวบรวมหลักฐานดำเนินการเอาผิด ปูดฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลวางแผนผุดม็อบกลุ่มใหม่ 13 ต.ค.นี้
8 ต.ค.56 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่กลุ่มกองทัพประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณ (กปท.) ชุมนุมปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลว่า ข้อเรียกร้องของกลุ่มกองทัพประชาชนฯ เป็นเรื่องเดิมๆ และเป็นกลุ่มเดียวกับองค์กรพิทักษ์สยาม (อพส.) ที่มีจุดยืนคือการแช่แข็งประเทศไทย ทั้งนี้ทราบว่ามีกลุ่มการเมืองคอยหนุนหลัง ต้องการยั่วยุให้เจ้าหน้าที่ใช้กำลังเพื่อให้กลุ่มการเมืองที่อยู่เบื้องหลังเติมคนเข้ามาร่วมชุมนุม เนื่องจากการชุมนุมที่สวนลุมพินีเป็นเวลา 62 วันนั้นไม่ประสบผลสำเร็จ จึงต้องยกระดับมาปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล โดยมีเป้าหมาย 3 ข้อ คือ 1.ปิดล้อมและบุกเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล 2.ปลุกระดมชักชวนมวลชนผ่านสื่อออนไลน์ให้มาร่วมชุมนุม 3.เตรียมพัฒนาไปสู่การใช้กำลัง
อย่างไรก็ตาม น่าจะเข้าข่ายกระทำผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ฐานล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และอาจจะเข้าข่ายกระทำผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 ว่าด้วยการล้มล้างเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ มีความผิดฐานเป็นกบฏ มีโทษประหารหรือจำคุกตลอดชีวิต ดังนั้น ขณะนี้ตนกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการเอาผิดอยู่
“ในวันที่ 13 ต.ค.นี้ ผมทราบว่าจะมีการเปิดตัวกลุ่มผู้ชุมนุมอีกกลุ่มหนึ่งที่แปลงร่างมาจากฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลด้วย โดยมีกลุ่มการเมืองอยู่เบื้องหลัง ซึ่งกำลังจับตาว่าจะมารวมกับกลุ่มกองทัพประชาชนฯหรือไม่ ทั้งนี้ หากการชุมนุมของทั้ง 2 กลุ่มนี้จุดติด จะมีทัพหลวงจากกลุ่มการเมืองมาสมทบเป็นกลุ่มสุดท้ายเพื่อโค่นล้มรัฐบาล โดยจะดำเนินการตามแผนการเดิมๆ คือยึดทำเนียบรัฐบาล ยึดสนามบิน และปิดล้อมช่อง 11 แต่จะเริ่มต้นที่การยึดทำเนียบรัฐบาลก่อน จึงอยากถามว่าการปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลนั้นทำเพื่อประเทศชาติหรือเพื่อใครกันแน่” โฆษกฯพท. กล่าว
'พท.' สั่งส.ส.เตรียมพร้อมประชุมสภาฯ 9 - 10 ต.ค.
เมื่อเวลา 15.30 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุมส.ส.พรรคว่า พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ประธานในที่ประชุมได้แจ้งกับส.ส.ว่า ขอให้ส.ส.งดภารกิจในพื้นที่ระหว่างวันที่ 9 - 11 ต.ค.นี้ เพราะในวันที่ 9-10 ต.ค.จะมีการประชุมสภาฯ จากนั้นในวันที่ 11 ต.ค.จะมีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณากรอบเจรจาการค้ากับต่างประเทศด้วย นอกจากนี้ ขอให้ส.ส.เตรียมความพร้อมเพื่อเข้าประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ที่คาดว่าจะเข้าสู่ที่ประชุมในวันที่ 15 ต.ค.ด้วย
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังแจกคู่มือให้กับส.ส. 2 เรื่องด้วยคือ 1.คู่มือเกี่ยวกับโครงการสร้างอนาคตไทย 2020 จำนวน 11 หน้า เพื่อให้ส.ส.ไปชี้แจงกับประชาชนว่า เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทนั้นมีความจำเป็นอย่างไร และทำไมจึงต้องออกพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งชัดเจนว่าไม่ได้เป็นไปตามที่ฝ่ายค้านกล่าวหาว่ารัฐบาลไม่ยอมใช้เงินจากงบประมาณประจำปีปกติ ทั้งนี้ จะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับภาคเอกชนที่จะได้เห็นความต่อเนื่องในการลงทุน จะได้วางแผนการลงทุนต่อไปได้ และเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศอีกด้วย ยืนยันว่าประชาชนจะได้เห็นโครงการที่จะมาปฏิรูประบบขนส่งของประเทศอย่างชัดเจนในระยะเวลา 7 ปี รวมทั้งจะเกิดการกระจายความเจริญออกไปสู่ต่างจังหวัดเพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจใหม่อีกด้วย ขณะที่รถไฟความเร็วสูงนั้นจะช่วยประหยัดต้นทุนการขนส่ง และเป็นการรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
นายพร้อมพงศ์ กล่าวด้วยว่า และ 2. คู่มือร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาส.ว. จำนวน 12 หน้า โดยให้ส.ส.ไปชี้แจงกับประชาชนให้เข้าใจว่า ทำไมรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยรวมถึงเสียงส่วนใหญ่จึงเห็นด้วยที่ต้องมีการแก้ไข เพราะเป็นการคืนอำนาจประชาธิปไตยให้กับประชาชนและทำให้รัฐธรรมนูญปี50 มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นตามที่พรรคเคยหาเสียงไว้ ส่วนร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 57 ที่ฝ่ายค้านและกลุ่ม 40 ส.ว.ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญและต่อมาศาลมีคำวินิจฉัยว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญนั้น พรรคได้มีการทำรายละเอียดในส่วนนี้เพื่อชี้แจงให้ประชาชนเห็นและเข้าใจด้วย เชื่อว่าจะทำให้ประชาชนเข้าใจรัฐบาลมากยิ่งขึ้น
“นอกจากนี้ที่ประชุม ส.ส.ของพรรคได้สะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยต่อที่ประชุมด้วยว่า มีความต้องการสิ่งของอุปโภคบริโภคเป็นจำนวนมาก ดังนั้นส.ส.จะทำความเห็นเพื่อแจ้งไปยังนายกฯ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการอย่างเร่งด่วนต่อไป แต่ในระยะยาวนั้น รัฐบาลจะขับเคลื่อนนโยบายเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจและความสูญเสียทางด้านทรัพย์สินของประชาชนด้วย” โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ประชุมได้มีการหารือถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะส่งนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ในสมัยหน้าด้วยหรือไม่ นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ที่ประชุมไม่ได้มีการสอบถามถึงเรื่องนี้ แต่ทราบว่านายพานทองแท้เองก็ได้ปฏิเสธไปแล้ว ส่วนกระแสข่าวการเปลี่ยนทีมผู้สมัครส.ส.ปทุมธานีของพรรคนั้นที่ประชุมก็ไม่ได้มีการพูดถึง โดยผู้ใหญ่ของพรรคได้ชี้แจงว่า เป็นการปล่อยข่าวเพื่อหวังผลทางการเมือง ทำให้เกิดความขัดแย้งในพรรค ยืนยันว่าส.ส.ของพรรคยังเข้าใจกันดี



