ข่าว

'มาร์ค'ปัดถูก'ลูกพรรค'บีบพ้นหน.

'มาร์ค'ปัดถูก'ลูกพรรค'บีบพ้นหน.

08 ต.ค. 2556

'อภิสิทธิ์'คาดประชุมใหญ่พรรครับข้อบังคับใหม่ปรับโครงสร้างพรรค เดือนพ.ย. ปฏิเสธข่าว'ลูกพรรคบีบ'ให้ออกจากหน. แนะรบ.ฟังคำเตือน World Bank

                8 ต.ค.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงผลการประชุมกรรมการบริหารเรื่องการปฏิรูปพรรคว่า เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพราะการปรับปรุงโครงสร้างการปฏิรูปพรรคได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง และได้มีการปรับเปลี่ยนจากนั้นก็ได้มีการนำเสนอข้อบังคับใหม่ต่อที่ประชุม โดยมีข้อสรุปชัดเจนคือ 1. ปรับโครงสร้างของสภาที่ปรึกษา โดยจะมีการดึงผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามา บวกกับการขับเคลื่อนในระบบสมัชชา 2.จัดการพื้นที่ เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์การเลือกตั้ง ก็จะมีระบบเฉพาะที่เป็นคณะกรรมการปฏิบัติการณ์ในเขตพื้นที่ แยกออกมาต่างหาก จากกรรมการบริหาร ซึ่งยังคงมีรองหัวหน้าภาค บวกกับรองหัวหน้าพรรค ที่จะได้รับมอบหมายตามภารกิจต่างๆ 3.การปรับสำนักงานเพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพในการขับเคลื่อนงานทางการเมือง โดยเฉพาะเรื่องงานการสื่อสาร การวิจัย เรื่องนโยบาย ดังนั้นก็จะมีการนำไปปรับให้เข้ากับข้อบังคับพรรคเพื่อจะได้นำเสนอต่อที่ประชุมร่วมของกรรมการบริหารพรรค กับ สส. ต่อไป ซึ่งภายในเดือนนี้จะนำเสนอที่ประชุม ส.ส.ได้ จากนั้นก็จะมีการประชุมใหญ่ของพรรคเพื่อรับรองข้อบังคับใหม่ ซึ่งคาดว่าน่าจะประชุมในเดือน พ.ย.หรือ ธ.ค.นี้

                เมื่อถามว่า มีความพยายามจะเปลี่ยนหัวหน้าพรรค นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่มีปัญหากับใคร เพราะพรรคขับเคลื่อนโดยสมาชิกอยู่แล้ว ที่ว่ามีการพูดกันในที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคนั้นขอยืนยันว่า ไม่มี ทุกคนก็พูดตรงกันว่า หากมีการปรับโครงสร้างพรรคแล้วทุกอย่างก็จะยุติไม่มีใครที่จะย้ายไปไหน ยืนยันว่า พรรคมีเอกภาพ แต่ความแตกต่างทางความคิดก็มีซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่ก็ไม่มีปัญหาในการขับเคลื่อนทางการเมืองไปสู่เป้าหมาย

                นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ในฐานะที่เป็นหัวหน้าพรรค คิดว่า เป้าหมายข้างหน้าของพรรคที่ต้องทำคือ การต่อสู้ทางการเมือง เพราะปัจจุบันนโยบายของพรรคและรัฐบาลนั้นแตกต่างกันทั้งแนวคิดการบริหารประเทศและวิธีการบริหารประเทศ โดยพรรคเรื่องธรรมาภิบาล การกระจายอำนาจ การพัฒนาที่ยั่งยืน อีกทั้งการทำหน้าที่ฝ่ายค้านที่ต้องทำหน้าที่อย่างเข้มข้นควบคู่ไปกับการนำเสนอทางเลือกในเชิงนโยบายออกมาส่วนการต่อสู้อีกด้านหนึ่งก็คือ การต่อสู้ขับเคี่ยวในพื้นที่ ซึ่งมันเป็นความจริงของระบบการเมืองนั้น การจัดการตรงนี้ที่มีการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ ก็จะทำให้เรามีความเข้มแข็งมากขึ้น เพราะฉะนั้นก็จะเดินไปในการต่อสู้คู่ขนานอย่างนี้ 2 ด้านเราก็พยายามจะเปิดกว้าง เพื่อหาทางให้สมาชิกและบุคคลภายนอก เข้ามามีส่วนร่วมในการที่จะร่วมกันกำหนดทิศทางของพรรคฯ ได้มากขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกประชาชนต่อไป

 

 

แนะรัฐบาลฟังคำเตือน World Bank ชี้ภาวะเศรษฐกิจไทยเข้าสู่ความเสี่ยง แนะรัฐทบทวนนโยบาย

 

               นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่ธนาคารโลกออกโรงเตือนประเทศไทย เกี่ยวกับเรื่องโครงการจำนำข้าว อาจจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจว่า คงไม่ได้เป็นการเตือนในโครงการจำนำข้าวอย่างเดียว แต่เป็นการวิเคราะห์ให้เห็นว่าขณะนี้ตัวเลขเศรษฐกิจน่าจะขยายตัวในอัตราที่ต่ำกว่าที่หลายฝ่ายคาด และภาระหนี้สิ้นที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหนี้ภาครัฐบาล หรือหนี้ภาคประชาชน ยังไม่นับหนี้ที่รัฐบาลเตรียมก่อหนี้ให้ลูกหลาน 50 ปี ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เป็นตัวฉุดรั้งไม่ให้เศรษฐกิจมันรุดหน้าไปอย่างที่ควร ถือเป็นคำเตือนที่สำคัญ เพราะว่าเป็นคำเตือนที่สวนทางกับหลักคิด หลักการบริหารของรัฐบาลนี้ และรัฐบาลทุกชุดของพรรคของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  ที่ถือคติว่า จะรวยได้ต้องเป็นหนี้ก่อน จึงใช้วิธีการกู้ การผลักดันโครงการเงินไปให้ประชาชนกู้ อัดความคิดว่า กู้เงินมา มีเงินอยู่ในมือแล้วพอใช้เงินเยอะๆ เงินจะหมุน เศรษฐกิจจะเติบโต จะเฟื่องฟู สุดท้ายแนวคิดนี้ก็ไปไม่ได้ กลับกันก็กำลังสร้างความเสี่ยงให้กับประเทศ

                นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า การพัฒนาเศรษฐกิจในภาพรวมก็ไม่สามารถผลักดันได้ การแทรกแซงพืชผลทางการเกษตรก็มีปัญหาเกือบทุกตัว ไม่ว่าจะเป็นโครงการรับจำนำข้าวก็มีภาระของการกู้หนี้ยืมสิน ที่จะเพิ่มขึ้นอีก 2 แสน 7 หมื่นล้านบาท ปัญหาของ ธกส. ซึ่งติดเพดานแล้ว ในเรื่องของการที่จะไปค้ำประกันอะไรต่างๆ มาจนถึงล่าสุดคือ การแทรกแซงข้าวโพด ซึ่งน่าเป็นห่วง เพราะขณะนี้ประชาชนเดือดร้อนจากปัญหาของแพงอยู่แล้ว ถ้ามาเจอกับปัญหาเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง และเกิดมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น และถ้าเกิดยิ่งโชคไม่ดี ถูกซ้ำเติมโดยอะไรก็ตามเกิดขึ้นในเศรษฐกิจโลก ก็ยิ่งเป็นปัญหาใหญ่

                “รัฐบาลควรรับฟังคำเตือนไม่เฉพาะธนาคารโลกแต่ควรจะฟังทุกองค์กร ผมคิดว่ารัฐบาลก็จำเป็นต้องทบทวน เพราะว่าที่ผมสรุปไปในวันอภิปรายเรื่องผลงานของรัฐบาลคือ ขณะนี้ของแพงขึ้น รายได้คนไม่ได้เพิ่มขึ้นจริง รายได้ประเทศไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างที่เป็นเป้าหมาย แต่เรากำลังเพิ่มความเสี่ยงให้กับเศรษฐกิจและสังคมอย่างมหาศาล”นายอภิสิทธิ์ กล่าว