
'ชวนนท์'อัดรัฐปล้นคลังโปะกู้2ล้านล.
'ชวนนท์' อัดรัฐปล้นคลังหลวงโปะกู้ 2 ล้านล้าน ทำประเทศเสี่ยง สะท้อนภาวะถังแตก ไม่มีใครให้กู้ เหตุต่างชาติไม่มั่นใจ ปลุกแบงก์ชาติลุกปกป้องผลประโยชน์ชาติ
8 ต.ค. 56 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่นายอำพน กิตติอำพน ประธานกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย มีแนวคิดนำเงินบางส่วนจากกองทุนสำรองระหว่างประเทศไปตั้งกองทุนมั่งคั่งแห่งชาติ และบางส่วนไปลงทุนในโครงการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ว่า ถือเป็นเรื่องที่มีความเสี่ยง และผิดวัตถุประสงค์ เพราะเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ถือเป็นการสร้างความมั่นคง-เชื่อมั่นของประเทศ หากนำออกไปใช้ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อสกุลเงินบาท โดยเฉพาะโครงการจากการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ที่ยังไม่มีการประเมินความคุ้มค่าคุ้มทุน
"สะท้อนให้เห็นถึงภาวะที่รัฐบาลถังแตก รวมทั้งไม่สามารถหาแหล่งเงินกู้ ถึงต้องมาล้วงเงินคงคลัง เพราะล่าสุดธนาคารโลกปรับลดอันดับการขยายตัวของประเทศจาก 5.3% ลงเหลือ 4% ส่งออกปีนี้เหลือ 2.5% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ต่ำมาก และนั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ต่างชาติไม่กล้าให้กู้ ดังนั้นการเตรียมนำเงินคงคลังออกมาใช้จึงเป็นการหมกเม็ดปล้นคลังหลวงของประเทศ จึงอยากให้เรียกร้องให้ออกมาชี้แจง และขอเรียกร้องให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่มีความเป็นมืออาชีพสูงยืนยันปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ที่ผ่านมาท่าทีของรัฐบาลยังกลับไปกลับมาเกี่ยวกับเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท จากเดิมที่จะเคยระบุว่าจะเกิดการเงินกู้เงินภายในประเทศส่วนใหญ่ แต่ต่อมาก็กลับมาระบุว่าจะกู้เงินจากต่างประเทศ 40% ก่อนจะมีการพูดถึงแนวคิดที่จะนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมาใช้ จึงถือเป็นความเสี่ยงต่ออนาคตเศรษฐกิจของประเทศ"
บี้ 'นายกฯ' รับผิดชอบแท็บเล็ตเสียหาย 30%
นายชวนนท์ แถลงถึงเครื่องแท็บเล็ตที่แจกให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ชำรุดเสียหาย จนต้องส่งซ่อมแล้วประมาณ 30% หรือประมาณ 2.58 แสนเครื่อง จากจำนวนทั้งหมด 8.6 แสนเครื่อง และบริษัทรับซ่อมแซมและดูแลเครื่องกับบริษัท ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขหลังการขายที่ทำสัญญาไว้ 2 ปีได้ ว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นแบ่งเป็นสองส่วน คือ 1. เครื่องแท็บเล็ตไม่มีคุณภาพ และ 2. ไม่มีศูนย์ซ่อมตามที่ระบุไว้ในสัญญาชัดเจน ซึ่งรัฐบาลไทยได้เคยทำไว้กับบริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ไซแอนทิฟิก ดีเวลลอปเมนต์ ผู้จัดหาเครื่องแท็บเล็ต หากไม่ทำตามสัญญาก็จะต้องมีการฟ้องร้องความเสียหายที่เกิด
"หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ดำเนินการปกป้องผลประโยชน์ประเทศ ก็จะเอาผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต่อไป"
ด้าน น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกมาชี้แจงว่าจะรับผิดชอบอย่างไรกับกรณีที่ทางสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบพบว่ามีแท็บเล็ตเสียหาย 30% หรือประมาณ 2.58 แสนเครื่อง เพราะถือเป็นความเสียหายจากนโยบาย และทางพรรคประชาธิปัตย์ได้เปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียนหากโรงเรียนหรือผู้ปกครองที่มีปัญหาเกี่ยวกับแท็บเล็ตก็ขอให้ส่งมายังพรรคประชาธิปัตย์เพื่อจะได้รวบรวมส่งต่อให้สตง. ต่อไป



