ข่าว

'ภราดร'ชี้ไร้เงื่อนไขล้มรัฐบาล

'ภราดร'ชี้ไร้เงื่อนไขล้มรัฐบาล

08 ต.ค. 2556

'เลขาฯสมช.' เผยจับตา '56 องค์กร' ชุมนุมม.รังสิต 13 ต.ค.นี้ มั่นใจรับมือ 'กปท.' ได้ เผยปชช.บ่น ปิดถนนทำเดือดร้อน ยันยังไม่ต้องใช้กม.พิเศษ ชี้ไร้เงื่อนไขล้มรบ.

 

                              8 ต.ค. 56  พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มต่างๆ บริเวณรอบทำเนียบรัฐบาลว่า ตอนนี้สถานการณ์ยังอยู่ในภาวะที่สามารถควบคุมได้ แต่ก็ไม่ประมาทและระมัดระวัง เพราะผู้ชุมนุมที่เดือดร้อนจริงๆ ที่มา รัฐบาลก็เคลียร์ด้วยการพูดคุยกันเรียบร้อยแล้วชัดเจน ก็ทยอยกลับ ก็จะเหลือเพียงกลุ่มเดียว คือ กลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ตอนนี้ก็ต้องเร่งทำความเข้าใจ เพราะส่งผลกระทบต่อการจราจรติดขัด และผู้นำประเทศจีน กำลังจะเดินทางมาประเทศไทย ทั้งนี้ในเรื่องของการจราจร เริ่มมีประชาชนบ่นถึงความเดือดร้อน ซึ่งทาง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กำลังจัดการอยู่

                              ผู้สื่อข่าวถามว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงได้รายงานให้ทราบหรือไม่ว่า จะมีการประสานกับแกนนำผู้ชุมนุมทางภาคใต้ให้ขึ้นมาสมทบ เลขาธิการสมช. กล่าวว่า ได้ติดตามอย่างใกล้ชิดแล้วว่ายังไม่มีการเคลื่อนตัว ตอนแรกเราก็ดูว่ามีความสัมพันธ์กันหรือไม่ ระหว่างกลุ่มที่สวนลุมพินี กับกลุ่มพันธมิตรฯ และท่าพระอาทิตย์ และผู้ชุมนุมเกษตรกรชาวสวนยางที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เมื่อได้พูดคุยกันแล้วทราบมาว่ายังไม่มีการขับเคลื่อนมารวมกัน

                              "แต่ต้องคอยจับตาดู ประมาณวันที่ 13 ต.ค. ที่จะมี 56 องค์กร ที่มหาวิทยาลัยรังสิต ก็ต้องดูด้วยว่า จะมีความสัมพันธ์กับตรงนี้หรือไม่ ทั้งนี้เบื้องต้นผู้ชุมนุมมีความระมัดระวัง เพราะมีบทเรียนการชุมนุมจากอดีต และคาราคาซังจากคดีอยู่ เพราะฉะนั้นการเคลื่อนไหวตรงนี้ เดี๋ยวเกิดมีการไปร้องศาล หากศาลถอนหมายจับก็จะเป็นปัญหาอีก เช่น กรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็ยังระวังตัว เขาคงไม่ห้ามคนอื่น แต่ไม่ขอยุ่งเกี่ยว เพราะยังมีหมายศาล อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลเจรจากับกลุ่ม กวป.แต่เขาไม่ยอมไป เราก็ยังต้องพยายามกันต่อไปก่อน และดูทุกอย่างว่า ณ ตอนนี้เขาเกินความสมควรหรือยัง เช่น ทำให้การจราจรติดขัดมากเกินไป มีผลกระทบต่อการใช้ทางสาธารณะ เราก็จะดูไปโดยใช้กฎหมายจากเบาไปหาหนัก แต่สถานการณ์ตอนนี้การประเมินไปถึงตรงนั้น ก็ยังไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องใช้กฎหมายพิเศษ ยังใช้กฎหมายธรรมดาได้"

                              ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่กลุ่ม กปท. เปลี่ยนยุทธวิธีในการเคลื่อนมายังทำเนียบฯ โดยที่รัฐบาลยังไม่ทันตั้งตัว พล.ท.ภราดร กล่าวว่า "การเคลื่อนไหวของเขาเราพอทราบก่อนอยู่แล้ว ดังนั้นแม้ไม่กังวลใจ แต่ก็ไม่ประมาทเพราะยังไม่รู้ว่า เขาจะจูงใจมวลชนมาได้มากน้อยแค่ไหน แต่เราขอสื่อกลับไปว่า ประชาชนต้องฟังหูไว้หูให้ดีๆ ต้องตั้งสติให้ดีๆ ว่าการที่จะมาร่วมนั้น เป็นเงื่อนไขอะไร อย่างไรเพียงพอหรือไม่ เพราะสถานการณ์ตอนนี้ไม่มีเงื่อนไขเพียงพอที่จะดำเนินการอะไรกับรัฐบาล และรัฐบาลก็ยังทำงานตามปกติได้อยู่ ถ้าจะมีการทุจริตคอร์รัปชั่นก็ต้องชัดเจน และมีกลไกขององค์กรอิสระที่พร้อมจะดำเนินการกับรัฐบาล เพราะฉะนั้นตรงนี้ไม่ต้องไปกังวลใจ แต่ต้องฟังอย่างมีเหตุผล"

                              ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่ม กปท.ระบุถึงวันที่ 8 ต.ค.ตามที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เคยพูดถึงหรือไม่ เลขาธิการสมช. กล่าวว่า "ก็คงเป็นความเชื่อของเขาและสถานการณ์ที่ผ่านมา มีสิ่งเหล่านี้สะสมและคิดว่าจะมาบรรจบกัน แต่ระหว่างที่มานั้นกระบวนการต่างๆ เหล่านั้นไม่มาตามที่ควรจะเป็น ก็เลยทำให้เงื่อนไขเหล่านี้หมดไป แต่ก็ยังมีบางกลุ่มที่เชื่ออยู่" ผู้สื่อข่าวถามถึงมาตรการณ์ป้องกัน กลุ่มที่อยู่นอกพื้นที่ไม่ให้เข้ามาร่วมชุมนุม พล.ท.ภราดร กล่าวว่า มีการสื่อสารทางการข่าวตลอดเวลา ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับทางจังหวัด ที่เราเกรงว่าจะมีมวลชนมารวมกัน แต่ไม่ถึงกับสกัด โดยต้องมีการทำความเข้าใจกันก่อน เพราะเราเคารพการเคลื่อนไหวตามสิทธิของรัฐธรรมนูญ

 

 

เผยถกร่วม 'บีอาร์เอ็น' ครั้งต่อไป ไทยเตรียมยื่นข้อเสนอ 3 ข้อ

 

                              พล.ท.ภราดร กล่าวถึงความคืบหน้าเงื่อนไข 5 ข้อ ที่กลุ่มบีอาร์เอ็นยื่นมาว่า ในหลักการยังยึดหลักที่ว่าต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญไทย และไม่มีการแบ่งแยกดินแดน ซึ่งหากเงื่อนไขที่บีอาร์เอ็นยื่นมาไม่ขัดกับ 2 ข้อนี้ เราก็พร้อมที่จะพูดคุย แล้วค่อยมาลงในเนื้อหารายละเอียด ซึ่งเงื่อนไขส่วนใหญ่ที่บีอาร์เอ็นยื่นมาเป็นเรื่องอนาคตทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามสิ่งที่เราเป็นห่วงมากที่สุด คือ ข้อ 4. เรื่องสิทธิมลายูปัตตานี และสิทธิกำหนดใจตนเอง ซึ่งตรงนี้ทางบีอาร์เอ็นได้สื่อสารมาแล้วว่าข้อดังกล่าวจะเริ่มพูดคุยกันก็ต่อเมื่อการเจรจาทั้ง 2 ฝ่ายมีเสถียรภาพ ต้องมีความไว้วางใจให้มากกว่านี้ ตรงนี้ยังคงเป็นเพียงแค่กรอบที่วางไว้เท่านั้น

                              ผู้สื่อข่าวถามว่า เท่าที่พิจารณาตอนนี้มีข้อใดบ้างที่เราจะสามารถปฏิบัติได้ เลขาธิการสมช. กล่าวว่า ความจริงการปฏิบัติเราได้ปฏิบัติมาอยู่แล้ว เพียงแต่วิ่งที่หยิบมาช่วงนี้ก็เพื่อให้เกิดความชัดเจนขึ้นเท่านั้น และที่ผ่านมาถือว่าได้ทำไปทุกข้อแล้ว เช่น เรื่องของการปล่อยตัวผู้ต้องหาเราเองได้ยึดหลักนิติธรรมอยู่แล้ว มีการลดโทษ หรือย้ายสถานที่กุมขังจากกรุงเทพฯมายังในพื้นที่ หรือกรณีของการออกหมายจับ เราก็ได้สื่อสารไปแล้วพร้อมที่จะทำให้ เพียงแต่ผู้ต้องหายังไม่เข้ามามอบตัวเท่านั้น ถ้าเข้ามามอบตัวเราก็จะบอกได้ว่า หลังจากการสืบสวนสอบสวนจะฟ้องหรือไม่ฟ้องก็ว่ากันไป หรือถ้าศาลสั่งให้ฟ้องสามารถที่จะให้ประกันตัวได้

                              พล.ท.ภราดร กล่าวว่า "ข้อเสนอบางเรื่องเราไม่ได้มองว่าสุดโต่งเกินไป แต่เราต้องมาคุยกัน ขณะนี้เรามองเห็นประเด็นแล้วว่าเขาต้องการอะไร ซึ่งเราพร้อมที่จะพูดคุยด้วย ซึ่งเรื่องนี้ที่สุดแล้วจะต้องมีการพูดคุยกันในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. และในการเจรจาครั้งต่อไปเราจะมีการยื่นข้อเสนอกลับไป 2-3 ข้อ ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ขณะนี้ทาง กอ.รมน.กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่"

                              ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการที่กลุ่มบีอาร์เอ็นจะวางอาวุธภายในปี 57 หากทางฝ่ายไทยรับข้อเสนอ 5 ข้อนี้ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ต้องไปพูดคุยกัน ว่าสิ่งที่เขาพูดสามารถทำได้ และสามารถสร้างความมั่นใจให้เราได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะเหตุที่เกิดขึ้นในพื้นที่ขณะนี้ ต้องมาดุว่าเกิดขึ้นจากสาเหตุอะไร และกลุ่มใด