
'กปท.'ปักหลักชุมนุมข้างทำเนียบ!
'กปท.'ปักหลักชุมนุมข้างทำเนียบ เตรียมแถลงท่าที 10.00 น. หลังกองหนุนเข้าพื้นที่ไม่ได้ ด้าน'ผบ.ตร.'เข้ารายงานสถานการณ์ม็อบ
8 ต.ค.56 เมื่อเวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ซึ่งปักหลักอยู่บน ถ.พิษณุโลก ด้านข้างทำเนียบรัฐบาล โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจวางกำลังป้องกันอยู่สองจุดคือ บริเวณสะพานชมัยมนุเชฐ และบริเวณแยกมิสกวัน เพื่อจำกัดพื้นที่การชุมนุมให้อยู่เพียงบน ถ.พิษณุโลกเท่านั้น อย่างไรก็ตามการจราจรบริเวณอื่นสามารถเปิดให้สัญจรได้ตามปกติ ทั้งนี้ผู้ชุมนุมได้ตั้งรถปราศรัยขนาดใหญ่ กลุ่มผู้ชุมนุมส่วนใหญ่นั่งหลบร้อนใต้ต้นไม้ และมีผู้เข้าร่วมบางตา
ด้านนายไทกร พลสุวรรณ แกนนำ (กปท.) เปิดเผยว่าเวลา 10.00 น.จะแถลงท่าทีอีกครั้ง เนื่องจากผู้ชุมนุมไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ อย่างไรก็ตาม การชุมนุมที่สวนลุมพินีจะยังคงดำเนินต่อไปเนื่องจากเคลื่อนขบวนเข้าทำเนียบไม่ได้
สถานณ์การม็อบรอบทำเนียบฯ
เมื่อเวลา 07.30 น. ที่ทำเนียบ ประตู 3 และประตู 4 ปิดทำการ เนื่องจากการชุมนุมของกลุ่ม กปท.โดยมีกำลังตำรวจปราบจราจลรักษาการณ์เข้ม ส่วนถนนพิษณุโลก ปิดการจราจรตั้งแต่แยกสวนมิสฯ ไปถึงสะพานชมัยฯ รถเครื่ิองเสียงเป็นเวที ไม่มีกิจกรรมหลัก โดยมวลชนส่วนใหญ่ทานอาหาร ส่วนแกนนำยังไม่ปรากฎตัว ในขณะที่แยกสวนมิกฯ และแยกพานิชย์ มีการวางแผงเหล็กปิดกั้น โดยมีกำลังตำรวจปราบจลาจลยืนรักษาการณ์หลังแฝงเหล็ก ด้านถนนราชดำเนิน การจราจรปกติ
โดยมียอดผู้ชุมนุมประมาณ 200 คน
ระดม"15 กองร้อย"คุ้มกันทำเนียบฯ "ผบ.ตร." เข้ารายงานสถานการณ์ม็อบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ที่ตึกสำนักเลขาธิการธิการคณะรัฐมนตรี(สลค.) ทำเนียบรัฐบาลมีการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ตามปกติทุกวันอังคาร โดยมี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมแทนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่ติดภารกิจในการเดินทางไปประชุมเอเปคและอาเซียนซัมมิท ทั้งนี้ก่อนการประชุมครม.นั้น มีพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) เข้ารายการสถานการณ์การชุมนุมต่อพล.ต.อ.ประชาให้รับทราบด้วย
โดยบรรยากาศการประชุมในวันนี้เป็นไปท่ามกลางการชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมกองทัพประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณ(กปท.) ที่ปักหลักค้างแรมชุมนุมด้านหน้าทำเนียบรัฐบาลฝั่งถนนพิษณุโลกตั้งแต่เมื่อวานต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้และไม่มีท่าทีว่าจะยุติการชุมนุมเมื่อใด จึงทำให้การรักษาความปลอดภัยที่ทำเนียบรัฐบาลในวันนี้เป็นไปอย่างเข้มข้นกว่าปกติ โดยมีการปิดประตูทางเข้าที่สะพานชมัยมรุเชษฐและประตู 4 (ฝั่งถนนพิษณุโลก) เนื่องจากเป็นจุดที่มีการชุมนุม และเปิดให้รถยนต์และบุคคลเข้าได้ทางประตูอรทัย(ด้านข้างพาณิชยการพระนคร) และประตู 6 หรือประตูน้ำพุ(ถนนราชดำเนิน) โดยในส่วนของรถยนต์ต้องมีสติ๊กเกอร์ของทำเนียบรัฐบาลเท่านั้น ส่วนบุคคลสามารถแลกบัตรเข้ามาได้ตามปกติ
นอกจากนี้ ยังมีการเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากนครบาลและชุดปราบจลาจลจากตำรวจภูธรภาค 1 และภาค 2 ซึ่งมีการเตรียมกำลังไว้กว่า 15 กองร้อย เพื่อดูแลรอบทำเนียบรัฐบาลทั้งด้านในและด้านนอก และยังมีการเตรียมอุปกรณ์ควบคุมฝูงชน รถควบคุมฝูงชน ทั้งเครื่องขยายเสียง รถควบคุมผู้ต้องขัง เตรียมพร้อมด้านในรั้วทำเนียบรัฐบาลด้วย
แจ้งปิดถนนรอบทำเนียบ คุมเข้มความปลอดภัยม็อบ จับตามือที่ 3 ป่วน
พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงศักดิ์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานด้านการจราจร และโฆษกนครบาล แจ้งประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางการจราจรโดยรอบทำเนียบรัฐบาล โดยให้ไปใช้เส้นทางอื่นแทน เนื่องจากมีการชุมนุมของกลุ่มกองทัพธรรมเคลื่อนขบวนมาปักหลักชุมนุมในช่วงค่ำวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา บชน. มีความจำเป็นต้องตั้งจุดตรวจคุมเข้มรักษาความสงบเรียบร้อยและดูแลความปลอดภัยพื้นที่ที่มีการชุมนุมและเข้มงวดตรวจตราบุคคลเข้าออกอย่างละเอียดเกรงว่า จะมีมือที่ 3 เข้าแทรกแซงสถานการณ์ทำให้เกิดความวุ่นวายได้จึงแจ้งปิดการจราจรเส้นทางโดยรอบทำเนียบรัฐบาล 3 จุดด้วยกันคือ 1.ถนนศรีอยุธยา ตั้งแต่บริเวณแยกวัดเบญจฯ จนถึงลานพระบรมรูปทรงม้าและถนนพระราม 5 จากแยกวัดเบญจฯ ถึงแยกพานิชย์เชิงสะพานชมัยมรุเชรษฐ์
2.ถนนราชดำเนินนอกจากแยกสวนมิกสกวันถึงสะพานมัฆวานรังสรรค์ และ 3.เส้นทางถนนพิษณุโลกจากแยกยางเลิ้งจนถึงหน้าทำเนียบรัฐบาลเชิงสะพานชมัยมรุเชรษฐ์ จึงประกาศมาให้ทราบทั่วกันและขออภัยในความไม่สะดวก ทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชนและตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ตรึงกำลังรอบพื้นที่ดูแลความสงบเรียบร้อยผลัดหมุนเวียนกันทำหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมงจนกว่าจะยุติการชุมนุมโดนภาพรวมสถานการณ์ทั่วไปตั้งแต่ช่วงค่ำที่ผ่านมาจนถึงเช้าวันนี้ยังปกติไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นแต่อย่างใด



