
'พานทองแท้'เล่นการเมืองต้องเมื่อพร้อม
'พานทองแท้'เล่นการเมืองต้องเมื่อพร้อม : อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิรายงาน
กระแสข่าวการเตรียมส่ง "พานทองแท้ ชินวัตร" บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และเจ้าของพรรคเพื่อไทยตัวจริง เรียกว่าไม่ได้เหนือความคาดหมายแต่อย่างใด
เป็นที่รู้กันว่าไม่ช้าก็เร็ว "พานทองแท้" ก็ต้องลงมาเล่นการเมืองด้วยตัวเอง ในฐานะทายาททางการเมือง และ "ทักษิณ" จะไว้ใจใครได้มากไปกว่านี้ ซ้ำยังจะเป็นการตอกย้ำแบรนด์ "ชินวัตร" ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นเข้าไปอีก
หากจับกระแสการเมืองที่มีความเคลื่อนไหวแปลกๆ ไม่ว่าจะเป็นข่าวการปรับ ครม. ความไม่แน่นอนของสถานภาพนายกฯ จากคดีความต่างๆ และหากต้องยุบสภาในเร็ววันงานนี้ "เพื่อไทย" จะขยับได้อย่างไร
เมื่อลงตรวจแถวตระกูล "ชินวัตร" จะพบว่าแต่ละคนมีจุดดีจุดแข็งต่างกันไป อย่าง "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" แม้จะเป็นถึงนายกฯ และเรตติ้งยังไม่ตกมากนัก แต่ด้วยผลงานรัฐบาลที่ต้องยอมรับว่าดิ่งเหว ไม่มีอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน โครงการรับจำนำข้าวก็รับซื้อจากชาวนาสูงกว่าราคาในตลาดโลกหลายช่วงตัว โครงการประชานิยมต่างเต็มไปด้วยปัญหารอวันแผลแตก ดังนั้น หากจะดันต่อไปภาพอาจจะไม่สวยมากนัก อีกทั้งวันนี้ "นายกฯ ปู" ดูจะไม่ค่อยอยู่ในอาณัติเท่าที่ควร
อีกคนที่ขณะนี้ถูกมองเป็น "นายกฯ สำรอง" คือ "เจ๊แดง" เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ นี่ถือเป็นสายตรงเช่นกัน เพราะเป็นน้องสาว "ทักษิณ" และเป็นพี่สาว "ยิ่งลักษณ์"
"เจ๊แดง" ในวันนี้บารมีไม่น้อยสยายปีกไปทั่วทั้งการเมืองและธุรกิจ ความสามารถคงไม่ต้องพูดถึง แต่เรื่องเชิงธุรกิจอาจจะกลายเป็นจุดอ่อน โดยเฉพาะ "โครงการรับจำนำข้าว" ซึ่งหนึ่งในข้อกล่าวหาหลักที่ทำให้โครงการมีปัญหา ก็วนเวียนอยู่รอบตัวเธอนั่นเอง
ส่วนมือรองอย่าง "พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์" แม้มีศักดิ์เป็น "พี่เมีย" ของ "ทักษิณ" ซ้ำหากเทียบระดับความสามารถแล้ว ยังเคยผ่านงานบริหารระดับสูงอย่าง "ผบ.ตร." แต่ด้านความไว้วางใจยังห่างชั้นจากคนอื่นมากนัก
งานนี้ไม่ว่าช้าหรือเร็ว "พานทองแท้" ต้องขึ้นมาเล่นการเมืองด้วยตัวเอง แต่คำถามคือนาทีนี้เหมาะสมหรือยัง ภาพของเขานั้นในวันนี้ แม้จะเริ่มคาบเกี่ยวเข้ากับการเมืองแล้ว โดยออกมาตอบโต้ทางการเมืองรวมถึงการลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้าน
แต่ที่ต้องไม่ลืมคือ ภาพที่ติดตาคนทั่วไป สำหรับ "พานทองแท้" นั้นยังอ่อนพรรษาทางการเมือง แม้ว่าจะมีอายุถึง 34 ปีแล้วก็ตาม กระทั่งการโต้ตอบทางการเมืองในโซเชียลมีเดียก็ยังแสดงให้เห็นว่า "โอ๊ค" ต้องกระดูกการเมืองให้แกร่งกว่านี้
หากเขาจะเล่นการเมืองในฐานะแกนนำก็ต้องประกอบสร้างความเป็นผู้ใหญ่ให้มากกว่านี้ ที่สำคัญต้องลับฝีมือตัวเองให้มากกว่านี้ เพราะที่ผ่านมาเขายังไม่ผ่านงานบริหารอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน หรือมีผลงานอะไรเป็นที่ประจักษ์
ยิ่งประกอบกับภาวะสไตล์การทำงานแบบ "ทักษิณ" ที่จะไม่เปิดตัวใครจนกว่านาทีสุดท้าย เพราะยิ่งเปิดเร็วยิ่งหมายถึงเป็นเป้าเร็วและบอบช้ำเร็ว
กระแสข่าวครั้งนี้จึงเป็นเพียงการเกริ่นเพื่อเช็กกระแส หรือไม่ ก็เป็นเพียงการเตรียมสร้างตัวเท่านั้น ยังไม่ถึงเวลาที่จะปล่อยลงสนามจริง เพราะทั้งในฐานะ "พ่อ" และ "ผู้มีบารมีทางการเมือง" คงจะตัดสินใจส่งลงเมื่อพร้อมจริงๆ เท่านั้น
เพราะมิเช่นนั้นอาจจะไม่มีที่ยืนทั้งพ่อทั้งลูก เพราะการส่งสายตรง "ชินวัตร" ลงอีกรุ่น มุมหนึ่งอาจจะได้เสียงแฟนพันธุ์แท้ แต่อีกมุมหนึ่งย่อมหมายถึงการสืบทอดอำนาจทางสายเลือด
......................
(หมายเหตุ : 'พานทองแท้'เล่นการเมืองต้องเมื่อพร้อม : อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิรายงาน)



