
นนท์ผวา!เจ้าพระยาหนุนสูง
'นนทบุรี'เขตเมืองผวา!เจ้าพระยาหนุนสูง ด้าน'สมนึก'ระดมคนงานวางกระสอบทรายเสริมแนวป้องกันน้ำ สระแก้วยังอ่วมมวลน้ำจากเขมรหนุนสูง
7 ต.ค.56 นายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศบาลนครนนทบุรี อ.เมือง จ.นนทบุรี เปิดเผยว่า ภาวะน้ำทะเลหนุนสูง จนทำให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น จนเอ่อเข้ามาในพื้นที่แนวป้องกันของเทศบาลนครนนทบุรี ทางเทศบาลได้ระดมคนงานนำกระสอบบรรจุทรายมาวางเสริมแนวป้องกันน้ำให้สูงขึ้นอีก เพราะเกรงว่าน้ำจะเพิ่มระดับขึ้น นอกจากนี้ ยังได้นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่มาติดตั้งเพื่อเร่งสูบน้ำที่ไหลทะลุแนวป้องกันออกสู่แม่น้ำเพื่อให้กลับมาใช้พื้นที่ได้ตามปกติ
"เทศบาลนครนนทบุรี ได้มีการเตรียมป้องกันน้ำไว้แล้ว โดยมีการวางแนวกระสอบทรายตลอดริมฝั่งท่าน้ำนนท์ และคอยเฝ้าระวังตลอดเวลา โดยเมื่อคืนที่วันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา จากการวัดระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาพบว่า มีระดับสูง 2.07 เซนติเมตร ส่วนเช้าวันที่ 7 ต.ค.นี้ น้ำได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนมาอยู่ที่ระดับ 2.30 เซนติเมตร ทำให้น้ำลันทะลักเข้ามาในพื้นที่เศรษฐกิจ ซึ่งก็ได้เร่งให้คนงานนำกระสอบทรายมาวางเพิ่มให้สูงขึ้นอีกพร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งสูบน้ำที่ทะลักเข้ามาออกให้หมด โดยเร็ว ช่วงนี้เป็นช่วงน้ำทะเลหนุนสูงจึงต้องเฝ้าระวังตลอดเวลา " นายสมนึก กล่าว
ทหารช่วยชาวนาเกี่ยวข้าวหนีน้ำ
จากสถานการณ์น้ำท่วมข้าวในพื้นที่บ้านตาลสุวรรณ หมู่ 4 ตำบลดอนทอง อำเภอเมืองพิษณุโลก นายวีระชัย สายต่างใจ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานเกษตรจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย นายสมัคร ใบยา นักวิชาการเกษตรชำนาญการ ได้ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ในการช่วยเหลือเกษตรกร ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมนาข้าวได้รับความเสียหาย
โดยวันนี้กองพลทหารราบที่ 4 ร่วมกับศูนย์ป้องกันภัยอำเภอเมือง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. ได้ลงพื้นที่ประสบภัย ที่มีนาข้าวถูกน้ำท่วมขัง จำนวนกว่า 500 ไร่ ต้นข้าวอายุใกล้เก็บเกี่ยวหากทิ้งไว้นานเกษตรกรก็จะได้รับความเสียหาย จึงได้นำกำลังทหารออกช่วยชาวบ้านเกี่ยวข้าวหนีน้ำในครั้งนี้ ทั้งนี้จากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพิษณุโลก มีพื้นที่ประกาศภัยพิบัติน้ำท่วมแล้วทั้งสิ้น 8 อำเภอ มีนาข้าวได้รับผลกระทบ กว่า 7 หมื่นไร่
ชาวอ่างทองเริ่มเจอภาวะน้ำเน่า
สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดอ่างทองในตอนนี้หลายพื้นที่เริ่มคลีคลายระดับน้ำเริ่มลดลงแต่น้ำที่ท่วมบ้านเรือนประชาชนในอีกหลายพื้นที่ก็ยังมีระดับสูง ซึ่งตอนนี้หลังจากประชาชนในจังหวัดอ่างทองที่ถูกน้ำท่วมมากหลายวันเริ่มได้รับผลกระทบจากน้ำเน่าแล้ว ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบยังบริเวณหมู่ที่ 6 ต.บ้านแห อ.เมือง หลังรับแจ้งว่าต้อนนี้ประชาชนกำลงได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากน้ำได้เน่าและเหม็นที่สำคัญมียุงชุมมาก หลากจากลงสำรวจพบว่าน้ำบริเวณดังกล่าวมีสีดำมีกลิ่นเหม็นประชาชนต่างเริ่มน้ำเครื่องสูบน้ำจาก อบต.บ้านแหมาทำการสูบน้ำออกเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เร่งระบายออกจากเขื่อน
นายอัฎพร ปัญญาโฉม ผู้อำนวยการส่งน้ำและบำรุงรักษาสำนักงานชลประทานที่ 10จังหวัดลพบุรี เปิดเผยว่า สำหรับสถานการณ์น้ำไหลเข้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์จังหวัดลพบุรี ในขณะนี้ถึงแม้ว่าระดับน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนจะลดจำนวนอย่างต่อเนื่องมา3วันแล้วแต่จำนวนน้ำที่ไหลเข้าก็ยังมีประมาณมากกว่าน้ำที่ระบายออก โดยขณะนี้น้ำที่ไหลเข้าเขื่อนป่าสักอยู่ที่ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 972.75ลบ.ม./วินาที หรือ 84.05 ล้าน ลบ.ม./วันขณะที่ปริมาณการระบายน้ำออกจากเขื่อนป่าสัก ณ เวลา06.00น.เท่ากับ 700.63 ลบ.ม./วินาที หรือ 60.53 ล้าน ลบ.ม./วัน ซึ่งยังมีปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามากกว่าไหลออกอยู่ที่วันละกว่า20ล้าน.ลบ.ม./วัน
ทางผู้อำนวยการจัดสรรน้ำและบำรุงรักษาสำนักงานชลประทานที่ 10บอกต่อว่า ระดับน้ำสะสมที่มีมากในขณะนี้จึงยังจำเป็นที่ทางเขื่อนป่าสักต้องมีการระบายน้ำออกในระดับ 700.63 ลบ.ม./วินาที หรือ 60.53 ล้าน ลบ.ม./วัน ต่อไปซึ่งก็จะทำให้เขื่อนยังต้องรับภาระน้ำตกค้างอยู่ที่วันละกว่า 20ล้าน.ลบ.ม./วันอยู่ ซึ่งก็จะทำให้น้ำในอ่างเอ่อล้นอย่างนี้ต่อไป
น้ำท่วมสระแก้วยังอ่วม หวั่นกระทบสะพานมิตรภาพไทย-เขมร
บรรยากาศสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.สระแก้ว บนถนนทางหลวง สาย359อรัญประเทศ-เขาหินซ้อน บริเวณ ต.สระขวัญ อ.เมือง จ.สระแก้ว ระดับน้ำท่วมยังคงสูงขึ้นระดับน้ำบนผิวถนนสูงกว่า 50 ซม.รถยังไม่สามารถวิ่งผ่านไป-มาได้ และถนนสุวรรณศร ทางหลวงหมายเลข 33 สายกบินทร์บุรี-สระแก้ว บริเวณหน้าศูนย์ฮอนด้า เขตเทศบาลเมืองสระแก้ว อ.เมืองสระแก้ว ซึ่งเป็นถนน4เลน มีน้ำท่วมสูงประมาณ 50 ซม.ยาวประมาณ 1 กม.รถยังไม่สามารถวิ่งผ่านไป-มา ได้ทำให้สถานการณ์ขณะนี้รถยนต์จาก จ.สระแก้ว ไป กทม.และจาก กทม.จะเข้า จ.สระแก้ว รถยนต์ยังไม่สามารถวิ่งผ่านได้ และรถยนต์จาก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จะไป จ.ฉะเชิงเทรา โดยใช้เส้นทางอรัญประเทศ-เขาหินซ้อน รถยนต์ยังไม่สามารถวิ่งผ่านไปได้ โดย จนท.ตร.ทางหลวง และ ตร.สภ.เมืองสระแก้ว ได้เปิดเส้นทางลัดโดยให้รถยนต์ทุกชนิดต้องวิ่งเข้าไปใช้เส้นทางพื้นที่ราบเชิงเขา เส้นน้ำตกปางสีดา แล้วลัดไปออกเขต สภ.เขาสิงโต อ.เมือง จ.สระแก้ว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนที่สัญจรผ่านไป-มา ได้ใช้ชั่วคราว
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในตลาดเทศบาลเมืองอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ขณะนี้มวลน้ำในคลองพรหมโหด ที่ผ่านพื้นที่ อ.อรัญประเทศฯได้สูงขึ้นเรื่อยๆทำให้มวลน้ำไหลทะลักเข้าท่วมตลาดเทศบาลเมืองอรัญประเทศ แล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ระดับน้ำท่วมสูงตั้งแต่ 50 ซม.- 1.50 ซม.โดยเฉพาะบ้านเรือนราษฎรที่อยู่ริมคลองพรหมโหด น้ำจะท่วมสูงกว่า 1.50 ซม.ชาวบ้านไม่สามารถอยู่ได้ต้องอพยพไปอยู่บ้านญาติ และที่จุดช่วยเหลือของเทศบาลเมืองอรัญประเทศ โดยขณะนี้ระดับน้ำยังคงเพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ ทำให้สถานที่ราชการเช่น สภ.อรัญประเทศ,สำนักงานเทศบาลเมืองอรัญประเทศ,สำนักงานกาชาด, ตม.จว.สระแก้ว ต่างถูกน้ำท่วมสูงกว่า 50 ซม.การเดินทางเข้า-ออก เป็นไปด้วยความละบาก ถนนทุกสายในตลาดเทศบาลเมืองอรัญประเทศ รถเล็กไม่สามารถวิ่งได้
ส่วนด้านความช่วยเหลือ จนท.ทหาร จาก จทบ.สระแก้ว,ตร.สภ.อรัญประเทศ,กกล.บูรพา และ ทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12 พร้อมทั้ง หน่วยกู้ภัยอรัญประเทศ ได้ระดมกำลังพร้อมรถยนต์บรรทุก มาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมทั้งการสัญจรเข้า-ออกพื้นที่ และในการขนย้ายสิ่งของที่ถูกน้ำท่วม
ร.อ.อภินันท์ สงครามชัย ผบ.ร้อย ทพ.1206 ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา(ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 1206 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12 กองกำลังบูรพา)และ พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว ได้รับรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ซึ่งอยู่ตรงข้ามด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว จาก จนท.ตม.ปอยเปต ของกัมพูชา ว่าขณะนี้ในฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ได้เกิดภาวะน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่จากฝนที่ตกหนักมาหลายวัน โดยเฉพาะพื้นที่ติดคลองพรหมโหด ที่ไหลมาจากฝั่งไทยทำให้น้ำไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่กรุงปอยเปต ของกัมพูชา กระแสน้ำจากคลองพรหมโหดบวกกับน้ำฝน ทำให้ภายในกรุงปอยเปต มีน้ำท่วมสูงและมวลน้ำไม่สามารถไหลไปสู่ทะเลสาบโตนเลงสาบในกัมพูชาได้ทำให้มวลน้ำได้ไหลย้อนกลับมาเอ่อสูงขึ้นบริเวณชายแดนฝั่งไทย เกรงว่ามวลน้ำดังกล่าวจะไหลย้อนเข้าสู่ลำคลองคลองลึก ซึ่งเป็นคลองกั้นพรมแดนไทย-กัมพูชา โดยมีสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา เป็นสะพานเชื่อมต่อระหว่างไทยกับเขมร เกรงอาจมีผลกระทบต่อสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา จะทำให้กระทบต่อการท่องเที่ยว การค้าขายตลาดโรงเกลือและการส่งออกสินค้าจากไทยไปกัมพูชา ซึ่งมีมูลค่ามหาศาลรวมกว่าปีละ 3 หมื่นล้านบาท
ต่อมาจนท.ได้เข้าทำการตรวจสอบบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา หน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว พบว่าระดับน้ำในลำคลองคลองลึก ซึ่งเป็นคลองกั้นพรมแดนไทย-กัมพูชา บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา หน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆขณะนี้ใกล้ถึงพื้นสะพานฯขาดประมาณ 30 ซม.น้ำจะท่วมผิวสะพานฯ พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว และ ร.อ.อภินันท์ สงครามชัย ผบ.ร้อย ทพ.1206ฯ ได้ประสาน จนท.ทหารและ จนท.ตม.ปอยเปต ของกัมพูชา ให้ช่วยเร่งระบายน้ำในคลองพรหมโหดฝั่งกัมพูชา ไปสู่ทะเลสาบโตนเลงสาบ โดยเร็วเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเอ่อเข้าท่วมสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในตลาดโรงเกลือ เช้าวันนี้กระแสน้ำที่ไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่การค้าในตลาดโรงเกลือเก่าหรือตลาด อบจ. ได้ลดระดับลงโดยน้ำได้ไหลลงสู่คลองลึก ทำให้ระดับน้ำในตลาดโรงเกลือ เหลือประมาณ 10 ซม.เท่านั้น ร้านค้าในตลาดโรงเกลือ ยังคงเปิดทำการค้าเป็นปกติ นักท่องเที่ยวยังคงเดินทางมาซื้อสินค้าในตลาดโรงเกลือ
น้ำทะลักวัดมะขามปทุมธานีทต.บ้านกลางเร่งเสริมแนวกั้นน้ำ
นายสายัณ นพขำ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ได้นำเจ้าหน้าที่เทศบาลและเครื่องจักรเสริมแนวคันกั้นน้ำที่น้ำตั้งแต่วัดมะขามที่ถูกน้ำผุดใต้พื้นไหลเข้าท่วมพื้นที่รอบวัดเป็นจำนวนมาก ทั้งยังได้เสริมกระสอบทรายสูงขึ้นมาถึง 1 เมตร และตลอดถนนสายในจนถึงต้นถนนติวานนท์ เป็นระยะทาง 2 กิโลเมตร ทางเทศบาลได้นำหินคลุกมาเทลงเสริมถนนยกสูงเป็นคันกั้นน้ำไปในตัว เนื่องจากน้ำได้เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและร้านค้าริมทางสูง5-20 ซม.
อบต.คลองควาย เร่งวางกระสอบทรายกันน้ำท่วมเข้าเจดีย์มอญ
นายสุนันท์ ตาลม่วง นายกอบต.คลองควาย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ขณะนี้ที่วัดเจดีย์ทอง ต.คลองควาย อ.สามโคก ถูกน้ำที่เอ่อล้นจากแม่น้ำเจ้าพระยา เข้าท่วมสูงกว่า 30 ซม. โดยภายในวัดมีเจดีย์ทอง แบบรามัญ อายุมากกว่า 160 ปี เป็นปูชนียสถานของทางอำเภอสามโคก ขณะนี้ทางอบต.ได้เข้าช่วยเหลือทางวัดเจดีย์ทอง โดยได้ทำแนวกระสอบทรายกั้นน้ำไม่ให้เข้าท่วมเจดีย์ และได้เตรียมทำสะพานไม้เข้ามาที่วัด เพื่อให้ชาวบ้านในละแวกวัดได้ใช้เดินทางเข้าออกได้สะดวกขึ้น
ห้วยสัตว์ใหญ่หัวหินวิกฤตหลังน้ำป่าภูเขาทะลักต้นไม้หักโค่น
ความคืบหน้าน้ำท่วมในอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ขยายวงกว้างลุกลามมาถึงพื้นที่ชายแดนไทย/พม่า บริเวณตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ แฃะตำบลบลบึงนคร อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งถือว่าพื้นที่ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ กำลังเข้าสู่สภาวะวิกฤต โดยทางนางสุนันทา พิมพ์ไทย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ ได้ประกาศให้ชาวบ้านในพื้นที่ราบลุ่มบริเวณริมแม่น้ำปราณบุรี ผ่านหอกระจายข่าวของหมู่บ้าน ให้เตรียมเก็บข้าวของและพร้อมอพยพมาอยู่บนพื้นที่ปลอดภัยที่จัดไว้ไม่ว่าจะเป็น บริเวณที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ และพื้นที่สูงที่มีความปลอดภัย หลังจากฝนได้ตกหนักติดต่อกันมาเป็นวันที่สามจนช่วงเช้าวันนี้ น้ำป่าได้ไหลทะลักมาจากเทือกเขาตะนาวศรี และทางภูเขาแม่น้ำปากทวารในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นทั้งต้นแม่น้ำเพชรบุรีแม่น้ำปราณบุรี โดยน้ำป่าได้ไหลทะลักทั้งลงสู่น้ำตกป่าละอูแหล่งท่องเที่ยวของอำเภอหัวหิน จนต้องประกาศปิดห้ามนักท่องเที่ยวเข้าไปเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
ในขณะที่น้ำป่ายังได้ไหลทะลักลงสู่แม่น้ำปราณบุรี ที่ไหลผ่านหมู่บ้านป่าเด็ง และผ่านหมู่บ้านห้วยสัตว์ใหญ่ จนระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นสีโคลนกระแสน้ำไหลอย่างเชี่ยว กราด จนทำให้ชาวบ้านในหมู่ 3 บ้านป่าละอูน้อย ไม่สามารถเข้าออกหมู่บ้านได้กว่า 200 คนรวมทั้งเด็กส่วนหนึ่งที่ติดอยู่ในหมู่บ้าน และเด็กอีกส่วนกว่า 50 คน ที่เดินทางมาสอบอยู่ที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนที่บ้านนเรศศวรป่าละอู ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
ทาง อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ จึงต้องประสานไปยังนายพรชัย ถมกระจ่าง นายอำเภอหัวหิน และประสานขอกำลังจาก พล.ต.นพดล ยิ้มถนอม ผู้บัญชาการศูนย์การทหารราบ อ.ปราณบุรี โดยมี พ.อ.อานนท์ เพชรคำ หน.ฝ่ายกิจการพลเรือน และ ร.อ.ประทีบ สายจันทร์ นำกำลังทหารกว่า100 นายพร้อมเรือท้องแบน และอุปกรณ์การช่วยเหลือเดินทางเข้าพื้นที่ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ ท่ามกลางฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา พร้อมมีการประชุมวางแผนการช่วยเหลือนำชาวบ้านที่ติดอยู่ในหมู่บ้านออกมาอยุ๋ในที่ปลอดภัย ทั้งการผูกเชือกข้ามแม่น้ำ และ การใช้เรือเท้องแบน(เหล็ก) แต่ระหว่างให้การช่วยเหลือชาวบ้านบางส่วน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างทหารช่วยเหลือชาวบ้านอยู่นั้น ได้เกิดน้ำป่าไหลทะลักอีกระลอก จนน้ำกลายเป็นสีขุ่นและมีท่อนไม้ เศษไม้ที่ถูกน้ำป่าพัดมามา รวมไปถึงระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้การอพยพชาวบ้านข้ามออกมาด้านนอกเป็นไปด้วยความยากลำบาก ทางทหารศูนย์การทหารราบ และชาวบ้านที่ออกมาได้แล้วเห็นว่าไม่มีความปลอดภัย จึงได้เร่งรีบถอนกำลังออกมาจากบริเวณหมู่บ้านป่าละอูน้อย อย่างเร่งด่วน เนื่องจากความรุนแรงของกระแสน้ำที่ไหลกัดเซาะพื้นที่และระดับน้ำที่รุนแรง และเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ทางพ.อ.อานนท์ เพชรคำ หัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน ศูนย์การทหารราบ ค่ายธนรัชต์ ต้องสั่งให้ทหารและชาวบ้านที่ออกมาได้แล้ว ตลอดจนสื่อมวลชน ออกจากจุดดังกล่าวอย่างเร่งด่วนเพื่อความปลอดภัย
สุราษฎร์ฯ-ระนองเฝ้าระวังน้ำป่าหลาก-ดินโคลนถล่ม
นายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า จากกรณีที่ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ รายงานสถานการณ์ภัยพิบัติให้ระวังภัยน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มในหลายพื้นที่ ซึ่งรวมถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานีด้วย เนื่องจากมีฝนตกหนักติดต่อกันในช่วงนี้ อาจจะส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ได้ โดยได้ประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแจ้งต่อประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเพื่อรับทราบ เตรียมพร้อมเฝ้าระวังตัวตลอดเวลา
ขณะที่ จ.ระนอง นายไพบูลย์ เอี่ยมสุวรรณ ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า จากร่องมรสุมกำลังค่อนข้างแรงที่ยังคงพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออกอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 4 ต.ค.56 จนถึงปัจจุบัน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ส่งผลให้จังหวัดระนองเกิดฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำฝนสะสมตลอด 4 วันที่ผ่านมา (4 ต.ค.-7 ต.ค.56) พบว่ามีปริมาณน้ำฝนสะสมหลายพื้นที่อยู่ในระดับสูงเกือบ 300 มม.เสี่ยงที่จะเกิดดินเลื่อนไหล หรือดินโคลนถล่มได้ จึงแจ้งเตือนชาวบ้านที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัย ที่ลาดลุ่มเชิงเขา หรืออยู่ใกล้ทางน้ำไหล ให้เฝ้าระวังอันตรายจากเหตุดินเลื่อนไหลและดินโคลนถล่มในระยะนี้
วธ.สรุปน้ำท่วมโบราณ-วัด5จังหวัด
นายสนธยา คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานสถานการณ์อุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อโบราณสถาน ล่าสุดพบว่าตอนนี้มี 5 จังหวัด ได้รับผลกระทบ ได้แก่ จ.ปราจีนบุรี ที่วัดแก้วพิจิตร มีสภาพน้ำท่วมอุโบสถ หอพระไตรปิฎก และอาคารเรียนปริยัติธรรม ระดับน้ำสูงถึง 70 เซนติเมตร โดยสำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี ใช้เครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำแล้ว รวมถึงที่ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศ ได้รับผลกระทบจากแม่น้ำปราจีนบุรีมีระดับน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่สถานการณ์ยังควบคุมได้ นอกจากนี้ที่สำงานงานของสำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี มีน้ำท่วมสูงถึง 20-60 เซนติเมตร เบื้องต้นได้สร้างพนังกั้นแล้วแต่ไม่สามารถกั้นได้เนื่องจากน้ำขึ้นสูงและไหลแรง
นายสนธยา กล่าวต่อว่า ที่จ.นนทบุรี ได้รับผลกระทบ 3 แห่ง วัดเกาะพญาเจ่ง วัดป่าเลไลยก์ (ร้าง) และวัดท้องคุ้ง แต่ระดับน้ำได้ลดลงเรื่อยๆ แล้ว จ.สุพรรณบุรี ได้รับผลกระทบ 11 แห่ง อาทิ วัดแค, วัดปู่บัว, วัดสำปะซิว, วัดโพธิ์คลาน, วัดพระรูป, วัดอู่ทอง, วัดบางยี่หน ขณะที่ที่ จ.ปทุมธานี ได้รับผลกระทบ 3 แห่ง วัดสะแก, วัดสองพี่น้องและวัดพลับสุธาวาส และที่ จ.พระนครศรีอยุธยา มีโบราณสถานหลายแห่งได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำเพิ่มขึ้นของเขื่อนป่าสัก ทั้งวัดไชยวัฒนารามมีระดับน้ำสูงกว่าสันเขื่อน 50 เซนติเมตร วัดธรรมมาราม 40 เซนติเมตร ป้อมเพชร 10 เซนติเมตร และหมู่บ้านโปรตุเกส 10 เซนติเมตร ในเบื้องต้นอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้เตรียมความพร้อมรับมือ โดยจัดเจ้าหน้าที่ 200 คน ไว้ป้องกันน้ำท่วมและจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ป้องกันไว้พร้อมแล้ว
นายสนธยา กล่าวอีกว่า จากรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่นั้น ถือว่ายังอยู่ในสภาวะที่ควบคุมได้เนื่องจากระดับน้ำในหลายพื้นที่ได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากนี้จะดำเนินการกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมศิลปากร และสำนักศิลปากรในพื้นที่ต่างๆ วางมาตรการป้องกันน้ำท่วมโบราณสถานอย่างเร่งด่วน รวมทั้งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการวางแนวทางบูรณะซ่อมแซมต่อไป นอกจากนี้กรมการศาสนา (ศน.) ได้รายงานอีกว่ามีวัดที่ได้รับผลกระทบกว่า 307 แห่ง และพระสงฆ์และสามเถร กว่า 3, 104 รูป ใน 10 จังหวัด เบื้องต้น ศน.ได้ดำเนินการช่วยเหลือพระภิกษุสามเณรในเบื้องต้นแล้ว
นายเอนก สีหามาตย์ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า สั่งการให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่ต่างๆตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะ จ.พระนครศรีอยุธยา และโบราณถานในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา เนื่องจากปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นตลอด ส่วนสถานการณ์ที่ จ.ปราจีนบุรีนั้น โบราณสถานที่น่าเป็นห่วงคือ วัดแก้วพิจิตร เพราะยังมีน้ำท่วมสูง ส่วนปัญหาน้ำท่วมสำนักงานของสำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรีนั้นได้มีการหารือว่ามีแผนย้ายสำนักงานของสำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี ไปยังในพื้นที่ จ.ชลบุรี แทนเพื่อเป็นการแก้ปัญหาถูกน้ำท่วมทุกปี



