
'เอเปค'ผิดหวัง'โอบามา'ไม่ได้เข้าร่วม
ผู้นำชาติเอเปคเริ่มเปิดการประชุมประจำปี โดยหลายชาติแสดงความผิดหวังที่ไม่มีผู้นำสหรัฐเข้าร่วมด้วย เพราะติดภารกิจสะสางปัญหางบประมาณและเพดานหนี้ในประเทศ
7 ต.ค. 56 การประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก หรือเอเปค เริ่มเปิดฉากขึ้นแล้วที่เกาะบาหลีของอินโดนีเซีย โดยหลายชาติแสดงความผิดหวังที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ยกเลิกกำหนดการเข้าร่วมประชุมและส่งนายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศเข้าร่วมแทน ประธานาธิบดีซูซิโลบัมบัง ยูโดโยโน ของอินโดนีเซีย กล่าวเมื่อวานนี้แสดงความเข้าใจดี ที่ผู้นำสหรัฐจำเป็นต้องอยู่แก้ไขปัญหาในประเทศ และนายกรัฐมนตรีลี เซียนหลุง ของสิงคโปร์ บอกว่า อยากเห็นผู้นำสหรัฐเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ เพื่อปฏิบัติภารกิจระหว่างประเทศ เพราะไม่มีชาติใดแทนที่สหรัฐได้
ก่อนหน้านี้คาดกันว่า โอบามา จะใช้เวทีการประชุมเอเปค ผลักดันการทำความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคฟื้นแปซิฟิก หรือ TPP ที่ประกอบด้วยภาคีสมาชิก 12 ชาติ โดยเขาจะหารือนอกรอบกับภาคีสมาชิกในวันอังคาร เพื่อหวังให้บรรลุข้อตกลงเสร็จสมบูรณ์ภายในสิ้นปีนี้ และเมื่อผู้นำสหรัฐไม่ได้เข้าร่วมหารือครั้งนี้ ทำให้คาดว่า การบรรลุข้อตกลงอาจล่าช้าออกไป นอกจากประเด็นเศรษฐกิจแล้วคาดว่า หลายประเทศคาดหวังได้ยินคำยืนยันและการสนับสนุนจากผู้นำสหรัฐในประเด็นข้อพิพาททางทะเลกับจีน
ส่วนหัวข้อสำคัญของการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปคครั้งนี้ คือ เอเชียแปซิฟิกเป็นกลไกการเติบโตของเศรษฐกิจโลก และแถลงการณ์ของที่ประชุมระดับรัฐมนตรีเอเปค ออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ ระบุว่า การเติบโตของเศรษฐกิจโลกยังคงอ่อนแอและเปราะบาง หลังจากวิกฤติการเงินปี 2551 และอาจชะลอตัวกว่าที่คาดหวัง จึงควรปฏิรูปโครงสร้างเพื่อเพิ่มผลผลิตและการสร้างงาน รวมทั้งหลีกเลี่ยงการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้า พร้อมกับเสนอให้ผู้นำชาติต่างๆ ยับยั้งและยกเลิกนโยบายปกป้องทางการค้าจนถึงปี 2559
ขณะที่มีรายงานว่าเกิดปัญหาเล็กน้อยระหว่างประเทศเจ้าภาพการประชุมและสื่อมวลชน โดยทางการอินโดนีเซียระงับใบอนุญาตทำข่าวการประชุมครั้งนี้ของนักข่าวฮ่องกง 9 คน หลังกล่าวหาว่า พวกเขาตะคอกถามประธานาธิบดีเบนิกโน่ อาคิโน ด้วยความก้าวร้าว เรื่องเหตุการณ์จับตัวประกันบนรถบัสในกรุงมะนิลา ที่ทำให้ชาวฮ่องกงเสียชีวิต 8 คน เมื่อปี 2553 ตอนที่อาคิโน่ จะเข้าร่วมการประชุมพบปะนักธุรกิจเมื่อวาน สมาคมสื่อสารมวลชนฮ่องกง แสดงความไม่พอใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า เป็นการละเมิดเสรีภาพสื่อที่ไม่อาจยอมรับได้ ส่วนโฆษกประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ บอกว่า นักข่าวเหล่านั้นแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทำให้หน่วยรักษาความปลอดภัยอินโดนีเซีย รู้สึกว่าอาจเป็นภัยคุกคามต่อผู้นำฟิลิปปินส์ได้
'เอเปค' ประกาศจะต่อสู้กับการกีดกันทางการค้าและผลักดันการปฏิรูป
บรรดาผู้นำจาก 21 ชาติและดินแดน ที่เข้าร่วมการประชุมประจำปีของกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือ เอเปค ที่ไล่เลียงตั้งแต่ประเทศขนาดเล็กอย่างบรูไน ไปจนถึงมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างสหรัฐ และจีน ที่เมืองดูซ่า นัว บนเกาะบาหลีของอินโดนีเซีย เมื่อวันอาทิตย์ ต่างปฏิญาณว่า จะต่อสู้กับการกีดกันทางการค้า (protectionism) และผลักดันผ่านการปฏิรูปที่เต็มไปด้วยอุปสรรค แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการฟื้นตัวทั่วโลก ในขณะที่บรรดาประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลก กำลังต่อสู้กับอุปสรรคภายในประเทศ เพื่อนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจ
นายจอห์น คีย์ นายกรัฐมนตรีของนิวซีแลนด์ ที่ทราบกันดีว่า เป็นผู้ผลักดันอย่างแข็งขันในเรื่องการเปิดการค้าเสรี กล่าวว่า บรรดาผู้นำได้หารือกันในประเด็นที่ท้าทายในการสร้างความเชื่อมั่นให้เรื่องผลประโยชน์ของคนในประเทศของพวกเขา ซึ่งรวมทั้งสินค้าราคาถูกสำหรับผู้บริโภค และผลผลิตที่สูงขึ้นสำหรับภาคธุรกิจ
การที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐ ต้องอยู่บ้านเพราะวิกฤติงบประมาณแห่งชาติ และโกเวอร์นเม้นท์ ชัตดาวน์ ได้ส่งผลให้บรรดาผู้นำเอเปค ต่างได้คอยจับตาว่า สถานการณ์ของสหรัฐที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลกจะจบลงอย่างไร ซึ่งหลายชาติพากันผิดหวังที่ประธานาธิบดีโอบามา ไม่สามารถเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมได้ แต่ประธานาธิบดีเบนิกโญ่ อากิโน่ ของฟิลิปปินส์ กล่าวว่า เขาคิดว่า เขาเห็นด้วยที่ประธานาธิบดีโอบามา ต้องอยู่รับมือกับโกเวอร์นเม้นท์ ชัตดาวน์ เพราะเศรษฐกิจของสหรัฐเป็นหมายเลขหนึ่งของโลก เมื่อเกิดอะไรขึ้นกับสหรัฐ ก็จะกระทบถึงพวกเรา
นายจอห์น แคร์รีย์ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ต้องทำหน้าที่ในการเข้าร่วมประชุมเอเปคแทนประธานาธิบดีโอบามา รวมถึงการเดินทางไปร่วมการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกที่บรูไนด้วย
ชาติสมาชิกเอเปค มีความแตกต่างกันในเรื่องของความมั่งคั่งและการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่เมื่อรวมกันแล้วจะมีประชากรมากกว่า 3 พันล้านคน และมีจีดีพีรวมกันกว่าครึ่งหนึ่งของโลก ซึ่งพวกเขาตั้งความหวังว่า จะบรรลุข้อตกลงอย่างน้อยก็ในเรื่องของการปฏิรูป ที่จะทำลายอุปสรรคในการเจรจาการค้าโลก ก่อนจะมีกาประชุมขององค์การการค้าโลก หรือ WTO ที่บาหลี ในเดือนธันวาคมนี้
นายแคร์รีย์ ได้กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า ปฏิบัติการโจมตีของเครื่องบินรบของกองทัพสหรัฐในพื้นที่ภาคเหนือและตะวันออกของแอฟริกา เป็นการส่งสารไปถึงกลุ่มติดอาวุธว่า พวกเขาหนีได้แต่หลบซ่อนไม่ได้ และนับเป็นการกล่าวถึงปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐ ที่ออกมาจากปากเจ้าหน้าที่สูงที่สุดของสหรัฐ อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน
เมื่อวันเสาร์ กองทัพสหรัฐ ได้ใช้ปฏิบัติการโจมตีในลิเบียและโซมาเลีย เพื่อกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีในแอฟริกาตะวันออก โดยที่กรุงทริโปลีของลิเบีย ได้มีการจับกุมผู้นำอัล ไกดา ที่พัวพันการวางระเบิดสถานทูตสหรัฐในเคนยาและแทนซาเนียเมื่อ 15 ปีก่อน ส่วนที่โซมาเลีย หน่วยซีลของกองทัพเรือสหรัฐ จำต้องยกเลิกภารกิจการจับกุมผู้บัญชาการอัล ชาบับ ที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีศูนย์การค้าเวสต์เกท ในกรุงไนโรบีของเคนยา โดยไม่มีการเปิดเผยสาเหตุ
-------------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AP , AFP)



