ข่าว

'ผบ.ทบ.'ลั่นถก'BRN'ยังไร้ข้อยุติ

'ผบ.ทบ.'ลั่นถก'BRN'ยังไร้ข้อยุติ

07 ต.ค. 2556

'ประยุทธ์'ลงใต้สั่งเน้นเชิงรุก คุมเข้มป้องโจรใต้บึ้ม ขอปชช.สบายใจคุย'บีอาร์เอ็น'ยังไม่มีข้อยุติ ลั่นไม่ยอมเสียเปรียบ-ไม่ยกระดับโจรใต้

                7 ต.ค.56 เมื่อเวลา 08.00 น.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงาน โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) สั่งการให้ติดตามความก้าวหน้าของ 6 กลุ่มงาน พร้อมไปให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้ ขอแสดงความเสียใจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร รวมถึงประชาชนทุกคนที่สูญเสีย อย่างไรก็ตาม อีกฝ่ายหนึ่งยังคงก่อเหตุรุนแรงไม่ได้ลดลงแสวงหาทุกโอกาส เพื่อลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่และประชาชนต่อเนื่อง เราจะต้องแก้ไขด้วยวิธีทางกฎหมาย และเพิ่มปฏิบัติการเชิงรุก รวมถึงใช้กำลังดูแลรักษาความปลอดภัย เพราะเป็นการต่อสู้ด้วยอาวุธ เราไม่ได้เป็นฝ่ายใช้ความรุนแรง ส่วนอีกฝ่ายพยายามใช้ความรุนแรงจึงจำเป็นต้องเพิ่มปฏิบัติการเชิงรุกมากขึ้น แต่การใช้ความรุนแรงแก้ปัญหาไม่ใช่ผลดี ทั้งนี้การลดกำลังทหารลง หรือลดการปฏิบัติการทางกฎหมายเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะทหาร และตำรวจที่ปฏิบัติงานไม่สามารถละเว้นได้

                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการควบคุมการก่อเหตุวางระเบิดนั้น ทางกองทัพดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาอยู่ที่การลักลอบนำสารตั้งต้นข้ามชายแดนเข้ามา และอีกส่วนคือ ภายในประเทศเอง ซึ่งจากด้านการข่าวพบว่า มีหลายกลุ่ม และจับกุมดำเนินคดีไปหลายกลุ่ม แต่ยังหลงเหลืออยู่ แม้จะมีด่านสกัดกั้น แต่ยังควบคุมไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากเรายังไม่สามารถควบคุมได้ทุกเส้นทาง และไม่สามารถตรวจรถได้ทุกคัน ดังนั้นต้องขอความร่วมมือกับประชาชน ส่วนใหญ่ประชาชนให้ความร่วมมืออย่างดี แต่ส่วนน้อยทำให้รั่วไหลเข้าไปในพื้นที่ ซึ่งเราจะไม่มีการลดระดับ เนื่องจากเป็นเรื่องความเป็นความตายของชีวิตมนุษย์ และทำให้เกิดผลกระทบโดยรวม โดยเฉพาะประเทศชาติ

                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่ออีกว่า ส่วนการพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็นเป็นการเปิดเวทีให้กับผู้เห็นต่างได้แสดงเหตุผลว่า ทำไมถึงใช้ความรุนแรงทั้งๆ ที่ผ่านมาประเทศไทยอยู่กันอย่างสงบ สัปดาห์ที่แล้วตนได้พบกับเอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย บอกว่า เสียใจที่มีสื่อบางฉบับเขียนว่า ประเทศเขาสนับสนุนการก่อเหตุในไทย เพราะไทยเป็นมิตรประเทศของเขา หากทำได้เขาก็พร้อมจะร่วมมือแก้ไขปัญหา ซึ่งตนได้ขอความร่วมมือด้านการข่าวจากเขา ซึ่งเขาพอใจต่อการแก้ไขปัญหาของเรา เพราะเราดูแลคนมุสลิมได้ดีที่สุด ส่วนเรื่องการพูดคุย หรือการเจรจาสันติภาพ ตนบอกว่า ยังไม่ถึงเวลานั้น วันนี้เป็นการเปิดเวทีสานเสวนา พูดคุยพบปะ เราจะไม่ยกระดับ หรือให้เป็นตัวแทนตามที่อ้างไม่ได้ เพราะจะเป็นการยกระดับขึ้นมาเทียบกับรัฐไม่ได้ คนพวกนี้เป็นคนผิดกฎหมาย

                "อยากบอกให้ทุกคนสบายใจเรายังไม่ถือว่าการพูดคุยครั้งนี้เป็นข้อยุติใดๆทั้งสิ้น ทางบีอาร์เอ็นอยากพูดอะไรก็ว่ามา เรามีเหตุผลที่จะชี้แจง ไม่ได้มีข้อตกลงอะไรทั้งสิ้น จะเสนอ 5-10 ข้อ เราก็รับฟัง เขามีเหตุผลอะไรบอกมา และยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้นให้ได้ ไม่ใช่ยุติตรงนี้แล้วไปสร้างที่อื่น แต่จะต้องยุติให้ได้ทั้งหมด และเราไม่ยกระดับใครทั้งสิ้น เป็นการพูดคุยกันของแต่ละกลุ่มเท่านั้นว่า วัตถุประสงค์ของแต่ละองค์กรคืออะไร อย่าคิดว่าใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบ เราเป็นรัฐจะไปเสียเปรียบได้อย่างไร การปฏิบัติอะไรจะต้องอนุมัติโดยรัฐบาล ถ้าไม่มีผู้รับผิดชอบสั่งการลงมาให้ถูกต้องตามกฎหมายก็ปฏิบัติไม่ได้อยู่แล้วมีกฎหมายค้ำคออยู่ทุกคน ซึ่งที่ผ่านมามีหลายประเทศที่พอใจการแก้ไขปัญหาของเรา" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 

 

แจงจัดโผ"ผู้การฯ"ไม่เกี่ยวดันทหารปราบ"คนเสื้อแดง"ได้ดี

 

               พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับย้ายนายทหารระดับผู้บังคับการกรมจำนวน 304 นายว่า เป็นการปรับย้ายตามวงรอบ 1 ปีมีการปรับย้าย 2 ครั้ง โดยมีคณะกรรมการดูแล ตนมีหน้าที่กลั่นกรองและตัดสินใจตามที่คณะกรรมการมีผลสรุปออกมา เรื่องนี้ขอร้องสื่ออย่าไปเขียนถึงคนที่อยู่ในรายชื่อในทางที่ไม่ดี แค่เขียนว่านายทหารท่านนี้ได้ดีเพราะอะไร ปราบใคร ซึ่งเขาไม่ได้ไปปราบใคร แต่หากเขียนแบบนี้ไม่ดีต่อเขา ทำให้เกิดปัญหาในการแต่งตั้ง และไม่ได้รับความไว้วางใจซึ่งกันและกัน เพราะวันนี้เราต้องอยู่บนพื้นฐานความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ขอให้กฎหมายเป็นผู้ตัดสิน กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ตัดสินว่า ใครถูกหรือใครผิด ถ้ายังไม่มีความผิด อย่าเพิ่งไปกล่าวถึง หากสื่อเสนอไปในทางที่เกิดความขัดแย้ง ทำให้นายทหารไม่เจริญเติบโตจะทำอย่างไร ครอบครัวจะรู้สึกอย่างไร สื่อต้องกลับไปทบทวนว่าเขียนอะไรออกมา

                "เขียนเหมือนสื่อแต่งตั้งเอง ผมยังไม่ใช่คนที่แต่งตั้ง 100% เลย ยังต้องมีคณะกรรมการพิจารณาผ่านมาไม่รู้กี่ระดับ ทั้งระดับกองพัน กองพล กองทัพ คณะกรรมการกองทัพบก 6 ระดับกว่าจะมีค่ำสั่งปรับย้ายออกมา หากสื่อเขียนว่าคนนี้ได้ดีเพราะไปปราบปรามตรงนี้ เขาเป็นผู้บังคับหน่วย สั่งเขาทำอะไรตามกฎหมายเขาก็ต้องทำ เมื่อไรที่สั่งแล้วเขาไม่ไปนั่นแหละอันตรายต่อทุกคน แล้วใครจะแก้ปัญหา เมื่อคำสั่งชอบด้วยกฎหมาย ก็เป็นคำสั่งที่ต้องปฏิบัติ หากบอกว่า มีคนได้รับผลกระทบ ต้องย้อนกลับไปดูในคำสั่งว่า สั่งให้เกิดผลกระทบ หรือการบาดเจ็บสูญเสีย ซึ่งไม่มีใครสั่งแบบนั้นสักคำ หากสั่งไปฆ่าคน ไปทำร้ายประชาชน ถึงสั่งเขาก็ไม่ทำ เพราะทำไม่ได้อยู่แล้ว ไปหาเหตุหาผลมา ขอร้องเรื่องปรับย้ายอย่าเขียนเลย เพราะเขียนแล้วไม่ดี ทำให้เขาเสียใจ คนบาดเจ็บสูญเสียก็เสียใจ คนทำก็เสียใจ ไม่เห็นจะได้อะไรขึ้นมา แล้วเราจะอยู่กันด้วยความเสียใจ ความโกรธแค้น เอาเป็นเอาตายกันให้ได้ทั้งคู่ ผมว่าไม่เกิดประโยชน์ต่อบ้านเมืองเลย ปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการไป"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่ศาลชั้นไต่สวนพิจารณาคดีการกระชับพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในปี 2553 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตว่า เรื่องยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม อย่าไปกดดัน ขอให้เขาได้ตัดสิน ต้องว่าไปตามกฎหมายด้วยหลักการและเหตุผล พยานวัตถุ และต้องมีการต่อสู้อีก 3 ศาล อย่าเพิ่งไปด่วนสรุป เดี๋ยวบ้านเมืองจะยุ่งกันใหญ่ หากศาลตัดสินดีก็ชม ตัดสินไม่ดีก็ไม่เอา แล้วมีการข่มขู่กดดัน ซึ่งตนไม่ได้กล่าวถึงพวกไหนทั้งนั้น แต่ไม่ว่าสีใด ข้างไหน ฝ่ายไหน จะไปกดดันเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้ จะไปข่มขู่ผู้ปฏิบัติหรือลูกเมียไม่ได้ ถามว่าเป็นธรรมหรือไม่ หรือจะอยู่แบบไม่มีกระบวนการยุติธรรม ซึ่งทำไม่ได้เพราะประเทศจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ดังนั้นต้องเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมด้วยเหตุด้วยผล หากไม่มีหลักฐาน ไม่มีข้อพิสูจน์ ไม่มีพยานหรือวัตถุพยาน คงตัดสินให้ผิดไม่ได้อยู่แล้ว หากผิดก็ต้องไปสู้คดีกันต่อไป สื่ออย่าเพิ่งไปลงความเห็นอะไรทั้งสิ้น เวลาเขียนถึงทหารกรุณาให้เกียรติทหารด้วย ไม่ใช่เอาตนไปเขียนเป็นการ์ตูนล้อเล่นทุกวัน เขียนให้เสียหายเชิงดูหมิ่น หยาบคาย ล้อเลียนในทางชู้สาว ซึ่งไม่ใช่ข้อเท็จจริง ตนว่าไม่ใช่สื่อที่ดี ต้องเขียนด้วยข้อเท็จจริง อย่าเขียนด้วยอารมณ์ ถ้าตนมีอารมณ์ขึ้นมาก็อยู่กันไม่ได้ ตนก็อดทนมาเต็มที่ กองทัพบกอยู่ในกรอบและทำหน้าที่ให้ดีที่สุด อย่านำกองทัพบกไปพาดพิงหรือนำไปเข้าข้างใคร กองทัพบกมีข้างเดียวคืออยู่ข้างประเทศชาติ ดูแลชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเป็นข้างเดียวกับประชาชนทุกคน