
'อลงกรณ์'ดัน'ปฏิรูปพรรค'อีกรอบ
'อลงกรณ์' แบไต๋ 'ปฏิรูปพรรค' นำไปสู่การเปลี่ยนผู้บริหาร ปัดตอบ'อภิสิทธิ์'เหมาะเป็นหัวหน้าพรรคต่อไปหรือไม่ ปัดตอบลาออกพร้อม 'เลขาธิการพรรค'
7 ต.ค.56 นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ เอฟเอ็ม 97 เมกะเฮริทซ์ กรณีที่นายอลงกรณ์โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์เกี่ยวกับการประชุมกรรมการบริหารพรรควันนี้ เพราะนายอลงกรณ์เสนอปฏิรูปพรรค หากพรรคไม่มีการดำเนินการเรื่องนี้นายอลงกรณ์และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค อาจย้ายพรรคว่า บ่ายวันนี้จะมีการประชุมพรรคเพื่อแก้ข้อบังคับพรรคเกี่ยวกับแผนการปฏิรูปพรรค และคงไม่ใช่วันสุดท้ายของตนในพรรค แต่เป็นยกสุดท้าย เพราะการปฏิรูปพรรคยังมีข้อคัดค้านมากกว่าการเห็นด้วย ตนได้รับการส่งสัญญาณมา ตนก็ส่งสัญญาณกลับไป วันนี้ต้องพูดให้เด็ดขาด ไม่ต้องเสียเวลาและซื้อเวลา บอกกันตรงๆ ว่าเห็นด้วยหรือไม่ ไม่ใช่พูดแค่เห็นด้วยในหลักการแล้ววิจารณ์เสมือนไม่เอาการปฏิรูปพรรค นายเฉลิมชัย อยากลาออกแต่ตนยับยั้งไว้ก่อน เพราะยังมีความหวังในการปฏิรูปพรรค และจากนี้ต้องเคลื่อนไหวและขอเสียงสนับสนุน เพราะคุยกันมา 6 เดือนแล้วในเรื่องนี้ ย้ำว่าเวลามีค่าสำหรับประเทศและพรรค เพราะหากพรรคมีการปฏิรูปพรรค การเมืองไทยจะเข้าสู่อีกมิติหนึ่ง หากไม่ปฏิรูปพรรคอาจแพ้เลือกตั้งอีก
นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า ถ้าพรรคไม่ปฏิรูปพรรคโอกาสจะเกิดได้ยาก เพราะไม่ใช่แค่ผลเลือกตั้ง เพราะพรรคต้องเป็นสถาบันการเมืองที่ดูแลประชาชน พรรคอยากปรับปรุง แต่เรื่องนี้เสมือนมีจระเข้ขวางคลอง วันนี้ต้องคุยให้เคลียร์ และมีหลักว่าการปฏิรูปพรรคต้องขับเคลื่อนต่อและกรรมการบริหารพรรคต้องมีครึ่งหนึ่งที่ต้องอยู่ในฝ่ายปฏิรูปพรรค จากนี้ตนกับนายเฉลิมชัยจะสู้เรื่องการปฏิรูปพรรค แม้บางฝ่ายไม่พอใจก็ตามเพราะเรื่องนี้ แม้แต่คนภายนอกยังเห็นด้วยกับสิ่งที่พรรคจะปฏิรูปพรรค พรรคต้องชนะใจประชาชนให้ได้แล้ววันข้างหน้าพรรคอาจชนะเลือกตั้งก็เป็นได้
"ส่วนการปราศรัยของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ที่ใช้วาจารุนแรงหลายครั้งบนเวทีเดินหน้าผ่าความจริงเเละโดนโจมตีเรื่องนี้หลายครั้งนั้น การปราศรัยนั้นทำได้ตามกรอบกฎหมาย ยอมรับว่าบนเวทีบางครั้งกลอนพาไป แต่ได้เตือนกันแล้วให้ระวังกันมากๆ เวทีดังกล่าวควรเสนอทางออกให้ประเทศกันบ้างว่าพรรคมียุทธศาสตร์และวิสัยทัศน์ที่ดีกว่าพรรคเพื่อไทยเช่นใดเพื่อให้ประชาชนเปรียบเทียบ" นายอลงกรณ์ กล่าว
แบไต๋ "ปฏิรูปพรรค" นำไปสู่การเปลี่ยนผู้บริหาร
ล่าสุด นายอลงกรณ์ กล่าวถึงกรณีที่ทวิตเตอร์เกี่ยวกับการปฏิรูปพรรคว่า จะเป็นการต่อสู้ยกสุดท้ายของตัวเองและนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ว่า หลังจากกรรมการบริหารพรรครับหลักการแล้ว ก็จะประชุมครั้งที่ 2 เพราะถึงเวลาปฏิรูปพรรคไม่มีเวลาซื้ออีกต่อไป จะเอาปฏิรูปหรือไม่ก็ให้ชัดเจนออกมา ทั้งนี้ ข้อตกลงที่หารือกันในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงวิธีคิด ตามขั้นตอนที่หารือตามระบบจนเมื่อมีความเห็นชอบข้อบังคับใหม่เข้าที่ประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี ซึ่งก็มีกรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบันต้องลาออกและมีการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า การปฏิรูปที่ต้องการคือ การเปลี่ยนแปลงหัวหน้าพรรคหรือไม่ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่เคยพูดถึงการเปลี่ยนแปลงหัวหน้าพรรค แต่ว่าไม่อยากให้ยึดติดกับบุคคล แต่ต้องปฏิรูปพรรคเพื่อให้ได้รับชัยชนะ และไม่ขอตอบว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังมีความเหมาะสมที่จะเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ เพราะไปไกลเกินไป เราไม่เคยพูดถึงตัวบุคคล หากสร้างองค์กรให้เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพก้าวหน้าได้ ใครไปใครมาไม่สำคัญ อย่าติดยึดเรื่องตัวบุคคล โดยทั้งหมดอยู่ที่ที่ประชุมใหญ่ของพรรคจะตัดสินใจ ที่ผ่านมาการปฏิรูปไม่พูดถึงตัวบุคคลไม่ว่าจะเป็นหัวหน้า หรือเลขาให้เป็นการตัดสินใจของสมาชิกพรรคทั้งหมด
นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า การปฏิรูปจะทำให้พรรคกลับมาเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ทั้งด้านโครงสร้าง ข้อบังคับพรรค วันนี้เป็นการประชุมกรรมการบริหารพรรคที่ไม่ใช่พิจารณาแค่ร่างข้อบังคับกับโครงสร้างเท่านั้น แต่ต้องหาข้อสรุปแนวทางการบริหารจัดการพรรค เพื่อให้เป็นไปตามกรอบที่ตกลงกันไว้ คือ ปฏิรูปโดยองค์รวมทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้เคยบอกว่าจะยอมรับมติกรรมการบริหารพรรค เหตุใดจึงมีการข่มขู่ว่าจะต่อสู้เป็นยกสุดท้ายหมายความว่าจะลาออกหรือไม่ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนไม่ได้ข่มขู่ เพียงแต่ว่าได้อธิบายย้อนหลังว่าเคยมีเหตุการณ์ความเห็นต่าง ที่ทำให้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ คิดจะลาออกจากตำแหน่ง ไม่ใช่ความขัดแย้งเรื่องการปฏิรูป และตนจะไม่เอาความต้องการของตัวเองเป็นที่ตั้ง แต่ต้องบริหารความเห็นที่แตกต่างโดยไม่แตกแยก
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า จะลาออกจากกรรมการบริหารพรรค หรือ ส.ส.พรรคพร้อมกับนายเฉลิมชัย ตามที่มีการทวิตเตอร์ขู่หรือไม่ นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ไม่เคยพูดถึงเรื่องลาออก สื่อตีความกันไปเอง ถ้าผลการประชุมไม่เห็นด้วยกับการปฏิรูป กลุ่ม ส.ส.ปฏิรูปจะดำเนินการให้สมาชิกส่วนใหญ่เห็นด้วย โดยนำเสนอแนวทางปฏิรูปผ่านสาขา ส.ส. อย่าคิดว่าถ้าไม่เห็นด้วยแล้วจะลาออก อยู่มา 22 ปี มีหน้าที่ทำให้พรรคกลับมาชนะ เพราะการบริหารที่ผ่านมาไม่ประสบความสำเร็จ แม้รัฐบาลผิดพลาดเราก็ไม่กระเตื้องขึ้น
“ผมในฐานะรองหัวหน้าพรรคคิดว่าต้องปฏิรูปให้ดีขึ้น ไม่ใช่เพื่อให้เกิดความแตกแยก เราต้องอดทนในฐานะสถาบันการเมืองความแตกต่างไม่ใช่แตกแยก เพราะการเสนอความเห็นแตกต่างหากกรรมการบริหารพรรคไม่เห็นด้วย พวกผมจะประชุมกลุ่ม ส.ส.ปฏิรูป ซึ่งมีทุกภาคไม่ใช่แค่ภาคกลางเท่านั้น และเห็นว่าคนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการปฏิรูปพรรคเพื่อดุลอำนาจกับรัฐบาล ในระบบสองพรรคการเมือง แต่ถ้าอ่อนแอจนเสียงในสภาต่างกันมากขึ้นจะเป็นผลเสียมากกว่า ผมไม่อยากให้นำเรื่องนี้ไปเทียบกับกรณี "10 มกรา" เพราะเรามีบทเรียนมาแล้ว พรรคจะต้องเข้มแข็งไปสู่ความเป็นเอกภาพ บริหารความแตกต่างให้ได้อย่าเอามาเปรียบเทียบกัน และการทวิตเตอร์ของผมอย่าใช้คำว่าขู่ เพราะเราเป็นระบบปิดมานานแล้วจึงต้องเปิดให้กว้าง เพื่อให้ประชาชนรับทราบ มีแค่คนบางกลุ่มไม่เห็นด้วยเท่านั้น ส่วนถ้าการปฏิรูปไม่ได้เป็นไปตามที่ต้องการจะลาออกหรือไม่นั้น ยังไม่ขอตอบอย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้” นายอลงกรณ์ กล่าว



