ข่าว

รัฐบาลกับความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

รัฐบาลกับความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

07 ต.ค. 2556

รัฐบาลกับความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ : มองมุมยุทธศาสตร์/เรือรบ เมืองมั่น Facebook : ruarob.muangman

               ภายใต้สภาพการณ์ที่ฝ่ายค้าน ส.ว.บางส่วน และองค์กรอิสระระดมออกอาวุธหนักเล่นงานรัฐบาลด้วยข้อกฎหมายนานาในเวลานี้ ดูเหมือนรัฐบาลจะไม่เกรงกลัว กล้าเดินหน้าต่ออย่างคงที่ในหลายประเด็นทั้งที่เคยสัญญาไว้กับชาวบ้านเมื่อตอนหาเสียงและที่คิดขึ้นใหม่อยู่เรื่อยๆ สาเหตุของความเชื่อมั่นนั้นน่าจะมาจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น ประสบการณ์ที่มีมากขึ้นของรัฐบาลเอง ความอ่อนแอของฝ่ายต่อต้าน ความกังขาของคนเสื้อแดงและจังหวะเวลาที่ลงตัว

               รัฐบาลของยิ่งลักษณ์วันนี้ไม่ใช่มือใหม่เหมือน 2 ปีก่อนที่เริ่มต้นก็วุ่นกับพายุน้ำท่วมและต่อมาก็ไม่กล้าฝืนศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่ให้แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ขวบปีที่ผ่านมารัฐบาลเดินเกมช้าแต่มั่นคง ไม่ปะทะกับอำนาจของฝ่ายตรงข้าม ในการเดินเกมอย่างระมัดระวังนั้น รัฐบาลสร้างพันธมิตรกับกองทัพที่ไม่อยากยุ่งกับการเมืองจนเกินงาม สร้างประโยชน์กับพ่อค้านักธุรกิจที่ต้องการความรวดเร็วของการเติบโตด้านการค้าการลงทุน โอบโลกทั้งใบด้วยการเดินทางเยือนเจรจากับนานาชาติ ขณะเดียวกันก็ไม่หยุดนโยบายประชานิยมใหม่ๆ ตลอดจนนโยบายเชิงโครงสร้างที่เอาใจชนชั้นกลาง ที่ผลของการทำเช่นนี้แม้จะได้ก้อนอิฐกระหน่ำจากฝ่ายตรงข้าม แต่ก็ได้ความชื่นชมจากหลายฝ่ายมากขึ้นเรื่อยๆ จนพอจะมองว่าสถานะรัฐบาลเข้มแข็งขึ้น

               การพยายามของฝ่ายต่อต้านเองกลับเป็นเครื่องแสดงว่าฝ่ายต่อต้านอ่อนแรงลงทุกวัน การดำเนินการหลากรูปแบบทั้งในและนอกสภาของพรรคฝ่ายค้านนั้นแป้กแทบทั้งหมด พวกเขาไม่สามารถสกัดกั้นความต้องการของเสียงส่วนใหญ่ในสภาได้และไม่สามารถชี้นำประชาชนชาวบ้านหรือม็อบการเกษตรออกมาประท้วงอย่างเป็นเรื่องเป็นราวยืนระยะได้เลย วิธีการบางอย่างที่ไม่สุภาพหรือที่พิสูจน์ได้ง่ายว่าไม่ใช่ความจริงนั้นยิ่งทำให้แม้แต่กองเชียร์ก็เบื่อหน่าย กลายเป็นแค่ศึกในโซเชียลเน็ตเวิร์กหรือโลกแฟนตาซีมากกว่าจะเกิดประโยชน์โพดผลแก่ฝ่ายค้าน กลุ่มต่างๆ ที่ประสานพลังกับพรรคฝ่ายค้านแม้จะยังรักฝ่ายค้านอยู่ก็เริ่มถนอมตนเองมากขึ้น การไม่ฝืนกระแสสังคมจังๆ เช่นเรื่องแม่วงก์ หรือเพิ่มเงินยางพารา มีส่วนในการถอดชนวนความแรงได้มาก

               ในหมู่คนเสื้อแดงฐานเสียงรัฐบาลนั้น ก็เป็นตัวผลักดันให้รัฐบาลตีลูกเฉยในเรื่องสำคัญของคนเสื้อแดงอยู่ไม่ได้ เพราะหมดเวลาฮันนีมูนแล้วเหมือนกัน พวกเขาจำนวนหนึ่งเริ่มแสดงความไม่พอใจที่รัฐบาลเป็นแค่รัฐบาลของทั้งประเทศ โดยทำเสมือนเสียงของพวกเขาเป็นของตาย จริงอยู่ที่ข้าวและรถไฟเป็นประโยชน์ แต่พวกเขาก็อยากเห็นสิ่งที่พวกเขาเรียกร้องเมื่อปี 52-53 เป็นจริงบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งปี 56 รัฐบาลก็ต้องบรรลุหรืออย่างน้อยต้องพยายามมากกว่าปี 54 ในการทำเช่นนั้น นี่ถ้ารัฐบาลไม่กล้าทูลเกล้าฯ หลังผ่านวาระ 3 คนเสื้อแดงอาจแปรพักตร์ในการเลือกตั้งท้องถิ่นมากขึ้น

               จังหวะเวลาที่เขม็งเกลียวในวันนี้ ทำให้รัฐบาลหยุดไม่ได้ ถ้าไม่เดินหน้าโครงการใหญ่เชื่อมต่อกับโลกหรือฟื้นฟูเศรษฐกิจในยามที่หลายฝ่ายกำลังหนุนหลังก็อาจพลาดโอกาสไปตลอดกาล เหมือนล้อที่กำลังหมุนโดนรั้งเอาไว้จนกลไกรวน ขณะเดียวกัน การเล่นแรงขึ้นของฝ่ายตรงข้ามที่จะเอาถึงขั้นล้มรัฐบาลที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อนั้นเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องรักษาทุนเอาไว้ ไม่ว่าจะเลือกทางยุบสภาหรือบู๊กลับ ทุนที่สำคัญที่สุดคือคนที่จะหนุนหลังรัฐบาลนั่นแหละ เรียกว่าหากฝ่ายตรงข้ามเล่นถึงขั้นต้องพังกันไปข้าง รัฐบาลจะกลับมาให้เร็วที่สุด โดยไม่ให้โอกาสฝ่ายค้านได้โชว์ฝีมือมากนัก

               รัฐบาลยังมีหลายศึกให้เผชิญ แต่ความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ น่าจะทำให้พรรคเพื่อไทยมีอายุยาวนานเพียงพอเห็นโพดผลที่ค่อยๆ เกิดขึ้นจากการทำงานของตน ส่วนฝ่ายที่เป็นห่วงว่าประเทศจะแย่ลงทุกวันนั้นคงต้องหน้านิ่วคิ้วขมวดต่อไปครับ