
'พท.'ซัด'มาร์ค'โบ้ยผิดลูกพรรค
'พท.' ซัด 'มาร์ค' ขาดภาวะผู้นำ โบ้ยผิดลูกพรรค อัด 'ปชป.' จินตนาการโยกย้ายไม่เป็นธรรม ชี้ ยังไม่ถึงเวลาปรับครม. โยน 'วิปรบ.' เคาะวัน ถกแก้รธน.190
6 ต.ค. 56 เมื่อเวลา 10.00 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปัดความรับผิดชอบ หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2557 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญว่าเป็นการกระทำของสมาชิกพรรค ว่า นายอภิสิทธิ์ กำลังโบ้ยความผิดให้ลูกน้อง ทั้งที่การยื่นเรื่องต่างๆ จะต้องผ่านความเห็นของพรรคอยู่แล้ว จึงแสดงถึงความไม่รับผิดชอบของนายอภิสิทธิ์ และขาดวุฒิภาวะผู้นำ ถือเป็นโฆษะบุรุษ ซึ่งหลังจากนี้ตนจะได้รวบรวมรายชื่อผู้ที่ยื่นเรื่องดังกล่าวต่อศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งส.ส.ฝ่ายค้าน และกลุ่ม 40 ส.ว. ว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบ หวังผลทางการเมือง ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต และจะได้รวบรวมหลักฐานการให้สัมภาษณ์ต่างๆ ของผู้ร้อง เพื่อเสนอต่อพรรคให้พิจารณาดำเนินการถอดถอนหรือไม่ และถ้าพรรคเห็นด้วย ก็จะเริ่มรวบรวมรายชื่อในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้เพื่อให้มีมาตรการแก่ฝ่ายนิติบัญญัติ ควรมีความยับยั้งชั่งใจในการดำเนินการเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
ขณะเดียวกัน การที่กลุ่ม 40 ส.ว.เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเรื่องพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น ตนมองว่าการยื่นถือเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่อยากให้นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ในฐานะผู้เตรียมเสนอยื่น ได้คิดถึงประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติในอนาคต ซึ่งเป็นการวางรากฐานโครสร้างให้กับลูกหลาน และสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน นายคำนูณ ไม่ควรกระทำขัดขวางโลก แต่ควรทบทวนการยื่นร้องเรื่องดังกล่าว และหากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาส.ว.เรียบร้อย ก็อยากให้นายคำนูณ ลองลงเลือกตั้ง เพื่อฟังเสียงประชาชนดูบ้างว่าเป็นอย่างไร
อัด 'ปชป.' จินตนาการ 'รบ.' โยกย้ายขรก.ไม่เป็นธรรม
นายพร้อมพงศ์ แถลงถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์การโยกย้ายข้าราชการ โดยเฉพาะข้าราชการตำรวจ ที่ไม่เป็นธรรม และมีการวิ่งเต้นที่ฮ่องกง ว่า ไม่เป็นความจริง เป็นการจินตนาการของพรรคประชาธิปัตย์ โดยปกติก็มีการโยกย้ายข้าราชการตามปีงบประมาณอยู่แล้ว หากข้าราชการคนไหนพบว่าไม่มีความเป็นธรรม ก็สามารถร้องต่อศาลปกครองได้
ชี้ ยังไม่ถึงเวลาปรับครม. โยน 'วิปรบ.' เคาะวันถกแก้รธน.190
นายพร้อมพงศ์ แถลงว่า ในวันที่ 8 ต.ค.นี้ พรรคเพื่อไทย จะมีการประชุมหารือกับสมาชิกและรัฐมนตรี เพื่อให้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์น้ำท่วมหลายจังหวัด และสะท้อนปัญหามายังพรรคเพื่อรายงานไปยังรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้จะเชิญนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มาสร้างความเข้าใจกับ ส.ส. เรื่องพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน เพื่อให้สามารถชี้แจงกับประชาชนถึงความเป็นมา ความสำคัญ และผลดีต่อประเทศอย่างไร
นอกจากนี้จะได้ขอความร่วมมือกับสมาชิก ให้เข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 9-10 ต.ค.และการประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 11 ต.ค. ซึ่งจะมีวาระกรอบเจรจาการค้า ที่รัฐบาลได้ขอความเห็นชอบจากรัฐสภา
ส่วนการจะประชุมเพื่อแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนหรือไม่นั้น ต้องให้วิปรัฐบาลได้หารือกันก่อนในวันที่ 7 ต.ค. ว่าจะกำหนดเป็นวันใด และคาดว่าน่าจะได้มีการหารือถึงกรอบวันพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 68 และมาตรา 237 ด้วย อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ไม่น่าหนักใจ โดยเฉพาะวาระ 2 คงใช้เวลาไม่มาก แต่มองว่ามาตรา 68 และมาตรา 237 จะเป็นปัญหามากกว่า เพราะฝ่ายค้านและกลุ่ม 40 ส.ว. ได้ค้านเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น ซึ่งก็ยังไม่มั่นใจว่าจะทันการพิจารณาในสมัยประชุมนี้หรือไม่ เพราะยังมีกฎหมายที่ค้างพิจารณาอยู่อีกหลายฉบับ
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อถึงกระแสข่าวเตรียมปรับ ครม.ปู 6 นั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เป็นเพียงการปล่อยข่าว โดยตนได้สอบถามไปยังผู้ใหญ่ของพรรค และกรรมการบริหารพรรคก็ยืนยันว่า จะให้ส.ส.ได้ทำหน้าที่ช่วยประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมก่อน ทั้งนี้การที่พรรคประชาธิปัติย์ ออกมาโจมตีว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นเพียงหุ่นเชิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั้นก็ไม่เป็นความจริง การจะปรับครม.ได้ขึ้นอยู่กับอำนาจของนายกฯ เท่านั้น
ยันจัดโร้ดโชว์ 2020 สร้างความเข้าใจ
นายพร้อมพงศ์ แถลงถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ โจมตีรัฐบาลในเรื่องการจัดนิทรรศการ "โร้ดโชว์ ทิศทางอนาคตไทย 2020" จ.หนองคาย เป็นเพียงอีเว้นท์จัดแสดงโชว์ พูดความจริงเพียงครึ่งเดียว และประชาชนไม่ได้ประโยชน์ ว่า ไม่เป็นความจริง รัฐบาลนำความรู้ไปให้กับประชาชน และการจัดนิทรรศการดังกล่าวเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน ประชาชนก็ให้ความสนใจจำนวนมาก และต่างพูดกันว่าการเข้ามาชมงานดังกล่าวก็ทำให้ทราบรายละเอียดของโครงการ 2 ล้านล้านว่ามีความสำคัญอย่างไร พรรคเพื่อไทยเป็นนักคิด นักปฏิบัติ ไม่ถนัดพูด สิ่งนี้เมื่อเทียบกับโครงการสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี คิดได้แต่โครงการไทยสามัคคี ร้องเพลงชาติ 76 จังหวัด ที่ต้องเกณฑ์ประชาชนมาเข้าร่วม และต้องใช้งบไทยเข้มแข็งจำนวนถึง 60 ล้านบาท ถือเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เปรียบเทียบกันก็เป็นโครงการฟ้ากับเหว
ส่วนการที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวบนเวทีผ่าความจริงว่า การจัดอีเว้นท์ มีเงินกินเปล่าถึง 25 เปอร์เซ็นต์ เป็นช่องทางของการทุจริตนั้น ตนขอบอกว่า รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ จัดอีเว้นท์น้อยกว่ารัฐบาลสมัยที่แล้ว และหากมีการกินเปล่าจริง ก็ขอท้านายชวน นำหลักฐานไปยื่นต่อคณะกรรมาธิการปปช. สภาผู้แทนราษฎร องค์กรอิสระ หรือไปแจ้งความกับตำรวจ ไม่เช่นนั้นจะถือว่าเป็นการพูดเพื่อหวังผลทางการเมือง ซึ่งขณะนี้ตนในฐานะประธานอนุกรรมาธิการปปช.สภาผู้แทนราษฎร ก็ได้ตรวจสอบการจัดอีเว้นท์อาชีวะปี 54 ในสมัยรัฐบาลที่ผ่านมา ที่ใช้งบจำนวน 500 ล้านบาท และจัดซื้อโดยวิธีพิเศษกระจายไปยังอาชีวะทั่วประเทศ และยังพบว่ามีการทำทีโออาร์ในวันเดียวกัน โดยระหว่างนี้ใกล้ได้ข้อสรุปแล้ว เชื่อว่ามีการมีเงินกินเปล่าเกินกว่า 25 เปอร์เซ็นต์
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า สำหรับการที่นายชวน ออกมากล่าวหาว่า รัฐบาลนำงบฯจากคนสงขลา ภูเก็ตไปให้คนเชียงใหม่ ตนขอปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง รัฐบาลมีการกระจายงบไปยังทุกท้องถิ่น ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ตัวอย่างการขยายสนามบินภูเก็ต นายกฯชุดนี้ก็ทำแล้ว แตกต่างจากนายกฯชุดที่แล้วที่บอกจะทำแต่ไม่ทำ



