
'อินโดฯ'รปภ.เข้มประชุมเอเปค
การประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มเอเปคที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย มีขึ้นในวันนี้ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
6 ต.ค. 56 การรักษาความปลอดภัยในเมืองดูซ่า นัว บนเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เป็นไปด้วยความเข้มงวด เพื่อรองรับผู้นำ และรัฐบาลจากประเทศต่างๆ ในสองฟากฝั่งแปซิฟิก เพื่อเข้าร่วมการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก หรือเอเปค และยังมีการจอดเทียบท่าเรือรบ ที่ทะเลใกล้เคียงกันด้วย เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการรักษาความปลอดภัยและรัดกุม
ภายในการประชุม คาดว่าจะมีผู้แทนทั้งภาครัฐบาล และภาคธุรกิจของแต่ละประเทศรวมกว่า 1,200 คน เข้าร่วม เพื่อกำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจ ตามความร่วมมือของชาติสมาชิกเอเปค แม้จะไร้เงาประธานาธิบดีบารัก โอบามา แห่งสหรัฐฯ ที่ยกเลิกการเดินทางเข้าร่วมประชุม เพื่ออยู่แก้วิกฤตในประเทศก็ตาม แต่ก็ส่งตัวแทน คือรัฐมนตรีต่างประเทศ จอห์น แคร์รี มาแทน
การประชุมจะมีขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 8 ตุลาคมนี้ บนหัวข้อสำคัญเรื่องการเติบโตอย่างยั่งยืน และการมองอนาคตเศรษฐกิจโลกว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป โดยเหล่านักธุรกิจต่างคาดหวังว่า บรรดาผู้นำจะมุ่งเน้นไปที่การเติบโตระยะกลางถึงระยะยาว ไม่เพียงแค่การจัดการเศรษฐกิจและการเงินเป็นรายวันเท่านั้น แต่ต้องมีการปฏิรูปโครงสร้างต่างๆ ให้ลึก และรอบด้านด้วย
นอกจากนี้ ก็จะมีการหารือแบบทวิภาคีตามที่แต่ละฝ่ายได้ตกลงกันเอาไว้ // ขณะที่น่าจะมีการเจรจาหารือกันเรื่อง ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือ ทีพีพี ด้วย เพราะมีหลายประเทศที่แสดงความสนใจจะเข้าร่วม ที่คาดว่าน่าจะมีความคืบหน้าที่สำคัญภายในสิ้นปีนี้
ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดนั้น ก็ยังคงมีเหล่านักท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจที่ชายหาดใกล้ที่ประชุมอยู่มาก แม้พวกเขาจะบอกว่า การประชุมได้รบกวนเวลาพักผ่อนของพวกเขาไปบ้างก็ตาม
ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่อินโดนีเซีย ได้เป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปค หลังจากที่เคยเป็นมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน โดยประธานาธิบดีบัมบัง ยุดโดโยโน ได้พยายามที่จะเป็นเจ้าภาพ เพื่อลบล้างเงาภาพที่เคยมีการวางระเบิดบนเกาะบาหลี เมื่อปี 2545 จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 202 ราย เจ็บอีกหลายร้อยคน ลงให้ได้
เปิดฉากแล้วการประชุมเอเปคที่เกาะบาหลี
ประธานาธิบดียุโดโยโน เปิดเผยในการประชุมเอเปค ว่า อยากจะให้มีการเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจให้พ้นจากภาวะถดถอยที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ และประเทศกำลังพัฒนาก็กำลังเติบโตช้าลง / การขาดดุลทางการค้า หรือแม้แต่ปัญหาค่าเงินอ่อนค่าลง / พร้อมกันนี้ยังระบุว่า สิ่งสำคัญคือ ผู้นำประเทศต้องปกป้อง และทำการเปิดตลาด เพื่อความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค อย่างในอินโดนีเซียเอง ก็ถือเป็นประเทศที่มีการเติบโตของกลุ่มชนชั้นกลางที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว และกำลังปฏิรูปเพื่อสร้างการลงทุน และสร้างงาน
ขณะที่ ตัวแทนจากเกาะไต้หวัน วินเซนต์ ซิว ก็ได้เข้าพบกับประธานิบดีสี จิ้น ผิง ของประเทศจีน นอกรอบด้วย ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่ อดีตประธานาธิบดีของเขตปกครองตนเองไต้หวัน ได้พบกับประธานาธิบดีสี นับตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยผู้นำจีน ระบุว่า การหารือครั้งนี้ เขาพร้อมที่จะรับฟังมุมมองของนายซิว ว่าจะพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่ และไต้หวันอย่างไร พร้อมระบุว่า ตลอดช่วง 5 ปีมานี้ ทั้ง 2 ต่างมีสายสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาโดยตลอด
ขณะที่ผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง เหลียง ชุน หยิง ก็ได้พบกับประธานาธิบดีสี เช่นกัน โดยแถลงการณ์หลังหารือ นายเหลียง ระบุว่า เขาได้หารือร่วมกันเรื่องเศรษฐกิจ และสถานการณ์การเมืองในฮ่องกง ตลอดจนหารือกันถึงการพัฒนาฮ่องกงในอนาคต โดยประเด็นที่ทั้งคู่เป็นกังวล คือ ก้าวต่อไปสำหรับการพัฒนาเมืองในอนาคต
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า เขาอยากจะหาโอกาสเจรจากับผู้นำจีน
และเกาหลีใต้ด้วย เพื่อหารือกันถึงเศรษฐกิจภายในภูมิภาค โดยนายอาเบะ ยืนยันชัดเจนว่า ประตูสำหรับการเจรจานั้น ยังคงเปิดกว้างอยู่เสมอ แม้ว่านับตั้งแต่ที่เขาเข้ารับตำแหน่งเป็นต้นมา จะยังไม่เคยได้เจรจาร่วมกับจีน และเกาหลีใต้เลย เพราะมีปัญหาขัดแย้งกับจีน ในประเด็นหมู่เกาะพิพาท // ซึ่งบรรดาสื่อญี่ปุ่นคาดการณ์เอาไว้ว่า การที่นายกฯอาเบะ ต้องการเจรจากับประธานาธิบดีสี และประธานาธิบดีปาร์ก นั้น อาจเกิดขึ้นได้ยาก อันเป็นผลจากความไม่เต็มใจของจีน และเกาหลีใต้
-----------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AP)



